⦁…ผู้คนพากันตื่นเต้นไปกับความเป็นไปทางการเมืองที่ดูเหมือนโกลาหล ทั้งที่หากตั้งสติไล่กันทีละเรื่อง ทีละขั้น ยังไม่ใช่สถานการณ์ที่เร็วจนรับมือไม่ทัน ที่เรียกว่า “โกลาหล อลหม่าน” สักเท่าไร ด้วยทุกภารกิจยังมี “กลไกอย่างเป็นทางการรับผิดชอบ” อยู่
⦁…คณะรัฐมนตรีถวายสัตย์ เข้าทำงานกันเรียบร้อยตามตำแหน่งหน้าที่ แม้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์บ้างว่าเป็น “ครม.เครือญาติ” ผู้มีบทบาทในพรรคส่งทายาทมาฝึกงาน แต่นั่นเป็น “ความคิดความเห็น” ความเป็นคือ “เก้าอี้ ครม.ทุกตัวมีคนนั่งทำหน้าที่รับผิดชอบ” ความหมายก็คือ “ทำงานกันไปแบบปกติ”
⦁…ที่พูดถึงกันกว้างขวางเป็น “ผู้ทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี” หลัง แพทองธารชินวัตร ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ “หยุดปฏิบัติหน้าที่” เสียงโหวกเหวกว่า “ประเทศขาดผู้นำ” แต่ความเป็นจริงแล้ว “ไม่ใช่” หลัง สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจนำ ครม.ชุดใหม่เข้าถวายสัตย์ ตามกฎหมาย ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯคนที่หนึ่งจะทำหน้าที่ “ปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี” ในช่วงที่ “ศาลยังไม่มีคำตัดสิน” ว่า แพทองธาร ชินวัตร มีความผิดจนต้องพ้นจากตำแหน่งหรือไม่ “เก้าอี้นายกฯ” ไม่ได้ว่างลง และหากสาระในการสั่งการ ที่ผ่านมา “ภูมิธรรม” เป็น “พี่เลี้ยงหลักของแพทองธาร” อยู่แล้ว เรื่อง “รู้งาน” จึงไม่ใช่ปัญหา
⦁…ที่โขมงโฉงเฉงกันยกใหญ่ แม้กระทั่งคนใน “พรรคเพื่อไทย” เอง ว่าหาก “นายกฯไม่ใช่แพทองธาร” แล้วจะเป็นใคร พากันเปิดประเด็นปล่อยข่าวกันแซ่ดว่า “พรรคประชาชน” ที่มี ส.ส.มากที่สุด จะให้การสนับสนุน อนุทิน ชาญวีรกูล ขึ้นเป็นนายกฯ นี่ก็คิดไปเอง เพราะในความเป็นจริงทางการเมืองอยู่ในขั้น “รอศาลรัฐธรรมนูญตัดสินสถานภาพของแพทองธาร”ซึ่งหากออกมาว่า “ไม่มีความผิด” เป็นการทำหน้าที่ปกติของผู้นำประเทศ ที่จะต้องหาทางทุกรูปแบบเพื่อแก้ปัญหาให้ประเทศ ก็จบ “แพทองธารกลับมาทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี” นำ ครม.ชุดใหม่บริหารประเทศต่อไป เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
⦁…แต่หากศาลรัฐธรรมนูญ ตัดสินให้ “แพทองธารพ้นจากหน้าที่” หรือ “แพทองธารชิงลาออกก่อนที่ศาลจะตัดสิน” ว่าไปก็ไม่มีอะไรยุ่งยากอีก แต่เสนอ “แคนดิเดตนายกฯของพรรค” มาให้สภาโหวตใหม่ อาจจะยุ่งนิดหน่อย ตรงที่เมื่อ “เพื่อไทย” เสนอ ชัยเกษม นิติสิริ อาจจะมีพรรคอื่นเสนอ อนุทิน ชาญวีรกูล ขึ้นมาแข่ง ถึงตรงนี้หาก “พรรคร่วมรัฐบาลปัจจุบัน” ยังยืนหยัดหนักแน่นย่อมคุมเสียงส่วนใหญ่ให้โหวต “ชัยเกษม” แต่หากเสียงพรรคร่วมรัฐบาลแกว่ง ถึงตรงนี้ “พรรคประชาชน” จึงจะเข้ามาเป็นตัวแปรกำหนดเกมได้ว่าจะเป็น “ชัยเกษม” หรือ “อนุทิน”
⦁…คล้ายว่าจะยุ่ง แต่ความคิดจริงชัดเจนอีกเช่นกัน ว่าขึ้นอยู่กับ “ข้อตกลงเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ” ทั้งประเด็นที่จะแก้ และวิธีการที่จะจัดการของ “รัฐบาลหน้า” แน่นอนว่า “พรรคประชาชน” จะกำหนดรายละเอียดให้ “เพื่อไทย” และ “ภูมิใจไทย” ไปตัดสินว่ารับได้กับข้อเสนอนั้นได้แค่ไหน “พรรคไหนรับได้มากกว่า” จะได้เป็น “แกนนำรัฐบาล” ที่มี “พรรคประชาชน”สนับสนุนโดยไม่เข้าร่วมรัฐบาล
⦁…ถึงตรงนี้ คงต้องใช้วิชาวิเคราะห์ว่าระหว่าง “เพื่อไทย” กับ “ภูมิใจไทย” พรรคไหนจะรับข้อเสนอ “พรรคประชาชน” ที่ต้องการเข้ามารื้อ “โครงสร้างอำนาจแช่แข็งประเทศ” เพื่อเริ่มต้น “ประชาธิปไตยที่ให้ราคาอำนาจประชาชน” ได้มากกว่ากัน ระหว่าง “ภูมิใจไทย” กับ “เพื่อไทย” พรรคไหนสยบยอมต่อ “ขบวนการแช่แข็งประเทศ เพื่อผลประโยชน์ของแกนนำพรรคมากกว่ากัน” ซึ่งมองเห็นได้ไม่ยากว่าที่สุดแล้วจะจบกันด้วยรูปแบบใด ก่อน “ยุบสภา” เพื่อให้ประชาชนตัดสิน “พรรคประชาชน” ต้องมีคำตอบชัดเจนว่า “เลือกสนับสนุนใคร เพราะอะไร”







