วัดพลัง‘พท.-ภท.’ศึกเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ศรีสะเกษ
หมายเหตุ – ความเห็นนักวิชาการมองการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 5 (อ.ขุนหาญ และ อ.ภูสิงห์) ที่เปิดรับสมัครระหว่าง 14-18 ก.ค. โดยกกต.กำหนดให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 10 ส.ค.2568 ล่าสุดมีผู้สมัครแล้ว 2 คนคือ หมายเลข 1 น.ส.ภูริกา สมหมายพรรคเพื่อไทย และหมายเลข 2 น.ส.จินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล พรรคภูมิใจไทย
ประเทือง ม่วงอ่อน
อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

การเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 5 แข่งขันกับระหว่างผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทย ผลการเลือกตั้งออกได้สองหน้า โดยในเขตเลือกตั้งนี้ ล่าสุดผู้สมัครทั้งสองพรรคแพ้ชนะกัน 7,047 คะแนนแต่เพื่อไทยยังได้เปรียบกระแสพรรค อาศัยบุญเก่าช่วยหนุนเสริมมากกว่า แม้ว่าพรรคเพื่อไทยอาจจะไม่ได้รับความนิยมแบบผูกขาดแบบเดิมในจังหวัดและเขตเลือกตั้งนี้ พรรคเพื่อไทยมีกระแสพรรคลดลง แต่กระแสพรรคภูมิใจไทยในเขตพื้นที่ จ.ศรีสะเกษก็ไม่ดี หรือสร้างกระแสความนิยมขึ้นมาแข่งได้เช่นเดียวกัน
นับตั้งแต่ปี 2544 เป็นต้นมา ประชาชน จ.ศรีสะเกษ ส่วนใหญ่นิยมทักษิณ ชินวัตร สูงมาก ส่งผลให้ผู้สมัคร ส.ส.สังกัดพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย มีโอกาสได้รับการเลือกตั้งสูง ขณะที่ผู้สมัครพรรคการเมืองอื่นต้องต่อสู้แข่งขันอย่างหนักหากต้องการได้รับชัยชนะ
พฤติกรรมการเลือกตั้งในเขต อ.ขุนหาญ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ มีอัตลักษณ์ที่เชื่อมโยงกับกลุ่มชาติพันธุ์ที่หลากหลาย ประกอบด้วย ลาว เขมร ส่วย (กูย) เยอ ฯลฯ ส่งผลต่อลักษณะวัฒนธรรมทางการเมืองและพฤติกรรมในการเลือกตั้ง นักการเมืองที่จะได้รับการเลือกตั้งมักเป็นบุคคลที่ประชาชนเห็นว่าพึ่งพาได้ ความสัมพันธ์เชิงอุปถัมภ์ยังมีบทบาทสำคัญในสังคม อย่างไรก็ตาม ยุคปัจจุบันพฤติกรรมในการเลือกตั้งเริ่มเปลี่ยนแปลงไปจากที่เคยให้ความสำคัญกับปัจจัยเรื่องเงินและตัวบุคคล กลับมาให้ความสำคัญกับปัจจัยเรื่องพรรคที่สังกัดมากขึ้น
แม้เพื่อไทยอาจไม่ได้รับความนิยมแบบผูกขาดแบบเดิม กระแสพรรคลดลง แต่กระแสพรรคภูมิใจไทยในเขตพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ก็ไม่ดีหรือสร้างกระแสความนิยมขึ้นมาแข่งกับเพื่อไทยได้เช่นเดียวกัน พรรคที่ได้รับกระแสความนิยมขึ้นมาใกล้เคียงกับพรรคเพื่อไทยอาจกลายเป็นภัยคุกคามทางการเมือง คือพรรคประชาชน (พรรคก้าวไกล)
ผลการเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ วันที่ 14 พฤษภาคม 2566 เขตนี้ อันดับ 1 พรรคเพื่อไทย ได้ 37,355 คะแนน อันดับ 2 พรรคก้าวไกล ได้ 26,724 คะแนน และอันดับ 3 พรรคภูมิใจไทย ได้ 5,087 คะแนน ขณะที่ผลการเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตรอบล่าสุดที่ผ่านมา เขตเลือกตั้งที่ 5 อ.ขุนหาญ และ อ.ภูสิงห์ อันดับ 1 นายอมรเทพ สมหมาย ได้ 32,884 คะแนน อันดับ 2 นายธีระ ไตรสรณกุล ได้ 25,837 คะแนน (ส่วนต่างคะแนนอันดับ 1 และอันดับ 2 เท่ากับ 7,047 คะแนน) ส่วนอันดับ 3 นายพรสิทธิ์ รักษาทรัพย์ ได้ 18,978 คะแนน
นอกจากนี้ การไม่ได้ร่วมรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทยส่งผลเสียโดยตรง ความได้เปรียบผ่านการใช้กลไกของการปกครองส่วนภูมิภาค อาจจะไม่ช่วยหนุนเสริมในการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ ยิ่งกว่านั้นช่วงที่มีโอกาสร่วมรัฐบาล พรรคภูมิใจไทยก็ไม่สามารถสร้างกระแสความนิยมเพื่อลดภาพของการชูนโยบายกัญชาเสรี ซึ่งประชาชนในเขตพื้นที่มองว่าก่อให้เกิดปัญหายาเสพติดแพร่ระบาดในชุมชนอย่างรุนแรงได้
กล่าวโดยสรุป ภาพลักษณ์ของพรรคเพื่อไทยไม่ได้ได้เปรียบพรรคภูมิใจไทยมากนักในกรอบนี้ อาศัยบุญเก่าซึ่งมีแนวโน้มจะลดลงเรื่อยๆ แต่กระแสของภูมิใจไทยก็มีปัญหาในเขตพื้นที่ศรีสะเกษ ไม่สามารถสร้างกระแสมาทัดเทียมคู่แข่งได้ ยกเว้นจะใช้กระแสคนและการใช้ทรัพยากรที่มากกว่าการใช้ฐานเสียงเดิมของอดีต ส.ส.ธีระ ไตรสรณกุล ร่วมกับฐานเสียงการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษที่ผ่านมา เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ในการเลือกตั้งซ่อมรอบนี้อาจจะไม่ได้สู้กันที่กระแสคน เพราะในการเลือกตั้งรอบนี้เป็นผู้สมัครหน้าใหม่ทั้งคู่ โดย น.ส.จินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล บุตรสาว อดีต ส.ส.ธีระ ไตรสรณกุล ผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทย และ น.ส.ภูริกา สมหมาย ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยบุตรสาวนายอมรเทพ สมหมาย อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ซึ่งกระแสพรรคเพื่อไทยอาจจะไม่ช่วยหนุนเสริมผู้สมัครที่เรียกว่าพรรคแบกคน เหมือนเช่นแต่ก่อน
แม้กระแสพรรคภูมิใจไทยจะเป็นรองแบบบัญชีรายชื่อ แต่ผลวิเคราะห์คะแนนการเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อในการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ.2566 จ.ศรีสะเกษ รวมทั้ง จ.อุบลราชธานี พบว่าคะแนนแบบแบ่งเขตเลือกตั้งกับคะแนนบัญชีรายชื่อของพรรคภูมิใจไทยไม่สอดคล้องกันทางสถิติ หรือไม่มีแนวโน้มในทิศทางเดียวกันกับคะแนนการเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต
