หน้าแรก การเมือง กมธ.มั่นคง ถก...

กมธ.มั่นคง ถกหาข้อเท็จจริง 2 คลิปเสียงฮุนเซน ขอ บช.ก. ตรวจสอบ พี่ฮวด มีทรัพย์สินในไทยหรือไม่

3.07.25 | 16:56 น.

‘กมธ.มั่นคงฯ’ ถกหาข้อเท็จจริง 2 คลิปเสียงเอี่ยวกัมพูชา​ เตรียมเรียก ‘แพทองธาร’ แจงอีกรอบ ปมบทสนทนาฮุนเซน​ พร้อมให้ ‘บช.ก.’ เร่งตรวจสอบตัวตน พี่ฮวด มีบัตรประชาชน-ทรัพย์สินในไทยจริงหรือไม่

เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ที่รัฐสภา นางสาวพรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ​ กิจการ​ชายแดน​ไทย​ ​ยุทธ​ศ​า​สตร์ชาติ​และ​การปฏิรูป​ประเทศ​ สภาผู้แทน​ราษฎร​ แถลงผลการประชุม กมธ.ฯ วาระพิจารณาหาข้อเท็จจริง​ 2 คลิปเสียง​ ทั้งกรณีบทสนทนาระหว่างนายกรัฐมนตรีกับสมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา และคลิปที่มีการสั่งติดตามคนกัมพูชา​บนผืนแผ่นดินไทย​ ที่มีข้อสงสัยว่าจะเกี่ยวพันกับผู้มีอำนาจที่อยู่ในกัมพูชา​ ว่า​ ประเด็นที่ถูกพูดถึงในที่ประชุมมากที่สุดคือ กรณีคลิปเสียงคล้ายสมเด็จฯ ฮุนเซน สั่งการให้นายเคลียง ฮวด ไล่ล่า ชาวกัมพูชาที่มีความเห็นต่างในประเทศไทย โดยกกมธ.ได้เชิญนายพร พันนา นักเคลื่อนไหว ที่มีชื่อปรากฏอยู่ในคลิปเสียง ซึ่งปัจจุบันลี้ภัยอยู่ที่สหรัฐอเมริกา และนายสวน จำเริญ ที่ลี้ภัยอยู่นิวซีแลนด์​ วีดิโอคอนเฟอร์เรนท์​ มาให้ข้อมูล​ว่า​ ถูกทำร้ายหลังลี้ภัยมาประเทศไทย​ ซึ่งสอดคล้องกับคลิปเสียงที่ต้องการให้นายฮวดไล่ล่าชาวกัมพูชาผู้ที่เห็นต่างในไทย

นางสาวพรรณิการ์ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันยังได้รับข้อมูลจากนางสาวพรเพ็ญ คงขจรเกียรติ นักสิทธิมนุษยชน ว่า​ มีความเป็นไปได้ที่มีการแลกเปลี่ยนการจับกุมตัวผู้ลี้ภัยระหว่างทางการไทยและกัมพูชา และนายฮวด​ อาจมีบัตรประชาชนหรือสัญชาติไทย หรือทรัพย์สินอยู่ในประเทศไทย ซึ่งกมธ.ฯ จะติดตามตรวจสอบต่อไป​ ทั้งนี้ กมธ.ฯ เห็นว่า​ นอกจากจะดำเนินการกับสมเด็จฯ ฮุนเซน ด้วยกฎหมายระหว่างประเทศแล้ว ยังสามารถเอาผิดตามหมวด 3 ของกฎหมายอาญา ซึ่งเป็นความผิดต่อความมั่นคงนอกราชอาณาจักร ทำให้อำนาจอธิปไตยส่วนหนึ่งส่วนใด สูญเสียให้รัฐบาลต่างชาติ ทำให้ผู้นำต่างชาติเข้ามามีปฏิบัติการในประเทศไทย และนอกจากผิดกฎหมายอาญาแล้ว​ ยังเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 ซึ่งต้องดำเนินการกับนายกรัฐมนตรี​ รัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในคดีนี้ด้วยหรือไม่

ถามถึง การดำเนินการในระดับกฎหมายระหว่างประเทศกับสมเด็จฯ ฮุนเซน นางสาวพรรณิการ์ กล่าวว่า ผู้แทนของกระทรวงการต่างประเทศ ยอมรับว่ามีการศึกษาพิจารณากันอยู่ ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่ในคลิป ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยอมรับแล้ว​ว่า​ จะนำคลิปเสียงไปตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ว่า เป็นเสียงของสมเด็จฯ ฮุนเซนจริงหรือไม่ เพื่อนำเข้าสู่สำนวนคดีต่อไป ทั้งนี้​ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่า​ ไม่เคยมีความเกี่ยวข้องหรือร่วมมือกับนายฮวด แต่ทางสภาความมั่นคงแห่งชาติยอมรับว่า มีปฏิบัติการของต่างชาติเข้ามาเป็นภัยคุกคาม ตามล่าคนสัญชาติเขาในประเทศไทยจริง เรื่อง​ สมช.มองว่าเป็นภัยคุกคาม แต่ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้มากพอ จึงไม่รู้ว่าปฏิบัติการเหล่านี้มีความร่วมมืออย่างไม่เป็นทางการกับหน่วยงานราชการของไทยหรือไม่

Advertisement

เมื่อถามถึง กรณีคลิปเสียงสนทนาระหว่างสมเด็จฯ ฮุนเซนและนางสาวแพทองธาร​ ชินวัตร​ นายกรัฐมนตรีนั้น นางสาวพรรณิการ์ กล่าวว่า กมธ.ฯ ไม่แน่ใจว่า​ จะมีคลิปสนทนาส่วนตัวของนางสาวแพทองธาร​ กับผู้นำต่างชาติอื่นอีกหรือไม่ หากมี​ต้องแจ้งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบรับทราบ เพื่อเตรียมความพร้อม เนื่องจาก กมธ.ฯ มีความไม่สบายใจอย่างยิ่ง​ว่า​ อาจมีคลิปเสียงที่กระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หรือกระทบความมั่นคงระหว่างประเทศที่เกิดจากการดำเนินการทางการทูตที่ไม่ถูกต้องของนายกรัฐมนตรี โดยกมธ.ฯ ได้รับข้อมูลเพิ่มเติมว่า การสนทนาระหว่างนายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีฝรั่งเศสไม่ได้เป็นไปตามทางการทูตเช่นเดียวกัน

ด้านนายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ส.ส.ระยอง พรรคประชาชน (ปชน.) เลขานุการกมธ.​ กล่าวว่า​ จะส่งข้อมูลไปยังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ให้หาข้อเท็จจริงเรื่องของนายฮวดว่า​ เป็นคนไทย​ มีบัตรประชาชนและทรัพย์สินในไทยหรือไม่ พร้อมขอข้อมูลบันทึกการเข้าออกประเทศของนายฮวด​ด้วย แล้วจะขยายผล หาข้อเท็จจริงการถูกทำร้ายร่างกายของชาวกัมพูชาที่มาให้ข้อมูลต่อกับกมธ.ฯ วันนี้ รวมไปถึงการเสียชีวิตของนายลิม​ กิมยา พร้อมจะทำหนังสือเชิญถึงนายกรัฐมนตรี​ มาชี้แจงต่อกมธ.ฯ อีกครั้ง เพราะกรณีคลิปเสียงสนทนาระหว่างนายกรัฐมนตรีกับสมเด็จฮุนเซน​ ไม่สามารถมีใครชี้แจงแทนได้