‘มืดไปหน่อย’ ประธานวุฒิฯ หวังรัฐสภาได้งบปรับปรุงแสงสว่าง รับปัญหาวุ่นเพียบ

9.07.25 | 17:32 น.

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม เวลา 12.30 น. ที่ห้องประชุม 402-403 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา คณะอนุกรรมาธิการด้านศิลปะสร้างสรรค์ ในคณะกรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะ และวัฒนธรรม จัดเสวนาวิชาการ เรื่อง “สัปปายะสภาสถาน : ศิลปกรรมของชาติ”

ในตอนหนึ่ง นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงความเป็นมาของโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ โดยระบุว่า โครงการนี้เริ่มต้นเมื่อราวปี 2554 โดยมีทีมงานออกแบบที่มีความรู้ความสามารถด้านสถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม โบราณคดี และสิ่งแวดล้อม แม้ตนจะยอมรับว่าในช่วงแรกยังไม่มีความเข้าใจในหลักการออกแบบ แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ได้ซึมซับ และเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ

นายมงคล กล่าวต่อว่า โครงการประสบปัญหา และความวุ่นวายหลายอย่าง ทั้งยังมีข้อกำจัดด้านงบประมาณ การออกแบบอาคารรัฐสภาแห่งนี้ ผสมผสานความรู้ด้านประวัติศาสตร์ ขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรมไทย และความเป็นเอกลักษณ์ของไทยเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ มุ่งเน้นการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และประหยัดพลังงาน โดยมีการใช้รูปทรงวงกลม และหลังคาที่ออกแบบมาเพื่อลดการใช้พลังงานผ่านระบบระบายอากาศตามธรรมชาติ

“ทุกสิ่งทุกอย่างมีคุณค่าในตัวเอง เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ของทางทีมงานที่ออกแบบ และดูแลการก่อสร้าง อาจมีอะไรหลาย ๆ อย่างที่ต้องปรับปรุงกันต่อไป แต่ต้องไม่ทำให้ความคิดสร้างสรรค์ อารยธรรมอันดีงามของผู้ออกแบบเสื่อมเสียไป“ นายมงคลกล่าว

Advertisement

“ผมมีโอกาสล่องเรือ กับตัวแทนต่างประเทศในการสัมมนา ตอนนั้นไฟฟ้าบริเวณรัฐสภาเรามืดไปหน่อย เมื่อเทียบกับอาคารอื่น ๆ ริมแม่น้ำที่เขาสว่างไสวกว่าเรา จึงขอฝากความหวังว่าจะมีการอนุมัติงบประมาณเพื่อปรับปรุงแสงสว่างในจุดสำคัญ โดยเฉพาะในบริเวณที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของเรา ซึ่งถือเป็นกองเกียรติยศ จะได้ต้อนรับแขกต่างชาติอย่างสมเกียรติ พร้อมสร้างความประทับใจ” นายมงคลกล่าว

ด้านนางเอมอร ศรีกงพาน ประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา กล่าวรายงานในกิจกรรมเสวนาวิชาการหัวข้อ “สภาสถานศิลปกรรมแห่งชาติ” ว่ามีเป้าหมายเพื่อสร้างความเข้าใจ และส่งเสริมการอนุรักษ์มรดกทางศิลปะและสถาปัตยกรรมของชาติ ผ่านกรณีศึกษา “อาคารสัปปายะสภาสถาน” อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ซึ่งเป็นผลงานทางสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น สะท้อนความงดงามและอัตลักษณ์ของประเทศไทย

นางเอมอรระบุว่า อาคารรัฐสภาแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ราชการ แต่ยังเปรียบเสมือน “ของขวัญแก่คนไทย” ที่รวมความคิดสร้างสรรค์ด้านศิลปะ วัฒนธรรม และสุนทรียภาพไว้ในสถาปัตยกรรมเดียวกัน โดยการออกแบบมีแรงบันดาลใจจากแนวคิด “สัปปายะ” ซึ่งเน้นความเหมาะสมและความสงบ สอดคล้องกับแนวทางสถาปัตยกรรมในรัชกาลที่ 9

ทั้งนี้ กิจกรรมเสวนาครั้งนี้เชิญผู้เกี่ยวข้องจาก 3 กลุ่มหลัก ได้แก่
1. ศิลปินผู้ออกแบบอาคาร และพนักงานของรัฐสภา เพื่อถ่ายทอดแนวคิดและแรงบันดาลใจในการออกแบบ
2. ผู้ใช้งานอาคารรัฐสภา เพื่อสะท้อนประสบการณ์ในการใช้สอยพื้นที่ และการรับรู้ถึงคุณค่าทางสุนทรียะ
3. ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสถาปัตยกรรม เพื่อให้มุมมองวิชาการเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของศิลปกรรมกับนิติศาสตร์และศาสตร์อื่น ๆ

“คณะกรรมาธิการฯ หวังว่าเวทีเสวนานี้จะช่วยต่อยอดองค์ความรู้ด้านศิลปกรรมในระดับวิชาการ สร้างความตระหนักรู้ถึงคุณค่าและความสำคัญของศิลปะและสถาปัตยกรรมในสังคมไทย พร้อมทั้งส่งเสริมการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมร่วมสมัยให้ยั่งยืนต่อไป” นางเอมอร กล่าว