ครม.ขอถอน ‘กม.เอ็นเตอร์เทนเมนต์’ เจอฝ่ายค้านถามเหตุผล เป็นเพราะกลัวเสียงไม่พอหรือ ‘เท้ง’ จี้รับปากจะไม่นำร่างกลับมาอีก ด้าน ‘จุลพันธ์’ แจง เพราะการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ตอบไม่ได้ว่าจะนำกลับมาพิจารณาอีกหรือไม่
เมื่อเวลา 10.53 น. วันที่ 9 กรกฎาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม เป็นการพิจารณาตามระเบียบวาระคือ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. … หรือ เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ
โดยนายวันมูหะมัดนอร์แจ้งว่า ครม.ได้มีหนังสือมายังสภาขอถอนร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ออกจากระเบียบวาระการประชุม ซึ่งตามข้อบังคับที่ 61 กำหนดว่าการถอนร่าง พ.ร.บ.ที่ประธานสั่งบรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุมแล้ว จะกระทำได้เมื่อได้รับการยินยอมจากที่ประชุม ดังนั้น ขอถามสมาชิกว่าเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่
ทำให้ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร อภิปรายว่า อยากทราบเหตุผลที่แท้จริงที่ ครม.ขอถอนร่างนี้ออกจากการพิจารณาของสภา ทราบดีว่าวันนี้อย่างไรรัฐบาลก็ถือเสียงข้างมาก ดังนั้น ไม่ว่าพวกตนจะลงมติอย่างไร ครม.ก็สามารถที่จะถอนร่างนี้ออกจากการพิจารณาของสภาได้อยู่แล้ว แต่เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่าการถอนร่างในวันนี้เป็นการถอนร่างที่รัฐบาลได้เล็งเห็นแล้วว่ากฎหมายฉบับนี้มีปัญหา อาจจะถอนออกไปเพื่อที่จะกลับไปศึกษาอย่างรอบคอบตามข้อทักท้วงของภาคประชาสังคม รวมถึงภาคส่วนอื่นๆ ก่อน ไม่ได้เป็นการถอนร่างเพียงเพราะรัฐบาลกลัวว่าเสียงในสภาไม่พอและจะถูกโหวตคว่ำ

“ดังนั้น ผมอยากจะขอฟังเหตุผลจากตัวแทนของ ครม.ว่าถอนร่างนี้ด้วยเหตุผลอะไร เพื่อให้พวกเราพรรคฝ่ายค้านมีความสบายใจว่ารัฐบาลมีความจริงใจ ต้องการถอนร่างกฎหมายฉบับนี้เพราะเล็งเห็นผลนั้นจริงๆ จึงอยากให้ตัวแทน ครม.ลุกขึ้นมารับปากกับพวกเราเป็นบันทึกในที่ประชุมสภาว่า ครม.ถอนร่างนี้ออกไปแล้วจะไม่เสนอร่างนี้กลับเข้ามาอีก อย่างน้อยๆ จนกว่าจะมีการศึกษากฎหมายฉบับนี้อย่างดีเพียงพอ
หากไม่สามารถรับปากได้ พวกเราก็ต้องให้รัฐบาลพิสูจน์ว่าการถอนร่างฉบับนี้ไม่ใช่เป็นเพราะกลัวเสียงไม่พอ ไม่เช่นนั้นรัฐบาลก็ต้องเดินหน้าในการถอนร่างกฎหมายฉบับนี้ด้วยเสียงของรัฐบาลเอง ที่พวกเราไม่สามารถเข้าไปร่วมสังฆกรรมในแทคติคของสภาที่พวกท่านใช้ในวันนี้ได้” นายณัฐพงษ์กล่าว
ขณะที่ นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นอภิปรายว่า ไม่เห็นด้วยกับ ครม.ที่จะถอนร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวออกไป อยากเสนอเป็นญัตติว่าไม่เห็นด้วยกับการถอนร่างของ ครม.

