หน้าแรก การเมือง ภูริกา พท. จั...

ภูริกา พท. จับได้เบอร์ 1 จินณ์ตวรรณ เบอร์ 2 เลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ เขต 5 อนุทินโวชนะใสสะอาด

14.07.25 | 11:01 น.

เริ่มแล้วสมัครเลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ เขต 5 ‘ภูริกา พท.’ เบอร์ 1 ขณะที่ ‘จินณ์ตวรรณ ภท.’ เบอร์ 2 ขณะ ‘อนุทิน’ มั่นใจจะได้รับความไว้วางใจชาวศรีสะเกษ เหน็บเพื่อไทย มี ส.ส. 7 คน แต่ไม่มีตำแหน่ง ซัดคนที่ ‘ไล่หนูตีงูเห่า’ วันนี้เอางูเห่าไปไม่รู้กี่ตัว พูดไม่อยู่กับร่องกับรอย การบริหารบ้านเมืองจึงเป็นเช่นนี้ ส่วนเตรียมปี๊บไว้หรือไม่ บอกขอทำการเมืองสร้างสรรค์

เมื่อเวลา 07.50 น. วันที่ 14 กรกฎาคม น.ส.จินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 5 อ.ขุนหาญ กับ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เดินทางมาถึงสถานที่รับสมัครเลือกตั้งซ่อม โดยมีครอบครัวไตรสรณกุล นำโดย นายธีระ ไตรสรณกุล ซึ่งเป็นคุณพ่อ และแม่ รวมถึง น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล อดีตเลขานุการ รมว.มหาดไทย และมี ส.ส.ของพรรคภูมิใจไทยหลายคนมาร่วมให้กำลังใจ

ก่อนที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และ นายไชยชนก ชิดชอบ ส.ส.บุรีรัมย์และเลขาธิการพรรค จะเดินทางมาถึงเพื่อร่วมให้กำลังใจ น.ส.จินณ์ตวรรณ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนถึงเวลาจับหมายเลข น.ส.จินณ์ตวรรณได้นำพวงมาลัยเข้ากราบคุณพ่อ คุณแม่ และนายธีระ ซึ่งเป็นอา เพื่อเรียกขวัญกำลังใจ ซึ่งญาติและทีมงานของ น.ส.จินณ์ตวรรณถึงกับร่ำไห้ พร้อมพูดว่า “ชนะอยู่แล้ว”

Advertisement

ต่อมา 08.30 น. เมื่อเข้าสู่กระบวนการจับหมายเลข ซึ่งการสมัครในวันนี้มีผู้สมัครเพียง 2 คน จาก 2 พรรค คือ พรรคภูมิใจไทย กับ พรรคเพื่อไทย จึงใช้วิธีการจับสลากหมายเลขเพื่อใช้ในการหาเสียง ปรากฏว่า น.ส.ภูริกา สมหมาย ผู้สมัคร ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย บุตรสาว นายอมรเทพ สมหมาย อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ที่เสียชีวิต ได้หมายเลข 1 และ น.ส.จินณ์ตวรรณ ผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทย ได้หมายเลข 2

จากนั้นเวลา 09.15 น. ที่ที่ว่าการอำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ นายอนุทินให้สัมภาษณ์ภายหลังพา น.ส.จินณ์ตวรรณจับหมายเลขเพื่อลงใช้ในการเลือกตั้งซ่อมว่า วันนี้สิ่งที่เราเห็นประชาชน จ.ศรีสะเกษ ทั้ง 2 อำเภอ คือ อ.ขุนหาญ กับ อ.ภูสิงห์ ยังไม่พอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพืชผลทางการเกษตร และการปิดด่าน สิ่งเหล่านี้พรรคภูมิใจไทยได้เห็นแล้ว และที่ จ.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทยมีผู้แทน 2 คน แต่เราให้ความสำคัญเรื่องของการให้ตำแหน่งกับสมาชิกของพรรคไปดูแลประชาชนอาทิ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ที่เคยเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ น.ส.ไตรศุลี

นายอนุทินกล่าวต่อว่า ขณะที่พรรคเพื่อไทยมี ส.ส. 7 คน แต่กลับไม่มีตำแหน่งอะไรเลย แสดงให้เห็นชัดเจนถึงความสำคัญที่พรรคการเมืองแต่ละพรรคให้กับประชาชนที่เลือกผู้แทนมา ซึ่งในวันนี้พรรคภูมิใจไทยมีความพร้อม และมีการถอดบทเรียนจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา เพื่อตอบสนองความต้องการ และความรู้สึกของประชาชน รวมถึงการตอบแทนบุญคุณของพี่น้องชาวศรีสะเกษ แม้ว่าภูมิใจไทยจะมี ส.ส.เพียง 2 คน แต่พวกเราทุกคนรวมกันเป็นหนึ่งในพื้นที่ศรีสะเกษ เพื่อทำกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ และเชื่อว่าในการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ประชาชนจะให้โอกาสพรรคภูมิใจไทยในการเข้าไปทำหน้าที่ตรวจสอบสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้น ซึ่งควรจะเกิดขึ้น เพื่อประโยชน์และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของชาวศรีสะเกษกลับมา

เมื่อถามว่า ยกทัพมาขนาดนี้มีการเตรียมปี๊บมาแล้วหรือยัง นายอนุทินกล่าวว่า เราทำการเมืองสร้างสรรค์ มาแข่งขันเพื่อเสนอสิ่งที่ดีให้กับประชาชนชาวศรีสะเกษ ไม่ได้มาห้ำหั่นหรือสู้รบปรบมือกับใคร ซึ่งตนให้คำยืนยันในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยว่าเราจะแข่งขันเพื่อให้ได้รับความไว้วางใจ และความมั่นใจจากประชาชนด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรมใสสะอาด รักษากติกา และกฎหมายรัฐธรรมนูญ

เมื่อถามว่า มีการมองยุทธศาสตร์ “ไล่หนูตีงูเห่า” อย่างไร เพราะขณะนี้รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ ทำให้พรรคเพื่อไทยอยากยึดพื้นที่เดิมไว้ให้ได้ เพราะมีผลต่อเสียงในสภา นายอนุทินกล่าวว่า คนที่ไล่หนูตีงูเห่า วันนี้ก็เอางูเห่าไปไม่รู้กี่ตัวต่อกี่ตัว และยังบอกว่าจะมีเพิ่มขึ้นอีก จึงเป็นสิ่งที่ประชาชนต้องพิจารณาว่าการที่พูดแล้วไม่รักษาคำพูดไม่อยู่กับร่องกับรอย การบริหารบ้านเมืองจึงเป็นเช่นนี้ ดังนั้น เราจึงต้องให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้ โดยพรรคมีความชัดเจนคือพูดแล้วทำ ซึ่งเป็นกรอบที่ล็อกตัวเองอยู่ตลอดเวลา สำหรับการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ส่วนตัวมีความมั่นใจ

ด้าน น.ส.จินณ์ตวรรณกล่าวว่า สำหรับการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ส่วนตัวมีความมั่นใจจากผลงานที่เคยลงพื้นที่ และมีความคลุกคลีกับประชาชน ซึ่งเขาได้รู้จักตัวตนของเรา และที่ผ่านมาได้ทำงานในหลายตำแหน่ง เป็นการสั่งสมประสบการณ์ซึ่งจาก 2 ข้อที่กล่าวมาทำให้มีความมั่นใจว่าประชาชนจะเลือกตนจากพรรคภูมิใจไทยได้ไม่ยาก

เมื่อถามว่า จะนำปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา มาเป็นนโยบายในการขับเคลื่อนการเลือกตั้งครั้งนี้หรือไม่ น.ส.จินณ์ตวรรณกล่าวว่า จากการลงพื้นที่พบกับประชาชนที่บริเวณช่องสะงำ พบว่ามีผู้ประกอบการได้รับผลกระทบโดยตรง จากการปิดด่านในช่วงนี้และก่อนหน้านี้ยังได้รับผลกระทบจากเอ็มโอยู 2543 ซึ่งตนต้องการนำเสนอเรื่องนี้ต่อรัฐบาลเพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน