‘นิพนธ์’ ผิดหวัง ปชป.ทำผิดซ้ำสอง ปมให้สัตยาบันย้อนหลังรับรองเข้าร่วม รบ.-เสนอชื่อ รมต. เท่ากับนิรโทษตัวเองโดยพลการ เข้าข่ายผิด พ.ร.ป.พรรคการเมือง โอดไม่คิด ‘ประชาธิปัตย์’ จะเปลี่ยนไปขนาดนี้ ไม่เหลือเค้าเดิม 79 ปีหมดสิ้นแล้ว
เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แสดงความไม่เห็นด้วยภายหลังจากที่ประชุมร่วมระหว่างกรรมการบริหารพรรคและ ส.ส.เมื่อวันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมาว่า ที่ประชุมมีวาระสำคัญคือการ “ให้สัตยาบันย้อนหลัง” เพื่อรองรับการเข้าร่วมรัฐบาลและการส่งรายชื่อบุคคลให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ที่ก่อนหน้านี้มิได้ผ่านมติพรรคตามข้อบังคับที่กำหนดไว้ ซึ่งการให้สัตยาบันดังกล่าว คือการยอมรับว่าได้ทำผิดข้อบังคับพรรคจริง และยิ่งแสดงชัดว่าการเสนอชื่อรัฐมนตรีไม่เป็นไปตามขั้นตอนที่พรรคกำหนดไว้แต่แรก
นายนิพนธ์กล่าวว่า ยิ่งไปกว่านั้น ข้อบังคับพรรคก็ไม่ได้เปิดช่องให้สามารถให้สัตยาบันย้อนหลังได้เลย เพราะข้อบังคับพรรคได้กำหนดหมวดว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไว้โดยเฉพาะแล้ว
นายนิพนธ์กล่าวต่อว่า การประชุมครั้งนี้ไม่ได้เป็นการแก้ไขปัญหา แต่คือการทำผิดซ้ำสอง และยังสุ่มเสี่ยงต่อการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาหากมีการแก้ไขเอกสารการประชุมย้อนหลัง รวมถึงอาจเข้าข่ายขัดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 21 ที่กำหนดให้กรรมการบริหารพรรคต้องดำเนินกิจกรรมให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และข้อบังคับพรรคอย่างเคร่งครัด อันจะนำไปสู่การผิดจริยธรรมด้วย
“ผมไม่นึกว่าวันนี้ประชาธิปัตย์จะเปลี่ยนไปถึงเพียงนี้ เพราะหากทำถึงขนาดนี้ได้ ก็เท่ากับว่าข้อบังคับไม่มีความศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไป สิ่งที่เกิดขึ้นในครั้งนี้คือการออกนิรโทษกรรมให้ตัวเองโดยพลการ ทำลายหลักธรรมาภิบาลของพรรค และบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือในสายตาของมวลสมาชิกและประชาชน และผมผิดหวังต่อทิศทางของพรรค ความเป็นประชาธิปัตย์ในอดีตได้สิ้นสุดลงแล้ว ประชาธิปัตย์ไม่เหลือความเป็นประชาธิปัตย์ดั้งเดิมอีกต่อไปแล้ว นับแต่นี้พรรคจะอยู่ในกำมือของคนเพียงสองคนหรือไม่กี่คนที่จะสุมหัวกันคิดทำอะไรก็ได้ ไม่ต้องคำนึงถึงข้อบังคับพรรค และเมื่อถึงจุดที่ข้อบังคับถูกเหยียบย่ำ ความเป็นประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นสถาบันทางการเมืองที่อยู่มาแล้วกว่า 79 ปี ก็หมดสิ้นและจบกันแล้วจริงๆ” นายนิพนธ์กล่าว

