หน้าแรก การเมือง บิ๊กเล็ก ระบุ...

บิ๊กเล็ก ระบุชายแดนไทย-กัมพูชาแนวโน้มดีขึ้น หลังยอมคุย เวที GBC ย้ำยังอยู่ระหว่างต่อรอง

2.07.25 | 09:53 น.

บิ๊กเล็ก​ ยัน​ ไม่มีสุญญากาศ​แม้ไร้​ รมว.กลาโหม​ เผย​ ชายแดนกัมพูชา​ มีแนวโน้มดีขึ้น​ หลังเตีย​ เซ็ยฮา​ ยอมคุย​เปิดเวที​GBC​ แต่อยู่ระหว่างต่อรอง​ ย้ำ​ คำนึงถึงศักดิ์​ศรีของ​ 2 ประเทศ​ ขอบคุณนายกฯเชื่อมั่น​ พร้อมระบุ​ กต.​เตรียมลับมือ​ ปมฮุนมา​ เนต นำ​ 3 ปราสาท​ -​1 พื้นที่สู่ศาลโลก

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 2 กรกฎาคม ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ณัฐพล​ นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม รักษาราชการแทน รมว.กลาโหม​ กล่าวถึง ภาพรวมสถานการณ์ชายแดนไทย- กัมพูชา ว่า ขณะนี้สถานการณ์ยังทรงอยู่ แต่เราได้ใช้กลไกในทุกระดับของกองทัพ ในการประสานงานกับกัมพูชา และพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการ เพื่อให้เข้าสู่กระบวนการพูดคุยแบบทวิภาคี​

สิ่งที่กระทรวงกลาโหมคาดหวัง คือกลไก​ GBC​  ซึ่งมีรมว.กลาโหม เป็นประธาน ในขณะเดียวกันระดับรัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศ ก็มีการพูดคุย​ ซึ่งมีสัญญาณที่ดีขึ้นเล็กน้อย คือทางกัมพูชา เริ่มคุยด้วยจากก่อนหน้านี้ที่ไม่คุยเลย แต่ยอมรับว่า ยังมีการต่อรองกันอยู่ ซึ่งฝ่ายไทยยึดถือศักดิ์ศรีของ 2 ประเทศ ไม่มีคำว่าประเทศใหญ่หรือเล็ก เพราะถือเป็นประเทศเท่ากัน

“อยากให้คนไทยคำนึงเรื่องนี้รัฐบาลเป็นห่วงความเดือดร้อนของประชาชน ตามแนวชายแดน​ สำหรับความคืบหน้าการประชุม RBC​ นั้น คงไม่สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งหมด เพราะมีพื้นที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบ ของกองทัพภาคที่ 1 รวมถึงกองทัพเรือ ในขณะที่การประชุม RBC จะครอบคลุมเฉพาะพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 ดังนั้นพื้นที่อื่นจะไม่ได้รับการแก้ไขปัญหา” พล.อ.ณัฐพล กล่าว

เมื่อถามว่า ทางพล.อ.เตีย​ เซ็ยฮา​ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมกัมพูชา​ มีท่าทีที่ดีขึ้นใช่หรือไม่

Advertisement

พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า เขายอมคุยด้วย แต่ยังมีการต่อรองเรื่องเงื่อนไขที่ยังไม่ลงตัว

เมื่อถามถึงเงื่อนไข คือการให้เราเปิดด่านก่อนใช่หรือไม่

พล.อ.ณัฐพล​ กล่าวว่า ไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะเป็นเรื่องที่อยู่ในระหว่างการต่อรอง เราต้องเคารพศักดิ์ศรีซึ่งกันและกันโดยคำนึงถึง​ศักดิ์ศรีของประเทศไทย รวมถึงของกัมพูชาด้วย เราถือว่าศักดิ์ศรีเท่ากัน เป็นประเทศเหมือนกัน แต่ยืนยันว่าเรายังคงมาตรการเปิดด่านแบบจำกัดเวลาเหมือนเดิม แต่ยืนยันว่าไม่ได้ปิดด่าน แต่เป็นฝ่ายกัมพูชาที่ปิดเอง​ ซึ่งคาดว่าทางรัฐบาลกัมพูชาคงมองว่า​ ลักษณะเช่นนี้คือการปิดด่านแล้ว เพราะหากเราปิด จะไม่มีการผ่านเข้าออกเลย

