หน้าแรก การเมือง โรม มองภท.หวั...

โรม มองภท.หวังดี ตัดหน้าขอเปิดซักฟอก ยันยื่นญัตติแน่ แต่ขอคุยพรรคร่วมก่อนว่าจะเป็นช่วงไหน

25.06.25 | 12:39 น.

โรม เผยศาลยกฟ้องคดี ‘อดีต ส.ว.อุปกิต’ ฟ้องหมิ่นประมาท เพราะมองว่าเป็นการติชมโดยสุจริต ตัวโจทก์เป็นบุคคลสาธารณะ ย่อมถูกวิจารณ์ได้ ชี้ภูมิใจไทยตัดหน้าขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจอาจเป็นความหวังดี ยันยื่นญัตติแน่ แต่จะเป็นช่วงไหนขอคุยกับพรรคร่วมอีกครั้ง

เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ1743/66 ที่ นายอุปกิต ปาจรียางกูร อดีต ส.ว. เป็นโจทก์ ฟ้อง นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) เป็นจำเลยความ ผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา กรณีเมื่อวันที่ 10 เม.ย.66 นายรังสิมันต์ได้ให้สัมภาษณ์ที่ทำการพรรคก้าวไกล โดยมีการเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊กของพรรคก้าวไกล พาดพิงถึงโจทก์ว่า เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด ทำให้โจทก์เสื่อมเสียชื่อเสียง จำเลยให้การปฏิเสธ

โดยวันนี้นายรังสิมันต์เดินทางมาฟังการพิจารณาพร้อมกับทนายความส่วนตัว ในส่วนของนายอุปกิตได้ให้ทนายความส่วนตัวเป็นผู้รับมอบอำนาจเข้าฟังคำพิพากษาแทน

ต่อมาศาลพิพากษาว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่าเมื่อพิจารณาจากเนื้อความที่จำเลยแถลงข่าวเป็นการติดตามความคืบหน้าในการดำเนินคดีโจทก์ รวมถึงการทำหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุดและสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน รวมถึงตรวจสอบการทำงานของนายกรัฐมนตรี

Advertisement

การแถลงข่าวที่ว่า “ส.ว.อุปกิตเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดอย่างแน่นอน” ซึ่งคำว่า “เกี่ยวข้อง” ความหมายตามพจนานุกรมไม่ได้หมายถึงว่าเป็นผู้ร่วมกระทำความผิด ไม่ได้หมายถึงสมคบกันกระทำความผิด และไม่ได้หมายความถึงโจทก์เป็นคนไม่ดีแต่อย่างใด

ต่อมาอัยการได้สั่งฟ้อง นายตุน มิน ลัด ต่อศาลอาญาในคดีค้ายาเสพติด แม้ภายหลังศาลพิพากษายกฟ้อง แต่มีพยานบ่งชี้ว่านายตุน มิน ลัด กับพวก เกี่ยวข้อง จึงมีการยื่นฟ้องต่อศาลและต่อมาได้มีการออกหมายจับโจทก์แสดงให้เห็นว่าพยานหลักฐานมีเหตุให้ออกหมายจับว่าโจทก์น่าจะกระทำผิดอาญาร้ายแรง เบื้องต้นมีความไปเกี่ยวพันกับนายตุน มิน ลัด ทำให้อัยการได้ยื่นฟ้องโจทก์ แม้ภายหลังศาลจะพิพากษายกฟ้องก็ตาม

ในฐานะประชาชนและจำเลยเป็น ส.ส.ย่อมมีสิทธิตรวจสอบโจทก์ ซึ่งเป็นบุคคลสาธารณะ โดยเฉพาะเรื่องยาเสพติดเป็นปัญหาของประเทศ เป็นการทำหน้าที่ของจำเลยมีสิทธิแสดงความคิดเห็น การกระทำของจำเลยเป็นการติชมโดยสุจริต ไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท พิพากษายกฟ้อง

