หน้าแรก การเมือง ถาวร เกียรติไ...

ถาวร เกียรติไชยากร เผยเหตุเข้าพปชร. ลงเขต 9 แข่ง ‘นเรศ’ ที่ย้ายซบกล้าธรรม ลั่นยึดเก้าอี้คืนให้พรรค

18.07.25 | 13:24 น.

‘ถาวร’ อดีต ส.ว.เชียงใหม่ เผยเหตุเข้า พปชร. ชี้ ‘บิ๊กป้อม ‘ตรงไปตรงมา เผยลงเขต 9 แข่งกล้าธรรม ยึดพื้นที่เดิมคืนกลับพรรค


เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม นายถาวร เกียรติไชยากร อดีต ส.ว.เชียงใหม่ เผยกรณีเปิดตัวเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่าได้รับการทาบทามจาก นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ รองหัวหน้า พปชร. ที่เคยเป็น ส.ว.พะเยา รุ่นเดียวกัน มาเป็นว่าที่ผู้สมัครดังกล่าว โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้า พปชร. นำทีมเป็นผู้แถลงข่าวของพรรค ส่วนเหตุผลที่มาเป็นสมาชิกและว่าที่ผู้สมัครพรรคนั้น เพราะ พล.อ.ประวิตรเป็นคนตรงไปตรงมา มีจุดยืน อุดมการณ์ ยึดมั่นสถาบันหลัก ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นอนุรักษนิยมที่สามารถเป็นผู้นำเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม ความเป็นอยู่และปากท้องประชาชน

“แม้ พล.อ.ประวิตรมีปัญหาสุขภาพบ้าง แต่ไม่เป็นอุปสรรคต่อการทำงาน หรือบริหารราชการแผ่นดินอย่างใด เพราะมีทีมงานที่มีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ ชำนาญทางการเมืองช่วยอยู่แล้ว ส่วน พล.อ.ประวิตรตั้งเป้าเลือกตั้ง ส.ส.สมัยหน้าได้ 60 ที่นั่งนั้น โอกาสยังเป็นไปได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับประชาชนตัดสินใจ และให้โอกาส พปชร.หรือไม่” นายถาวรกล่าว

นายถาวรกล่าวอีกว่า พรรคได้เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ 4 คนแล้ว คือ นายสุรพล เกียรติไชยากร หรือ เฮียเส่ง อดีต ส.ส. 8 สมัย นายพรชัย อรรถปรียางกูร นพ.ไกร ดาบธรรม อดีต ส.ส. และผม ส่วนที่เหลือพรรคทยอยเปิดตัวภายหลัง เบื้องต้นกำหนดให้นายสุรพลลงเขต 8 อ.หางดง สันป่าตอง ส่วนผมลงเขต 9 อ.แม่วาง อ.ดอยหล่อ อ.จอมทอง และ อ.แม่แจ่ม บางตำบล ซึ่งเป็นพื้นที่ของพรรคมาก่อน แต่ นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ ส.ส.พรรค ได้ย้ายไปสังกัดพรรคกล้าธรรมไปแล้ว ทางพรรคต้องสรรหาว่าที่ผู้สมัครใหม่ เพื่อชิงพื้นที่เขต 9 กลับคืนมาดังเดิมด้วย

Advertisement

ทั้งนี้ พรรค พปชร.ได้ชูนโยบายหาเสียงเลือกตั้งสมัยหน้า มุ่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจและประชาชนรากหญ้า อาทิ บัตรประชารัฐ สวัสดิการสังคม ส่งเสริมอาชีพ พัฒนาคุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม ท่องเที่ยวชุมชน เพื่อสร้างงานกระจายรายได้มากที่สุด ภายใต้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคมแบบองค์รวม ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางพัฒนาทุกมิติ เชื่อว่าประชาชนเข้าถึง และให้โอกาสพรรคเข้าไปบริหารประเทศ เพราะเหลือเวลาอีกไม่นานก่อนเลือกตั้งสมัยหน้า