ขณะที่พรรคเพื่อไทยสอดคล้องกันทางสถิติ หรือมีแนวโน้มในทิศทางเดียวกัน แต่การใช้กลยุทธ์ เลือกพรรคที่ใช่ เลือกคนที่ชอบ ประชาชนจะเลือกพรรคใดก็ได้ แต่ขอให้เลือก ส.ส.ไว้รับใช้ เป็นผลเสียต่อพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งเขตภาคอีสาน
ความพยายามเจาะพื้นที่ฐานเสียงเดิมของพรรคเพื่อไทยโดยพรรคการเมืองใหม่ๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนใต้ โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทย หรือพรรคการเมืองใหม่ๆ มีต้นทุนจำนวนมหาศาล จะต้องออกแรงมากกว่า แม้กระนั้นการใช้ทรัพยากรที่มากกว่าก็ไม่เพียงพอการันตีว่าผู้สมัครท่านนั้นจะชนะการเลือกตั้งโดยอัตโนมัติ หากยังขึ้นอยู่กับความนิยมในปัจจัยส่วนบุคคล การลงพื้นที่อย่าง
ต่อเนื่องยาวนานอย่างน้อย 2-3 ปี และปัจจัยอื่นๆ ที่จะทำให้ประชาชนเปลี่ยนใจอย่างสอดรับกันด้วย
ลักษณะพื้นที่ของประชาชนในเขต อ.ขุนหาญ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ เป็นสังคมชนบทที่เป็นบ้านเปิดมากกว่าสังคมเมืองที่เป็นเขตบ้านมีรั้วขอบมิดชิด เอื้อต่อการใช้ทรัพยากรซึ่งอาจจะเป็นตัวแปรสำคัญที่จะส่งผลต่อการแพ้ชนะในการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ รวมทั้งเป็นเขตพื้นที่ที่มีอัตลักษณ์เชื่อมโยงกับกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ย่อมส่งผลต่อพฤติกรรมในการเลือกตั้ง นักการเมืองที่จะได้รับการเลือกตั้งมักเป็นบุคคลที่ประชาชนเห็นว่าพึ่งพาได้
สรุปแล้ว ปัจจัยที่ส่งผลต่อการแพ้ชนะในเลือกตั้งซ่อมเขต 5 จ.ศรีสะเกษ ตัวแปรแรกคือ กระแสพรรคเพื่อไทยได้เปรียบพรรคภูมิใจไทย ยังอาศัยบุญเก่าช่วยหนุนเสริม ประชาชนบางส่วนยังผูกพันกับพรรคเพื่อไทย ขณะที่กลุ่มคนรุ่นใหม่นิยมพรรคประชาชน อย่างไรก็ตาม พรรคเพื่อไทยอาจจะไม่ได้รับความนิยมเท่าเดิม แต่กระแสพรรคภูมิใจไทยก็ไม่ดี
ตัวแปรสอง การใช้ทรัพยากรในพื้นที่เป็นตัวแปรสำคัญที่จะส่งผลต่อการแพ้ชนะในการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้
กล่าวได้ว่า ปัจจัยตัดสินจะวัดที่การใช้ทรัพยากรเป็นสำคัญ จะไม่แข่งที่การชูใครเป็นนายกรัฐมนตรี หรือชูนโยบาย ขณะเดียวกันการชูกระแสพรรคของทั้งสองฝ่ายก็อาจจะไม่ได้ได้เปรียบเสียเปรียบกันมากนัก
