หน้าแรก การเมือง กกต.โต้ข่าว จ...

กกต.โต้ข่าว จ่อเสนอฟ้อง 229 ราย เอี่ยวคดีฮั้วส.ว. ยันไม่เป็นความจริง สำนวนคดีอยู่แค่ขั้นตอนแรก

12.07.25 | 21:32 น.

กกต.โต้ข่าว จ่อเสนอฟ้อง 229 ราย เอี่ยวคดีฮั้วส.ว. ยันไม่เป็นความจริง สำนวนคดีอยู่แค่ขั้นตอนแรก

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกเอกสารข่าวชี้แจงกรณีตามที่สื่อมวลชนและผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ รายงานข่าวว่า “คณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 เตรียมเสนอสำนวนเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดใหญ่ เพื่อฟ้องผู้เกี่ยวข้องกับคดีฮั้วการเลือกสมาชิกวุฒิสภา จำนวน 229 ราย ในวันที่ 14 กรกฎาคม 2568” นั้น

สำนักงานกกต. ขอชี้แจงว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง โดยสำนวนดังกล่าวขณะนี้ยังอยู่ใน “ขั้นตอนที่ 1” ชั้นคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 ที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน และระยะเวลาที่ขยาย ซึ่งจะครบกำหนดการขอขยายระยะเวลาในวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 สำนวนดังกล่าวจึงยังไม่ได้เสนอที่ประชุมกกต. ตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด

ทั้งนี้ การพิจารณาสำนวนตามระเบียบกกต. ว่าด้วยการสืบสวน ไต่สวน และวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2566 มีขั้นตอนการพิจารณาออกเป็น 4 ชั้น ดังนี้ ชั้นที่ 1 เมื่อคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ได้รับสำนวนแล้ว ให้ดำเนินการสืบสวนหรือไต่สวนและจัดทำความเห็น เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ ให้จัดส่งสำนวนไปยังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (ส่วนกลาง) โดยเร็ว

ชั้นที่ 2 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (ส่วนกลาง) ได้รับสำนวนแล้วให้พนักงานสืบสวนและไต่สวนผู้รับผิดชอบสำนวนดำเนินการวิเคราะห์สำนวนและจัดทำความเห็นเสนอผ่านผู้อำนวยการฝ่าย รองผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการสำนัก และเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ได้รับมอบหมาย)

Advertisement

ชั้นที่ 3 คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง เมื่อคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้งได้พิจารณาแล้วจะทำความเห็น และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเสนอสำนวนให้กกต.พิจารณา

ชั้นที่ 4 เมื่อกกต.ได้รับสำนวน จากคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้งแล้ว ต้องพิจารณาชี้ขาดหรือสั่งการโดยเร็ว

ทั้งนี้ เมื่อคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 ได้รวบรวมพยานหลักฐานเสร็จแล้ว ต้องเสนอสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อดำเนินการต่อไป (ชั้นที่ 2) อนึ่ง สำนักงานกกต. ขอความร่วมมือสื่อมวลชนและผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ ก่อนเผยแพร่ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน เพื่อป้องกันความสับสนของประชาชน