ต่อมานายรังสิมันต์ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า วันนี้ศาลได้มีคำพิพากษายกฟ้อง โดยศาลมีความเห็นว่านายอุปกิตเป็นบุคคลสาธารณะ การวางตัวของนายอุปกิตและในช่วงนั้นดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ย่อมที่จะถูกวิจารณ์ได้อยู่แล้ว และในส่วนของตนที่ดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ศาลจึงมองว่าเป็นการทำหน้าที่อยู่แล้ว ต่อให้ตนไม่ได้ดำรงตำแหน่ง ประชาชนทั่วไปก็สามารถวิจารณ์บุคคลสาธารณะได้อยู่แล้ว และคดีของตนกับนายอุปกิตยกฟ้องไปแล้วทั้งหมด 3 คดี แต่ก็ยังอยู่ในศาลชั้นต้นและยังมีบางคดีที่อยู่ในระหว่างการอุทธรณ์

เมื่อถามว่า คำพิพากษาในวันนี้เป็นบรรทัดฐานในการทำหน้าที่ว่าสามารถทำในขอบเขตไหนได้บ้างในการวิพากษ์วิจารณ์ นายรังสิมันต์กล่าวว่า มองว่าเรื่องนโยบายเกี่ยวกับยาเสพติดเป็นนโยบายของทุกรัฐบาล และสังเกตว่าในคำพิพากษาคดีก่อนหน้านี้ศาลก็ย้ำว่านโยบายยาเสพติดเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกรัฐบาลต้องทำอยู่แล้ว และการวิพากษ์วิจารณ์ก็สามารถทำได้ในฐานะที่ตนเป็นนักการเมือง ซึ่งเป็นบุคคลสาธารณะ สามารถถูกวิจารณ์ได้ แต่มากไปกว่านั้นศาลยืนยันว่าการทำหน้าที่ ส.ส.ไม่ได้จำกัดอยู่ในสภาเพียงอย่างเดียว การที่แจ้งข่าวให้กับประชาชนเป็นส่วนหนึ่งของการทำหน้าที่ด้วย จึงมองว่าเป็นนิมิตหมายอันดีที่เราไม่ได้ไปตีกรอบว่าการทำหน้าที่ของ ส.ส.จะต้องอยู่ในสภาเท่านั้น

เมื่อถามว่า ในวันที่ 28 มิ.ย.จะมีการนัดชุมนุมของกลุ่ม “รวมพลังแผ่นดิน” จุดยืนของพรรคประชาชนและจุดยืนส่วนตัวเป็นอย่างไร นายรังสิมันต์กล่าวว่า เรื่องชุมนุมทางการเมืองถือว่าเป็นเสรีภาพทางการแสดงออกไม่ว่าผู้ชุมนุมจะเห็นไปในทิศทางใด มองว่ารัฐธรรมนูญของราชอาณาจักรไทยรับรองหลักการในเรื่องนี้ว่าประชาชนทุกคนย่อมมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก ผู้คนอยากเห็นการชุมนุมในรูปแบบที่ควรจะเป็น แต่ในขณะเดียวกันการจัดการของภาครัฐ ต้องเน้นย้ำว่ามีความท้าทายและปัญหาหลายอย่างรุมเร้า ไม่อยากให้ภาครัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐสร้างเงื่อนไขเรื่องการชุมนุม

นายรังสิมันต์กล่าวว่า คิดว่าวันหนึ่งพรรคของตนได้เข้ามาบริหาร ก็ต้องมีกลุ่มผู้เห็นต่างออกมาชุมนุมตามสิทธิเสรีภาพของตนเอง หน้าที่ของภาครัฐจะต้องไปคิดว่าจะอำนวยความสะดวกให้ผู้ชุมนุมอย่างไร และต้องขีดเส้นว่าการชุมนุมจะต้องมีขอบเขตประมาณไหนที่จะไม่ไปสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น ส่วนตนจะเข้าร่วมปราศรัยหรือไม่นั้น ยังไม่ทราบว่ามีการเชิญใครไปร่วมปราศรัยบ้าง และการดำเนินการส่วนภาคประชาชนนั้นก็สามารถทำได้ เพราะหลายคนก็เป็นอดีตนักการเมืองและประสบการณ์ในการเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างยาวนาน สามารถขับเคลื่อนการชุมนุมได้อยู่แล้ว ส่วนของตนขอโฟกัสเรื่องการทำหน้าที่ ส.ส.ในการติดตามเรื่องความมั่นคงต่างๆ เป็นหลักมากกว่า