ต่อมาเรื่องของผลแพ้-ชนะ และการส่งสัญญาณทางการเมืองต่อจากนี้ ไม่ได้เป็นตัวตัดสินอนาคตการเลือกตั้งในภาคอีสานทั้งหมด กลุ่มบ้านใหญ่ในหลายจังหวัดในภาคอีสานไม่มีทรัพยากรมากพอที่จะทุ่มเทให้การเลือกตั้งทุกสนาม หากแต่จะเลือกให้การสนับสนุนอย่างมียุทธศาสตร์ มีเป้าหมาย มีนัยยะทางการเมือง หรือส่งสัญญาณทางการเมืองเท่านั้น ขึ้นอยู่กับว่าพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทยจะยอมทุ่มหรือไม่ ใครจะยอมทุ่มมากกว่า หรือใครจะยอมปล่อย เพราะเห็นว่าอายุของสภาน่าจะอยู่ได้ไม่นานก็จะมีการเลือกตั้งใหม่แล้วสู้เก็บทรัพยากรไว้สมัยหน้าดีกว่า ฉะนั้น ผลแพ้ชนะในการเลือกตั้งไม่ได้เป็นตัวตัดสินอนาคตการเลือกตั้งใน จ.ศรีสะเกษ ในสมัยหน้าทั้งหมด
ยกเว้นว่าพรรคที่เป็นรองจะใช้โอกาสเหล่านี้ส่งสัญญาณให้ผู้สมัครเคลื่อนไหวโอนย้ายพรรค การดูดผู้สมัคร การแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของพรรค การส่งสัญญาณการแย่งชิงพื้นที่ทางการเมืองของกลุ่มบ้านใหญ่ที่เกี่ยวข้อง การแสดงถึงความพร้อมของพรรคสำหรับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นสมัยหน้า เป็นต้น
วันวิชิต บุญโปร่ง
คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต

สถานการณ์เลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ เขต 5 พรรคเพื่อไทยปะทะพรรคภูมิใจไทย มองว่าเป็นเกมแห่งศักดิ์ศรีของทั้ง 2 ฝ่ายที่เคยทำงานร่วมกันมา เกมเรื่องศักดิ์ศรีของหัวหน้าพรรคที่มีพื้นที่ มีบารมี หรือมีฐานเสียงในจังหวัดอีสานใต้โดยเฉพาะ
เดิมเพื่อไทยมองว่าเศรษฐกิจเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของการหาเสียงแต่ไหนแต่ไร การเปิดหน้าชนในการต่อสู้ ยุทธการไล่หนูตีงูเห่าเกิดขึ้นมาตั้งแต่สนามการเลือกตั้งปี 2566 ที่เพื่อไทยคิดจะสะกดภูมิใจไทย
ภูมิใจไทยมองว่าอีสานใต้เป็นพื้นที่ที่แพ้ไม่ได้ เพราะเป็นพื้นที่ที่มีอิทธิพลบารมีของเนวิน ชิดชอบ พื้นที่ตรงนี้ต่างฝ่ายต่างยอมรับ ประกอบกับว่าเป็นการต่อสู้ของตระกูลทางการเมืองทั้ง 2 ตระกูลเก่าแก่ในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ
การเลือกตั้งดุเดือด เห็นได้ชัดว่าการปราศรัยโดยเฉพาะจากภูมิใจไทย พูดง่ายๆ ว่าการระมัดระวัง หรือถนอมน้ำใจกัน โดยเฉพาะอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ไม่เกิดขึ้นเลย อนุทินฟาดเต็มที่ แล้วก็คิดว่านำไปสู่การปราศรัยที่เพื่อไทยน่าจะอยู่ในภาวะเพลี่ยงพล้ำ
ถามว่าฝ่ายไหนได้เปรียบหรือเสียเปรียบ หลายคนบอกว่าถ้ากลไกอำนาจรัฐทำงานได้ดี เพื่อไทยจะไม่เสียเปรียบ แม้กระแสจะตกต่ำขนาดนี้ แต่อย่าลืมว่าภูมิใจไทยหาเสียงง่ายกว่า กระแสความนิยมในการระดมระดับแกนนำทุกระดับ ตั้งแต่หัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และอดีตรัฐมนตรีไปช่วยหาเสียงในพื้นที่ ย่อมมีความได้เปรียบอยู่แล้ว
ประกอบกับศรีสะเกษเอง นายก อบจ.ก็เป็นอาของตัวผู้สมัคร อาจมีฐานเสียงการเมืองท้องถิ่นมากกว่า 20 ปี จึงย่อมได้เปรียบ เพื่อไทยโดนข้อกล่าวหา โดนมรสุมทางการเมือง กระแสนิยมตกต่ำมาก ประกอบกับบรรดาแกนนำ ณ ขณะนี้ไม่ได้เปิดตัวช่วยกัน มีแค่เลขาธิการพรรค สรวงศ์ เทียนทอง คนเดียว ภาพความเป็นปึกแผ่นทำให้เห็นว่าภูมิใจไทยมีความคึกคัก มีความได้เปรียบเรื่องพื้นที่ของสื่อมากกว่า
การเลือกตั้งครั้งนี้ถ้าภูมิใจไทยชนะชี้ให้เห็นว่า ต่อให้เป็นฝ่ายค้านก็ยังมีเครดิต หรือลำหักลำโค่นที่จะสามารถเชื้อเชิญ หรือเป็นจุดดึงดูดพรรคและนักการเมืองที่คิดว่าภูมิใจไทยจะมีอนาคต หรือการเป็นรัฐบาลในสมัยหน้า
ขณะเดียวกัน เพื่อไทยก็ต้องสู้ให้ได้ว่ายังสามารถป้องกันตำแหน่งได้เพื่อให้ ส.ส.ส่วนอื่นๆ เกิดความไม่มั่นใจ ได้เห็นว่าพรรคยังสามารถรักษาที่นั่งได้ และตัดสินใจที่จะอยู่พรรคต่อไป เพราะฉะนั้น การต่อสู้ในพื้นที่ศรีสะเกษเป็นสัญลักษณ์ของการอธิบายความการเมืองในอนาคต ถ้าเพื่อไทยแพ้ก็ชี้ให้เห็นว่ากระแสเรื่องคลิปเสียงหลุดมีผลต่อภาพลักษณ์ความนิยมของพรรคอย่างมาก มีผลต่อการประมวลการตัดสินใจของนักการเมืองพรรคเพื่อไทยว่าจะอยู่พรรคต่อ ถ้ายังอยู่ก็ต้องยอมรับค่าใช้จ่ายราคาแพง การหาเสียงที่ยากลำบาก ประเด็นของคลิปเสียง แต่ไม่สามารถอธิบายนโยบายหลักของพรรคได้
ประเด็นทางการเมืองที่น่าติดตามของ 2 พรรค ระหว่างเพื่อไทยกับภูมิใจไทยจะเพิ่มขึ้นกว่านี้ หนักขนาดนี้คงไม่ต้องถอยกัน เพราะถอยไม่ได้อยู่แล้ว
การที่มีผู้สมัครเพียง 2 คนจาก 2 พรรคใหญ่ ส่งผลต่อการแข่งขันในการเลือกของประชาชน ตัดสินใจง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม คนอาจมาใช้สิทธิไม่เยอะ เพราะคิดว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไปอาจจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ก็ได้ การออกมาใช้สิทธินี้จะคุ้มหรือไม่ พูดง่ายๆ ว่าอายุการทำงานของ ส.ส.คนใหม่จะทำงานได้นานขนาดไหน ส่วนตัวกลัวว่าคนจะมาใช้สิทธิไม่เยอะ
ดังนั้น เป็นการต่อสู้กันระหว่างระบบหัวคะแนนกับฐานจัดตั้ง กรณีนี้การเลือกตั้งเป็นสนามเล็กๆ สนามหนึ่ง แต่อาจจะเป็นเรื่องสงครามตัวแทนที่จะไปอธิบายภาพ หรือกำลังใจของพรรคการเมืองที่ได้รับชัยชนะมากกว่า
การเลือกตั้งครั้งนี้ได้เห็นสไตล์การหาเสียงว่า ยังไม่เปลี่ยนรูปแบบกันเท่าไหร่นักของบ้านใหญ่ทั้งคู่และเป็นเรื่องของเกมแห่งศักดิ์ศรี

