หน้าแรก การเมือง ปธ.กมธ.ต่างปร...

ปธ.กมธ.ต่างประเทศ ประณามกัมพูชา ชกใต้เข็มขัด แทรกแซงการเมืองภายในของไทย

25.06.25 | 15:32 น.

‘กมธ.ต่างประเทศ’ ประณาม ‘กัมพูชา’ ชกใต้เข็มขัด ทำเสียเสถียรภาพการเมือง-ความมั่นคงไทย ลั่น เป็นจุดแตกหักสองประเทศที่ต้องจารึก หนุน รัฐบาลเจรจาอย่างสันติผ่านกรอบทวิภาคี ซัด เห็นแก่ประโยชน์ตัวเอง ยอมสละมิตรไมตรีที่เคยช่วยเหลือเสมอ

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 25 มิถุนายน ที่รัฐสภา น.ส.สรัสนันท์ อรรณนพพร ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุมว่า กมธ.ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาเข้ามาให้ข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าว ซึ่งได้ข้อสรุปว่า ประเทศไทยมีความประสงค์ที่ชัดเจนคือต้องการเจรจาผ่านกรอบทวิภาคี ที่เราได้ดำเนินการไปคือการประชุม JBC แต่ขณะเดียวกันยังมีอีกหลายกรอบทวิภาคีที่เรามีความตั้งใจอยากเห็นการดำเนินงานจากตัวแทนของทั้งสองประเทศ ไม่ว่าจะผ่านกรอบ RBC หรือ GBC ที่อยู่ในระดับกระทรวงกลาโหมที่ในส่วนของคณะทำงานด้านความมั่นคงอยากใช้กรอบนี้ในการคลี่คลายปัญหาดังกล่าว โดยยึดหลักความปลอดภัยอธิปไตยทั้งสองประเทศเป็นที่ตั้ง โดยเฉพาะความปลอดภัยของประชาชนที่อาศัยอยู่ชายแดนทั้งสองประเทศ

น.ส.สรัสนันท์ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันในช่วงที่ผ่านมาเราเห็นว่า ฝั่งของกัมพูชามีความยั่วยุใช้หลากหลายยุทธวิธีที่จะทำให้เกิดความร้าวฉาน ไม่ว่า จะเป็นนำคนเข้ามาเที่ยวในพื้นที่ที่เป็นข้อพิพาท ร้องเพลงชาติตามปราสาทต่างๆ การวางแนวระเบิดที่เคยปรากฏเป็นข่าว รวมถึงการวางกำลังรุกล้ำเข้ามาในเขตพื้นที่ที่ไม่ควรจะเกิด โดยประเทศไทยเน้นย้ำเสมอว่า สุดท้ายจะต้องมีการเจรจาอย่างสันติ เพราะประเทศไทยกับกัมพูชาไม่สามารถห่างออกจากกันได้ ชาตินี้ชาติหน้าก็ต้องอยู่เป็นเพื่อนกัน ฉะนั้น แนวทางที่ดีที่สุดคือต้องกลับมาที่โต๊ะเจรจา และจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทั้งสองฝ่าย และเพื่อให้ประชาชนคนไทยมีความสบายใจ กองทัพพร้อมที่จะปฏิบัติการในทุกรูปแบบแต่ขอเป็นสิ่งสุดท้ายที่จะเกิดขึ้น

น.ส.สรัสนันท์ กล่าวด้วยว่า สิ่งที่เกิดขึ้นตามแนวขอบชายแดนไม่ใช่มีแค่การขู่ว่า จะเกิดการปะทะกัน แต่ยังมีสงครามจิตวิทยาที่เกิดขึ้นผ่านการสื่อสารผ่านช่องทางต่างๆ การยั่วยุต่างๆ มีสงครามการเมืองระหว่างประเทศที่เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการสื่อสารของฝ่ายการเมืองฝั่งกัมพูชาที่แสดงความเห็นอย่างสุดโต่ง ที่ส่อให้เห็นถึงเจตนารมณ์ที่ไม่ประสงค์จะเข้าสู่กระบวนการการพูดคุยอย่างเป็นวิถีสากล และกมธ.มองว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เป็นการแทรกแซงการเมืองภายในของประเทศไทยอย่างชัดเจน โดยหน่วยงานที่เข้าให้ความเห็นมองว่า สิ่งที่เกิดขึ้นคำถามคือผู้นำกัมพูชาต้องการอะไร ซึ่งมองได้ว่า เป็นผลประโยชน์ภายในการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลือกตั้งท้องถิ่นของกัมพูชา ที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2570 อีกทั้งยังไม่ต้องการที่จะสร้างสัมพันธ์ภาพในเชิงบวกกับประเทศไทย แต่เป็นผลประโยชน์ของกลุ่มคนที่ยอมสละผลประโยชน์ของประเทศตนเอง ยอมสละมิตรประเทศที่คอยช่วยเหลือ เกื้อหนุนกันมาตลอด ไม่ว่าจะทุกข์ยากอย่างไรประเทศไทยก็คอยช่วยเพื่อนบ้านตลอดมา

“เราขอสนับสนุนแนวทางรัฐบาล กระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงให้การสนับสนุน และส่งกำลังใจให้หน่วยความมั่นคง ที่ใช้ความยับยั้งชั่งใจ ความอดทนอย่างเต็มที่ ในวันที่เราจะต้องต่อกรกับประเทศที่ไม่มีมารยาท ที่ไม่มีเจตนารมณ์ที่อยากทำให้ความสันติของทั้งสองประเทศกลับคืนสู่แนวชายแดน รวมถึงระยะยาวที่ความสัมพันธ์ของเราสามารถผลิดอกออกผลได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการชกใต้เข็มขัด ที่ฝั่งกัมพูชาได้ ริเริ่มโดยเฉพาะผู้นำหลายๆ คน ดิฉันขอประณามการกระทำต่างๆ ที่ประเทศกัมพูชาได้ทำและส่งผลต่อเสถียรภาพการเมืองและความมั่นคงของประเทศไทย มีความละเอียดอ่อนในเรื่องนี้ ​ซึ่งได้ทำลายความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศที่ได้ร่วมสร้างและฟันฝ่าอุปสรรค ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวกันมามาก ครั้งนี้เป็นจุดหักที่ต้องจารึกไว้อีกครั้ง และมั่นใจว่าบทบาทที่กัมพูชาได้ดำเนินมาในวันนี้จะส่งผลกระทบไปหาเขา ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อมแน่นอน“ น.ส.สรัสนันท์ กล่าว

Advertisement