มทภ. 2 สั่งดูแลสิทธิ-สวัสดิการ ปูนบำเน็จ ทหารเหยียบกับระเบิดขาขาด เลื่อนยศ “สิบเอก” รับนำนาญ เกือบ 30,000/เดือน เงินช่วยเหลือกว่าล้านบาท บรรจุทายาทรับราชการ หน่วยเก็บกู้เก็บหลักฐานส่งผู้เชี่ยวชาญพิสูจน์วัตถุระเบิดของเก่าหรือใหม่ วอนให้รอผลตรวจ 3 วันรู้ผล
เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้สั่งการให้ฝ่ายกำลังพลกองทัพภาคที่ 2 ได้ตรวจสอบสิทธิของข้าราชการทหารในการปฏิบัติราชการสนาม และให้ดำเนินการปูนบำเหน็จแก่ พลทหารธนพัฒน์ หุยวัน สูงสุด เพราะ เป็นการปฏิบัติภารกิจเพื่อปกป้องอธิปไตยในการ ออกลาดตระเวนและเหยียบกับระเบิดที่เนิน 481 วานนี้ โดย ได้รับการปูนบำเหน็จ เลื่อนชั้นเป็นสิบเอก (ส.อ.) หลังจากรักษาตัวแล้วเสร็จ ปลดเหตุสูญเสียฯจากการรบ ได้รับบำนาญเดือนละ 15,600 บาท ซึ่งเมื่อรวม เงินรายเดือน จากหน่วยงาน/องค์กรต่าง ๆ แล้ว คาดว่าจะได้รับเงิน รวม 29,800 บาท/เดือน (โดยประมาณ) ได้รับเงินก้อน จากหน่วยงาน/องค์กรต่างๆ รวม 1,047,150 บาท (โดยประมาณ)
พร้อมทั้งบรรจุทายาททดแทน พี่สาว ได้ 1 คน เป็นอัตรา นายสิบ และหลังจากปลดพิการ สามารถขอรับสิทธิ์ เข้าร่วมโครงการตามมาตรา 35 (3) หรือ 35 (7) ได้รับเหรียญพิทักษ์เสรีชน ชั้น 2 ประเภท 1 พร้อมกันนี้ยังได้รับบัตรทหารผ่านศึก ชั้น 3 (ลดค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเดินทางตลอดชีวิต )
นอกจากนี้ กองทัพภาคที่ 2 ได้ออกเอกสารข่าวชี้แจงกรณี ที่มีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์กำลังพลประสบเหตุจากการเหยียบกับระเบิด ในพื้นที่ช่องบก อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี โดยมีข้อสันนิษฐานว่าเป็นการวางทุ่นระเบิดใหม่ นั้น กองทัพภาคที่ 2 ขอชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม ที่ผ่านมา กำลังพลจากหน่วยร้อย ร.6021 ได้ปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนรักษาความสงบในพื้นที่ช่องบก และประสบเหตุเหยียบกับระเบิด ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย
หน่วยจึงได้ดำเนินการถอนกำลังออกจากพื้นที่เกิดเหตุทันที เพื่อเร่งนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งรักษาที่โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ โดยในขณะนั้นยังไม่ได้ทำการพิสูจน์ทราบพื้นที่ เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดอันตรายเพิ่มเติม
ต่อมาในช่วงบ่ายของวันที่ 17 กรกฎาคม พล.ท.บุญสิน ได้สั่งการให้หน่วยเก็บกู้และตรวจสอบวัตถุระเบิด เข้าดำเนินการตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พร้อมเก็บรวบรวมหลักฐาน เพื่อส่งให้หน่วยผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิดทำการวิเคราะห์ว่า ทุ่นระเบิดดังกล่าวเป็นชนิดใด และมีแหล่งที่มาอย่างไร รวมถึงพิจารณาว่าเป็นการวางไว้นานแล้ว หรือเป็นการกระทำล่าสุด
ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 2 ขอให้รอผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจน ก่อนจะรายงานความคืบหน้าต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการอีกครั้ง เพื่อความถูกต้องและป้องกันการสับสน ขอความร่วมมือประชาชนในการติดตามข้อมูลจากหน่วยงานด้านความมั่นคง หรือช่องทางราชการเป็นหลัก
กองทัพภาคที่ 2 ขอขอบคุณในความห่วงใย และขอยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการดูแลความปลอดภัยของพื้นที่ชายแดน และความสงบเรียบร้อยของพี่น้องประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ

