ศาลปกครอง ยกคำขอ “ยิ่งลักษณ์” ไม่คุ้มครอง ทุเลาคำสั่งชดใช้ 3.5หมื่นล้าน “จำนำข้าว”

10.04.17 | 17:40 น.

ศาลปกครองกลาง ยกคำขอ “ยิ่งลักษณ์” ไม่คุ้มครองขอทุเลาระงับคำสั่งคลังให้ชดใช้ 3.5 หมื่นล้าน ทำรัฐเสียหายโครงการจำนำข้าว ชี้ ขั้นตอนการยึด-อายัดทรัพย์ ยังไม่เกิด

เมื่อวันที่ 10 เมษายน ที่ศาลปกครองกลาง ถ.แจ้งวัฒนะ นายวชิระ ชอบแต่ง ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองและเจ้าของสำนวน และองค์คณะตุลาการเสียงข้างมาก มีคำสั่งให้ยกคำขอ ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและจำเลยคดีโครงการจำนำข้าวในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ผู้ฟ้องคดีปกครอง ที่ขอให้ศาลปกครองสั่งทุเลาการบังคับคำสั่งกระทรวงการคลังที่ 1351/2559 ลงวันที่ 13 ตุลาคม 59 ที่ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากเหตุขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ( กขช.) ปล่อยให้เกิดความเสียหายโครงการรับจำนำข้าวโดยเพิกเฉยไม่ระงับยับยั้งความเสียหายที่เกิดแก่ราชการตามอำนาจหน้าที่ เป็นเหตุให้กระทรวงการคลังได้รับความเสียหาย มูลค่า 3.5 หมื่นล้านบาทเศษ ไว้ก่อนที่จะมีคำพิพากษา ซึ่งคดีดังกล่าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยื่นฟ้อง นายกรัฐมนตรี , รมว.คลัง , รมช.คลัง และปลัดกระทรวงการคลัง เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1-4

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การที่ศาลจะมีอำนาจออกคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งพิพาทในระหว่างพิจารณาคดีได้นั้น ต้องมีเงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนดไว้ 3 ประการ เกิดขึ้นครบถ้วนกล่าวคือ (1) คำสั่งพิพาทน่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย (2) การให้คำสั่งพิพาทมีผลใช้บังคับต่อไป จะทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงที่ยากแก่การเยียวยาแก้ไขในภายหลัง และ (3) การทุเลาการบังคับตามคำสั่งพิพาท ไม่เป็นอุปสรรคแก่การบริหารงานของรัฐหรือแก่บริการสาธารณะ

เมื่อพิจารณาคำขอของนางสาวยิ่งลักษณ์และข้อเท็จจริงในชั้นไต่สวนคำขอวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาแล้ว เห็นว่าภายหลังจากผู้ถูกฟ้อง ออกคำสั่งเรียกให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ผู้ถูกฟ้องได้มีหนังสือแจ้งเตือนให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้เสร็จสิ้นภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือดังกล่าว ซึ่ง นอกจากหนังสือแจ้งเตือนดังกล่าวแล้ว ผู้ถูกฟ้องยังไม่มีการใช้มาตรการบังคับทางปกครองโดยยึดหรืออายัดทรัพย์สินของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และขายทอดตลาดเพื่อชำระค่าสินไหมทดแทนแต่อย่างใด ในเมื่อผู้ถูกฟ้องยังไม่มีการใช้มาตรการบังคับทางปกครอง ในชั้นนี้จึงรับฟังไม่ได้ว่า หากศาลไม่มีคำสั่งทุเลาการบังคับ ตามคำสั่งพิพาท จะทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ที่ยากแก่การเยียวยาแก้ไข

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 60 ที่ผ่านมา ศาลปกครองกลาง ก็ยกคำร้องของ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ซึ่งทั้งสองตกเป็นจำเลยคดีทุจริตการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี , นายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ, นายอัฐฐิติพงศ์ หรือ อัครพงศ์ ทีปวัชระ หรือช่วยเกลี้ยง อดีตเลขานุการกรมการค้าต่างประเทศ และนายทิฆัมพร นาทวรทัต อดีตผู้อำนวยการสำนักบริหารการค้าข้าว กรมการค้าต่างประเทศ และอดีตผู้ช่วยเลขานุการ ในคณะทำงานอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว ที่ขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับคำสั่งกระทรวงพาณิชย์ ที่ 453/2559 ลงวันที่ 19 กันยายน 59 เช่นกัน เรื่องให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนกับกระทรวงพาณิชย์ในส่วนของนายบุญทรง เป็นเงินจำนวน 1,768,973,012.66 บาท , นายภูมิ จำนวน 2,242,571,739.68 บาท และนายมนัส , นายอัฐฐิติพงศ์ , นายทิฆัมพร เป็นเงินจำนวนรายละ 4,011,544,752.33 บาท ตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539จากกรณีจงใจกระทำละเมิดให้ราชการเสียหาย จากการนำข้าวตามสัญญาซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐมาเวียนขายให้ผู้ประกอบการค้าข้าวภายในประเทศ

Advertisement