หน้าแรก การเมือง อิ๊งค์ เบรกคื...

อิ๊งค์ เบรกคืนโบราณวัตถุ ให้เขมรรอก่อน-ไม่มีงบส่ง ยัน กลุ่มตาเมือน อยู่ไทย

5.07.25 | 06:42 น.

“อิ๊งค์”เบรกคืนโบราณวัตถุ ให้เขมรรอก่อน-ไม่มีงบส่ง ยัน”กลุ่มตาเมือน”อยู่ไทย

เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ วธ. กล่าวในการประชุมร่วมกับผู้บริหาร วธ. พร้อมมอบนโยบายในการทำงานว่า มีเรื่องที่อยากฝากไว้และให้ช่วยกันผลักดัน อยากฟังทุกคนว่าแต่ละหน่วยงานทำอะไรกันอยู่ และอยากให้ทำอะไรเพิ่มเติมบ้าง ข้อแรกอยากชี้แจงที่มีข่าวปลอมในออนไลน์เรื่องการคืนโบราณวัตถุ ข้อแรก ตามที่ได้มีข่าวปลอมในออนไลน์เรื่องการคืนโบราณวัตถุ จำนวน 20 ชิ้น ให้กับกัมพูชา ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง การคืนโบราณวัตถุมีมาตั้งแต่สมัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ตั้งแต่ปี 2558 ไทยได้ส่งคืนโบราณวัตถุแล้ว 23 รายการ หลังตรวจสอบว่าเป็นของกัมพูชา จากจำนวน 43 ชิ้น ที่ลักลอบนำเข้าจากสิงคโปร์ตั้งแต่ปี 2543

“วันที่ 21 พฤษภาคม 2567 มติ ครม.รัฐบาลสมัยนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกฯ มีมติเห็นชอบให้ส่งมอบโบราณวัตถุ 20 รายการแก่กัมพูชา ตามที่ วธ.เสนอ หลังจากกรมศิลปากรและคณะผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่าโบราณวัตถุมีต้นกำเนิดในกัมพูชา ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการจัดสรรงบประมาณของกรมศิลปากรในการจัดส่งคืน ซได้รับรายงานว่างบในปีปัจจุบันไม่เพียงพอในการขนส่ง และไม่เป็นเรื่องเร่งด่วนในการของบกลาง จึงอาจทบทวนเรื่องนี้ ต้องส่งเรื่องเพื่อขอตั้งงบของกระทรวงและรายงานต่อครม. เพื่อทราบในการหาหน่วยงาน หรือที่มาของงบที่จะจัดสรรงบต่อไปในการส่งคืน

น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ที่สำคัญ เนื่องด้วยสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ทางวธ.จึงมีความเห็นให้ทบทวนเรื่องดังกล่าวตามความเหมาะสมต่อไป บทสรุปคือทบทวนก่อนแล้วค่อยว่ากันเรื่องตั้งงบ ที่เหลืออยู่ยังไม่ส่งคืนก่อน

น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า การปล่อยข่าวปลุกปั่นต่างๆ ทำให้เกิดผลเสียและเกิดผลกระทบ ตนจะแจ้งความกับผู้ปล่อยข่าวดังกล่าว ส่วนความเห็นเป็นเรื่องธรรมดา ตนเป็นนายกฯ เป็นบุคคลสาธารณะ เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ไม่มีปัญหา แต่การปล่อยข่าวเรื่องตนส่งโบราณวัตถุไปแล้ว ทางวธ.ทราบอยู่แล้วว่าไม่จริง ฉะนั้นเรื่องนี้ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ยังไม่ได้มารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการวธ.

Advertisement

น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ส่วนประเด็นเรื่องโบราณสถานในกลุ่มปราสาทตาเมือน วธ.ขอยืนยันว่ากลุ่มปราสาทตาเมือนเป็นโบราณสถานที่อยู่ในอำนาจอธิปไตยของไทย และประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานตามกฎหมายว่าด้วยโบราณสถาน พ.ศ.2505 แล้ว ในส่วนพื้นที่พิพาทอื่น ได้รับรายงานจาก กต.ว่าจะเร่ง ดำเนินการ ในการรักษาไว้ซึ่งดินแดน และอำนาจอธิปไตยของไทย เช่นกัน