เมื่อถามว่า จะมีโอกาสลงไปทำความเข้าใจกับคนในกองทัพหรือไม่ เพราะสถานการณ์ปัจจุบันนี้ ไม่มีรมว.กลาโหม ในขณะที่นายกรัฐมนตรี ถูกรัฐธรรมนูญ​สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่

พล.อ.ณัฐพล​ ระบุว่า คงจะค่อยๆทำไปตามขั้นตอน ต้องยอมรับว่าไม่ได้มีการเตรียมการมาตั้งแต่ต้น ในส่วนของตน ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้แจ้งให้ทราบ ว่าสามารถรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ทันที โดยให้ยึดพ.ร.บ.จัดระเบียบกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2551 มาตรา 24​  ซึ่งความรับผิดชอบจะเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อวาน หากมีอะไรเสียหาย ก็อยู่ในความรับผิดชอบของตน

เมื่อถามว่าในส่วนของกระทรวงกลาโหม แม้จะไม่มีเจ้ากระทรวง จะไม่เกิดสุญญากาศ​ ใช่หรือไม่

พล.อ.ณัฐพล​ กล่าวว่า จะไม่เกิดสุญญากาศอย่างแน่นอน รวมถึงการแก้ไขปัญหาชายแดนไทยกัมพูชา มติสภาความมั่นคงแห่งชาติ เมื่อ 27 มิถุนายน 2568 ได้มอบอำนาจให้ศูนย์เฉพาะกิจบริหารชายแดนไทย -กัมพูชา​ หรือ​ ศบ.ทก. ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับ ความเข้มข้นหรือผ่อนคลายมาตรการ

ขอยืนยันกับประชาชนว่า งานด้านความมั่นคง ในทุกด้านจะไม่เกิดสุญญากาศ ยังคงเดินหน้าต่อไป อย่างไรก็ตาม ตนต้องขอขอบคุณนายกรัฐมนตรี ที่ให้ความเชื่อมั่นว่าตนจะทำหน้าที่ตรงนี้ได้ แต่ยอมรับว่าไม่รู้สึกกดดัน ภาระงานยังคงเหมือนเดิม ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง ยังคงเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการเหมือนเดิม

แต่หากเป็นรมว.กลาโหม ก็อาจจะกดดัน แต่ตนก็ห่วงอยากให้ปัญหาแก้ไขได้เร็วขึ้น เพราะจากที่ลงพื้นที่กับนายกรัฐมนตรี ตามแนวชายแดนไทย​- กัมพูชา ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอยากให้ปัญหานี้คลี่คลายโดยเร็ว โดยจะคำนึงถึงอธิปไตยและศักดิ์ศรีของประเทศ ซึ่งจะต้องเป็นไปอย่างสง่างาม

เมื่อถามว่า ได้มีการพูดคุยกับกระทรวงการต่างประเทศหรือไม่ หลังนายฮุน​ มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา มีการเคลื่อนไหวนำ 3 ปราสาทและ 1 พื้นที่ขึ้นศาลระหว่างประเทศ

พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า มีการพูดคุยกันตลอด ซึ่งในส่วนของทีมไทยแลนด์​เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าส่วนงานระยะยาว ก็เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเขาก็เดินหน้าอยู่ ในงานที่จะต้องใช้ความปราณีต และมีเรื่องข้อกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง การเตรียมการในเรื่องต่างๆ หากกัมพูชานำประเด็นดังกล่าวเข้าสู่ศาลโลก ซึ่งในส่วนของศบ.ทก.จะไม่เข้าไปก้าวก่ายเรื่องนี้ แต่ทั้งในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศและศบ.ทก.​ ต่างฝ่ายต่างรับทราบการทำงานซึ่งกันและกัน