เมื่อถามว่า กรณีที่พรรคภูมิใจไทยออกมาเรียกร้องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทั้งๆ ที่พรรคประชาชนเป็นพรรคแกนนำของฝ่ายค้าน มองประเด็นนี้อย่างไร นายรังสิมันต์กล่าวว่า ก็ต้องมาพูดคุยกัน เพราะพรรคฝ่ายค้านมีหลายพรรคการเมือง ไม่ได้มีแค่พรรคประชาชนพรรคเดียว จะต้องมาคุยกันว่าสุดท้ายแล้วจะมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อไหร่ และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้ว ที่พรรคประชาชนได้มาทำหน้าที่เป็นฝ่ายตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล เราจึงทราบว่าการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นเครื่องมือสำคัญมาก และใช้ได้แค่ปีละ 1 ครั้ง ซึ่งเรื่องนี้ก็อยู่ในเรื่องที่ทางพรรคคิดไว้อยู่แล้ว

นายรังสิมันต์กล่าวว่า แต่ข้อเสนอที่ส่งไปตอนแรกเป็นการเรียกร้องให้ยุบสภาก่อน หากเร่งให้มีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้วก็จะติดปัญหาตรงที่ไม่สามารถยุบสภาได้ จึงต้องให้รัฐบาลพิจารณาตัวเองว่าควรจะยุบสภาหรือไม่ และสุดท้ายรัฐบาลก็เลือกที่จะไม่ยุบสภา แต่เลือกฟอร์มคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ขึ้นมาแทน ทำให้สังคมตั้งข้อสงสัยว่าใครเป็นรัฐมนตรีบ้าง มีพรรคบางพรรคแย่งเก้าอี้กันเอง ทั้งๆ ที่ปัญหาที่เกิดขึ้นรัฐบาลจะต้องแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม และประชาชนเกี่ยวกับเรื่องคลิปเสียง เมื่อรัฐบาลไม่ได้สนใจข้อเรียกร้องของฝ่ายค้านก็คงพิจารณาเพื่อตั้งคำถามไปยังรัฐบาล ตั้งแต่การตั้งกระทู้ถาม ไปจนถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จึงอยู่ที่จังหวะของการพูดคุยและช่วงนี้เป็นการปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งไม่สามารถยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจอยู่แล้ว

นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า หลังจากนี้จะมีการประชุมกับทุกพรรคร่วมฝ่ายค้าน และตนยืนยันว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเกิดขึ้นแน่นอน แต่จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ขอพูดคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านก่อน ทั้งนี้ จะไม่ได้มีแค่ประเด็นเรื่องคลิปเสียงระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และ สมเด็จฯฮุน เซน อย่างแน่นอน ซึ่งรัฐบาลก็ต้องเตรียมรับมือเรื่องนี้ เพราะไม่ได้สนใจและรับผิดชอบการกระทำของตนเองเลย

นายรังสิมันต์กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ในประเด็นที่มีการมองว่าพรรคภูมิใจไทยออกมาบอกแบบนั้นเป็นการปาดหน้าพรรคประชาชนหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบว่าทำไมพรรคภูมิใจไทยออกมาชิงแถลงว่าจะอภิปรายไม่ไว้วางใจก่อน มองว่าอาจจะเป็นความหวังดีของทางนั้นว่าอาจจะอยากแสดงความคิดเห็นในตอนนี้ ซึ่งตนไม่ได้มองตรงนั้นเป็นสำคัญ แต่มองว่าถ้าจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจพรรคร่วมฝ่ายค้านทั้งหมดก็ต้องเข้ามาพูดคุยกัน