ด้าน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ตัวแทน ครม.ชี้แจงว่า กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่นำเสนอโดยกระทรวงการคลัง หลังจากได้รับมอบหมายให้ยกร่างโดย ครม. จึงเป็นกระทรวงการคลังที่ทำหนังสือเข้ามาที่ ครม.เพื่อขอถอนร่างฉบับดังกล่าว ซึ่งเหตุและผลในการที่คณะรัฐมนตรีมีมติในการถอนร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวออกนั้น ประเด็นแรก ด้วยสถานการณ์ทางการเมืองการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก มีการปรับองค์ประกอบของคณะรัฐมนตรีและพรรคร่วมรัฐบาลอย่างมีนัยสำคัญ มีรัฐมนตรีใหม่ที่เข้าร่วมกับ ครม.กว่า 14 ท่าน ซึ่งเป็นจำนวนที่ค่อนข้างมาก จึงเป็นเหตุและผลที่มีความเหมาะสมที่จะให้คณะรัฐมนตรีที่เป็นชุดใหม่ประกอบอนุกรรมการเข้าด้วยกันในการทบทวน เพื่อพิจารณาให้รอบคอบอีกครั้ง
นายจุลพันธ์กล่าวต่อว่า ประเด็นที่สอง ยอมรับว่าขณะนี้ยังไม่มีความเข้าใจในตัวกฎหมาย รัฐบาลมีความประสงค์ดีในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เกิดการจ้างงาน การลงทุนขนาดใหญ่ เพื่อให้มีการเปลี่ยนแปลง และที่สำคัญการสถานที่ท่องเที่ยวสร้างโดยมนุษย์เป็นเจตนาของรัฐ และยังมีความเชื่อมั่นว่ากลไกในการขับเคลื่อนเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของเศรษฐกิจไทย แต่เนื่องด้วยความเข้าใจในสังคมยังมีความหลากหลาย จึงมีความจำเป็นให้สังคมได้ใช้เวลาพิจารณาอย่างรอบคอบ

นายจุลพันธ์กล่าวชี้แจงว่า กลไกการเปลี่ยนแปลงกฎหมายสามารถดำเนินการได้ในหลายขั้นตอน รวมถึงขั้นตอนของสภา ซึ่งเป็นสิทธิอันชอบธรรมของสมาชิกอยู่แล้ว หากกฎหมายใดก็ตามเข้ามาสู่การพิจารณาแล้วจะมีการปรับเปลี่ยนแก้ไขเพื่อให้เกิดความรัดกุม เหมาะสมมากขึ้น เพราะฉะนั้นจุดนี้ไม่ใช่สาเหตุที่สำคัญที่รัฐบาลบอกว่ากฎหมายมีปัญหาหรือไม่ เพราะโดยหลักการและเหตุผล เรามีความเชื่อมั่นว่าเป็นเหตุผลและหลักการที่เป็นประโยชน์กับสังคม อย่างไรก็ตาม เมื่อมีความหลากหลายทางความคิดอยู่ในสังคม และในขณะนี้ต้องยอมรับความจริงว่าประเทศไทยมีปัญหารุมเร้าหลายประการ ทั้งปัญหาชายแดน เศรษฐกิจในระดับโลก ปัญหาเหล่านี้ทางรัฐบาลรับทราบ และมองว่าการลดปัจจัยในเรื่องความขัดแย้งในสังคมลงน่าจะช่วยผ่อนเบาสถานการณ์ได้ดีขึ้น เป็นอีกหนึ่งในปัจจัยที่เราตัดสินใจว่าการถอนร่างกฎหมายในวันนี้น่าจะเป็นประโยชน์กว่า
“ส่วนจะมีการนำร่างฉบับดังกล่าวกลับมาพิจารณาใหม่อีกครั้งหรือไม่นั้น ยอมรับว่าตอบไม่ได้ แต่ก็รู้กันดีว่ากฎหมายในลักษณะนี้ใช้การดำเนินการค่อนข้างนาน และหากในสภายังมีความเห็นที่แตกต่าง ยิ่งใช้เวลานานเป็นเท่าตัว เพราะฉะนั้น ด้วยเวลาที่จำกัดเราต้องไปดูว่ามีโอกาสที่จะดำเนินการให้แล้วเสร็จได้หรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องค่อนข้างยาก ผมตอบได้เพียงเท่านี้ จะตอบนอกเหนือจากอำนาจหน้าที่ที่ ครม.ให้มาคงดำเนินการไม่ได้” นายจุลพันธ์กล่าว


