‘ผบ.ทบ.’ ต้อนรับ ผบ.กองกำลังป้องกันตนเองทางบกญี่ปุ่น ห่วงสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ชี้สองประเทศคือพันธมิตรญี่ปุ่น อยากเห็นความสงบภูมิภาค ด้าน พล.อ.พนายันไทยเดินหน้าเจรจาทวิภาคี ผ่าน 3 กลไกสู่สภาวะปกติ
เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.ท.หญิง ปวีณา ศรีบัวชุม ผู้ช่วยโฆษก ทบ. เปิดเผยว่า พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้ให้การต้อนรับ พล.อ.โมริชิตะ ยาสุโนริ (Gen.Morishita Yasunori) ผู้บัญชาการกองกำลังป้องกันตนเองทางบกญี่ปุ่น ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของกองทัพบก
โดยกองทัพบกได้จัดพิธีตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ และนำเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์กองทัพบกเฉลิมพระเกียรติ ก่อนเข้าเยี่ยมคำนับ ผบ.ทบ. และรับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับภารกิจและความร่วมมือระหว่างสองกองทัพ

ในโอกาสนี้ กองทัพบกได้จัดพิธีประดับเครื่องหมายแสดงความสามารถพิเศษนักโดดร่มชั้นกิตติมศักดิ์กองทัพบก พร้อมมอบประกาศนียบัตรเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้บัญชาการกองกำลังป้องกันตนเองทางบกญี่ปุ่นด้วย
ในระหว่างการหารือข้อราชการ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ของทั้งสองประเทศได้มีความเห็นร่วมกันในการยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างสองกองทัพ โดยเฉพาะในมิติของการพัฒนากำลังพล ทั้งด้านการฝึกและการศึกษาให้มีความยั่งยืน
โดยเฉพาะการฝึกด้านการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาสาธารณภัย (HA/DR) ในการฝึกร่วมผสมภายใต้รหัส Cobra Gold ซึ่งญี่ปุ่นและไทยต่างมีบทบาทสำคัญภายใต้กรอบความร่วมมือของการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา (ADMM-Plus EWG on HA/DR) โดยกองทัพบกไทยจะได้รับการยกระดับจากการเป็นผู้ร่วมสังเกตการณ์ เป็นผู้เข้าร่วมการฝึกหลักในการฝึกภายใต้รหัส Nankai Rescue อันเป็นสัญลักษณ์ของความไว้เนื้อเชื่อใจและความร่วมมือที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ในด้านการศึกษา ญี่ปุ่นได้ให้การสนับสนุนที่นั่งในการฝึกอบรมในหลักสูตรระดับสูงต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ หลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร, หลักสูตรวิทยาลัยการทัพบก, หลักสูตรเสนาธิการทหารบก และ โดยเฉพาะหลักสูตรนักเรียนนายร้อยรวมเหล่า ซึ่ง ผบ.ทบ.ญี่ปุ่นได้กล่าวว่า ถือเป็นความสัมพันธ์ที่พิเศษ และไม่สามารถเทียบได้กับประเทศใด เป็นการเน้นย้ำถึงความไว้วางใจและการผูกพันระหว่างทั้งสองประเทศที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าด้านการทหารทั่วไป
ในช่วงท้ายของการหารือ ญี่ปุ่นได้แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยระบุว่า ทั้งสองประเทศเป็นพันธมิตรที่แน่นแฟ้นของญี่ปุ่น ซึ่งต้องการเห็นความสงบและเสถียรภาพในภูมิภาคนี้ ซึ่ง ผบ.ทบ.ไทยได้ยืนยันว่า ไทยพร้อมดำเนินการเจรจาในระดับทวิภาคี ผ่านกลไก RBC, GBC และ JBC และเชื่อมั่นว่าหากเกิดการเจรจาในระดับดังกล่าวสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติในเร็ววัน

นอกจากนี้ กองทัพบกญี่ปุ่นได้แสดงความคาดหวังและความยินดีที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม Staff Talk ระหว่างกองทัพบกทั้งสองประเทศในเดือนสิงหาคม 2568 รวมถึงได้กล่าวเชิญ ผบ.ทบ.ไทยเยือนญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการในปี 2569 ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่จะยกระดับความสัมพันธ์ของกองทัพบกทั้งสองประเทศให้มั่นคงยิ่งขึ้น
ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า ความร่วมมือระหว่างกองทัพบกไทยและกองทัพบกญี่ปุ่นมิได้จำกัดอยู่เฉพาะด้านยุทธศาสตร์หรือการฝึกเท่านั้น หากแต่รวมถึงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการวางรากฐานการพัฒนากำลังพลในระยะยาว เป็นมิตรภาพที่สร้างขึ้นบนพื้นฐานของความไว้วางใจ ความเคารพซึ่งกันและกัน โดยมีเป้าหมายเพื่อสันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในอนาคต


