หน้าแรก การเมือง ‘ภูมิธรรม’ ลั...

‘ภูมิธรรม’ ลั่นล้างบางยาเสพติด ใช้กลไกเข้มข้น-ขู่ฟัน ขรก.เอี่ยว

21.07.25 | 12:22 น.

หมายเหตุ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการโอกาสไทย ถึงแนวทางการปราบปรามยาเสพติดตามนโยบาย “Seal Stop Safe”

อเท้าความสมัยรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร ที่เห็นเป็นเหตุประจักษ์ชัดว่าแก้ปัญหาเรื่องนี้ประสบความสำเร็จ เป็นที่ชื่นชอบและชื่นชมของประชาชน แต่หลังจากนั้นปัญหาล่วงเลยมาและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เข้ามาได้เน้นย้ำว่าเรื่องนี้เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ เนื่องจากกำลังคนที่ควรจะเป็นกำลังพัฒนาประเทศ ในหมู่บ้าน ชุมชน ทุกลำดับชั้นควรมีศักยภาพในการช่วยเสริมสร้างเศรษฐกิจ เพราะเศรษฐกิจจะพัฒนาได้ดีต้องมาจากเศรษฐกิจฐานราก จากเอสเอ็มอีต่างๆ แต่กำลังคนส่วนใหญ่ไม่สามารถเป็นทรัพยากรที่ทำอะไรให้เกิดประโยชน์ได้ นายกฯจึงบอกว่าต้องช่วยกันจัดการ โดยกลไกทั้งหมดอยู่ที่กระทรวงมหาดไทย หากทำดีก็จะแก้ปัญหาได้ แต่ยังพบว่าทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร จึงให้ตนเข้ามาอยู่ที่กระทรวงมหาดไทย และหวังว่าจะใช้กลไกของมหาดไทยเข้ามาแก้ปัญหา เมื่อตอนที่นายกฯหาเสียงอุ้มท้องลงพื้นที่ มีประชาชนเข้ามากอด มาร้องไห้ บอกว่าเสียลูก เสียสามี เสียแม่และภรรยา จากปัญหายาเสพติด ตรงนี้ส่งผลกระทบกับครอบครัวนั้น แทนที่กำลังตรงนี้จะไปช่วยสร้างเศรษฐกิจ สร้างอาชีพ หรือแก้ปัญหาชีวิตลดทอนไป

นายกฯจึงสั่งการเพราะเห็นปัญหา โดยคุยกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย เพราะเห็นว่ากลไกรัฐที่มียังไม่สามารถประสานการทำงานได้เต็มที่ และจากที่ได้ยินคือ จากตัวเจ้าหน้าที่ เวลาไปเจอพี่น้องประชาชนเขารู้ว่าปัญหาอยู่ที่ไหน ทั้งสารวัตร ปลัดอำเภอ นายอำเภอ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด รวมไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ใครที่ส่งเสริมให้ยาเสพติดเข้ามาได้ง่าย มีจุดพักยาและหลบหนีได้ คนที่ดีพยายามสกัดกั้น แต่บางคนไปเจ้ากี้เจ้าการพยายามเปิดด่าน ปล่อยให้ข้ามด่านมาทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ แต่เมื่อได้ผลประโยชน์ก็จะไม่ทำ ตรงนี้อยากให้เลิกเพราะเป็นการได้ประโยชน์ส่วนตน แต่เป็นการทำลายคน ทำลายสังคมและประเทศชาติ
วันนี้ผมรู้ ประชาชนรู้ ทำไมนายอำเภอ ผู้ว่าฯ ผู้กำกับฯผู้บังคับการตำรวจภูธรฯ ทำไมถึงไม่รู้ และไม่ใช่ประชาชนที่เดียวที่ไปเจอ แต่หลายจังหวัดพูดคล้ายกันหมด แสดงว่าตรงนี้มีปัญหาและปัญหา นอกจากนั้นผู้มีอำนาจในการใช้กฎหมายแต่กลับไม่ทำ 

จากนี้ถ้าผมไปเจอยังมีปัญหาอยู่ ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ จะย้ายออกนอกพื้นที่ เอามาประจำตรงไหนก็ได้ ตรงนี้พูดจริง ถ้าไม่เชื่อและถ้ายังมีอยู่จะได้เห็นว่าผมจะสั่งย้าย ผมแก้ปัญหาเรื่องคอลเซ็นเตอร์ สั่งย้ายผู้กำกับฯ อ.แม่ระมาด 3 อำเภอของ จ.ตาก ย้ายรองผู้บังคับการฯ เพราะได้ข่าวว่ามีชื่อเสียงเป็นตัวการหลักที่ลงทุนทำเรื่องนี้ เมื่อลงไปตรวจสอบพบเป็นเรื่องจริงจึงสั่งย้าย ฉะนั้น จากนี้ไปถ้าเข้าไปตรวจแล้วเฉยชา ปล่อยปละละเลย หรือมีส่วนร่วม จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น อย่างแรกคือ ย้ายออกจากพื้นที่ก่อน เชื่อว่าถ้าทำอย่างนี้จะดีขึ้นเยอะ เพราะทุกคนรู้อยู่แก่ใจว่าสิ่งที่พูดเป็นความจริงและไม่ใช่เรื่องที่เกินเลย เพราะทุกคนที่เป็นผู้ปฏิบัติงานในแต่ละส่วนเล่าให้ฟังเองว่าตรงนี้หนัก ตรงนี้มี
มีการชี้ให้ดู วันนี้ประชาชนเป็นตาสับปะรด ช่วยตรวจสอบและแจ้งเรา นี่คือฐานสำคัญในการปราบปรามยาเสพติด ที่เราสามารถจับกุมได้เป็นสิบล้านเม็ดเพราะประชาชนให้เบาะแส เราไม่จับทันทีที่ด่าน โดยจะติดตามเพื่อหาจุดพักยาและจับกุม เช่น จ.ปทุมธานี จ.พระนครศรีอยุธยา จ.กาญจนบุรี และจังหวัดในภาคกลางที่เป็นจุดพักยาหลายจุด เมื่อประชาชนเห็นก็จะชี้เป้าให้เราเข้าไปตรวจสอบ บางครั้งประสานกับอินเตอร์โพล จับกุมนอกประเทศด้วย เช่น เราจับตัวใหญ่ได้ในบางจังหวัด บางส่วนในประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อเข้ามาเราตามเส้นทางการเงินได้พบอีกมาก

เราต้องการสร้างกลไกให้เข้มแข็ง แข็งแรง เพื่อเป็นเครื่องมือในการปราบปรามไม่ให้สิ่งนี้เกิดขึ้นเครื่องมือเหล่านั้นคือเจ้าพนักงานปกครอง ฝ่ายปกครองทั้งหมด และประชาชนที่จะเป็นคนบอกเราเพื่อแก้ปัญหาของเขา ร่วมมือกัน เจ้าหน้าที่ที่เคยละเลยไม่ปฏิบัติงานเข้มข้นในช่วงที่ผ่านมาก็จะหมดไป ทุกอย่างจะสอดรับและเดินไปในทางที่เหมือนกันในการแก้ปัญหา เพื่อให้ได้พลังคน ได้สถาบันครอบครัวกลับมา ได้ลูกหลาน พ่อแม่ กลับมาอยู่กับครอบครัว เป็นพลังขับเคลื่อนสังคมต่อไป ขอให้เอาจริงเอาจัง ไม่ต้องมองเห็นหน้าใคร และตนพูดแล้วว่าถ้าหลายจังหวัดมีปัญหา ผู้บังคับการตำรวจภูธรภาคต้องรับผิดชอบ ถ้ามีหลายกองบัญชาการรวมกัน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติต้องรับผิดชอบ หากเป็นฝ่ายปกครองมีปัญหา ปลัดกระทรวงมหาดไทยต้องรับผิดชอบ

Advertisement

มาตรการ Seal Stop Safe คือเรื่องชายแดน ที่เราต้องซีลเพราะเป็นปัญหาที่มาจากภายนอก เราไม่ใช่ผู้ผลิตแต่เราเป็นทางผ่าน ฉะนั้น จะแก้ปัญหานี้ต้องเริ่มตั้งแต่ต้นตอ ทุกอย่างต้องทำพร้อมกัน โดยเริ่มให้ความสำคัญกับชายแดนให้จริงจัง ชายแดนมีความยาวมากตั้งแต่เมียนมา จีน เข้าลาว และกัมพูชา ตรงนี้เป็นเรื่องของตำรวจตระเวนชายแดนที่ดูตามชายแดน ซึ่งเราอนุมัติอุปกรณ์ที่ทันสมัยในการช่วยให้กองทัพ ตำรวจ และฝ่ายปกครองที่เกี่ยวข้องมีงบประมาณในการจัดซื้อ โดยไม่จำเป็นต้องซื้อจากภายนอกมาก แต่สามารถปรับปรุงจากของที่มีอยู่ให้ดีขึ้น รวมถึงเครื่องมือสื่อสาร กล้องวงจรปิด ซีซีทีวี และโดรนจับความร้อน เพื่อช่วยตรวจสอบ และสกัดกั้นของที่จะเข้ามาและสารตั้งต้นที่จะออกไปแทนการนำคนเข้าไปเดินตรวจสอบ ส่วนข้างในเป็นเรื่องฝ่ายปกครองที่มีนายอำเภอชายแดน 14 จังหวัด 51 อำเภอ ต้องตรวจสอบเมื่อเข้าชายแดน ข้ามมาเป็นจุดพักยา เมื่อเห็นว่าเราเอาจริงก็จะไม่ค่อยมี เราต้องซีลให้ได้จริง ขณะที่ตำรวจต้องทำงานเชิงรุก เพราะเป็นหน้าที่ จะเลี่ยงไม่ปฏิบัติไม่ได้ ต้องทำอย่างเข้มข้น และหากฝ่ายปกครองกำลังไม่เพียงพอให้ขอประสานมาเพิ่มเติมได้ นอกจากนั้น เน้นย้ำรวมเรื่องการข่าว ทั้งจากฝ่ายปกครองทหาร ตำรวจ สภาความมั่นคงแห่งชาติ ต้องบูรณาการเป็นประชาคมข่าวสารเพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และเมื่อจับกุมตัวคนมาได้ ไม่ได้ทอดทิ้ง และไม่ได้คิดว่าเป็นผู้ร้าย แต่คิดว่าเป็นผู้ป่วยที่ติดยาต้องบำบัด เมื่อบำบัดได้กลับคืนสังคมก็จะเป็นพลังของครอบครัวและสังคมที่จะสร้างงาน สร้างรายได้ ทุกหน่วยต้องประสานงาน ทั้งแผนความคิด สรุปวิธีการ ทั้งตำรวจและทหาร แต่ไม่ใช่นำมาชนกัน

เรื่องยาเสพติดเป็นภารกิจสำคัญของแต่ละกรม และแต่ละกระทรวงและหน่วยงานกลาง ทั้งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่จะผลักดันให้เกิดไปในทิศทางที่เดียวกัน อยากขอความร่วมมือทุกส่วน ถ้าปล่อยแบบนี้จะมีแต่ทำลายบ้านเมือง ทำลายสังคม ถ้าร่วมมือกันจะเป็นการทำให้ตัวเองและประเทศ ปัญหายาเสพติดไม่ได้แก้ด้วยคนใดคนหนึ่ง ต้องแก้ทุกส่วนไม่ใช่เฉพาะระบบราชการ แต่เรื่องนี้ต้องพึ่งพาประชาชนด้วย เมื่อบูรณาการก็จะเป็นการเสริมอำนาจแต่ต้องไม่ออกนอกกรอบกฎหมาย

ขอย้ำว่าประชาชนเป็นส่วนสำคัญในการแจ้งเบาะแส ประชาชนเคยถามว่าเอาจริงหรือไม่ ผมตอบว่าเอาจริง และเปิดให้หมู่บ้าน ชุมชน อำเภอ มีแหล่งแจ้งเบาะแส เข้าถึงระดับจังหวัดและส่วนกลาง และให้วางระบบแจ้งมาถึงตัวรัฐมนตรีได้ โดยมีกระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยรับเรื่องนี้ ถ้าเอาจริงประชาชนยินดีจะบอก แสดงให้เห็นว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย รัฐบาลทำเรื่อง Seal Stop Safe 3-4 เดือน แม้จะทำได้ดี ตัวเลขเปอร์เซ็นต์ดี แต่ความรู้สึกของประชาชนยังเห็นว่าหนักอยู่ แสดงว่ายังทำได้ไม่เพียงพอ และต้องทำให้มาตรการเข้มข้นขึ้น เมื่อเข้าสู่เฟสที่ 2 และเฟสที่ 3 เมื่อผมมาอยู่กระทรวงมหาดไทย (มท.) จะใช้กลไกให้เข้มข้นขึ้น กลไกของ มท.คือหัวใจสำคัญที่จะนำนโยบายของรัฐบาลไปสู่ประชาชน ตั้งแต่ผู้ว่าฯ นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และยังมีชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ของกรมการปกครอง ที่มีสมาชิกเกือบ 7 แสนคน ที่เป็นประชาชนจิตอาสาเข้ามาช่วยทำงาน และวันแรกที่ตนเข้ากระทรวงมหาดไทยในฐานะรองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ได้สั่งการให้เข้ามาช่วยเสนอและบอกว่าถ้ากลไกมหาดไทยมาช่วยก็จะแก้ปัญหาได้เยอะ และไปเจอประชาชนเขาตอบได้หมดว่าสารวัตร ผู้กำกับ ผู้บังคับการจังหวัด นายอำเภอ คนไหนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ดังนั้น ถ้ากลไกทั้งหมดถ้าร่วมมือกันจริงจะแก้ปัญหาได้เยอะ 

เราไม่ได้ทำผักชีโรยหน้าและประชาชนจะบอกเอง จะปราบหมดหรือไม่หมด คนไหนมีส่วน เวลานี้เรามีตัวเลขแล้วและให้นโยบายไปแล้ว ถ้าพบว่าตรงไหนยังมีปัญหาจะใช้ทั้งกำปั้นเหล็ก ใครละเลย หรือมีปัญหาอะไรจะทุบ และใช้ถุงมือกำมะหยี่ คือทำดีได้คุณ และผมจะลงพื้นที่โดยไม่บอกว่าจะไปตอนไหน เพราะถ้าดีจริงไปตอนไหนก็ต้องเจอของดี ของจริง ถ้าไปบอกก็จะเซตขึ้นมาได้ และย้ำว่าเอาจริง ถ้าไปเจอดีก็จะส่งเสริมให้มีบทบาทมากขึ้น แต่ถ้าไปแล้วพบว่ามีปัญหาจะย้ายทันทีไม่ว่าระดับไหนและจะทำจริง ได้บอกผู้ว่าฯ นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ไปแล้วว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่ของประเทศและเป็นวาระแห่งชาติ ผมรับนโยบายมาแล้ว ไม่ได้คิดว่าเราจะอยู่ได้นานหรือไม่นาน เวลาไม่ใช่ปัญหา ถ้าผมเจอไปจนถึงวันสุดท้ายก็จะทำหน้าที่ เต็มที่ อยากให้ทุกคนเอาจริง

มาตรการ Seal Stop Safe ในอนาคตจะทำเข้มข้นมากขึ้น เพราะทำเรื่องนี้มาเกือบ 4 เดือน เมื่อเข้าสู่เฟส 3 จะปิดโครงการขั้นต้น และจะเป็นเรื่องหลักที่จะทำเมื่อผมอยู่ มท. เพื่อให้เกิดผลจับต้องได้ เป็นรูปธรรม ตัวเลขการจับกุมสำคัญแต่ไม่สามารถตอบได้ทั้งหมด สิ่งสำคัญคือความรู้สึกประชาชนที่เห็นว่าสามารถแก้ไขได้ ถ้าตรวจสอบแล้วพบว่าไปถึงเจ้าหน้าที่ก็จะเอาจริงและไม่ต้องการให้มาเสนอหน้า หรือมาจัดเลี้ยงกินข้าว เอาเรื่องงานเป็นหลัก ถ้าลงพื้นที่ก็จะไปเลย ไม่ต้องมานั่งเลี้ยงและจะเข้าพื้นที่บ่อยขึ้น เข้าไปโดยไม่แจ้งเพราะถือว่าถ้าของดี ต้องดีตลอดเวลา ไม่ใช่ดีเฉพาะตอนที่ลงพื้นที่ กำชับไปแล้วถ้าปัญหาอยู่ที่ในอำเภอ นายอำเภอต้องรับผิดชอบ ถ้ามีหลายอำเภอ ผู้ว่าฯต้องรับผิดชอบ ถ้าอยู่ระดับสถานีตำรวจ ผู้กำกับฯต้องรับผิดชอบ ถ้าขึ้นระดับหลายสถานีผู้บังคับการตำรวจจังหวัดต้องรับผิดชอบ ก่อนนี้ทำ 14 จังหวัด 51 อำเภอ และได้สั่งผู้ว่าฯทั้ง 76 จังหวัดต้องช่วยกัน เพราะเลยจากซีล สต๊อป เซฟไปแล้วต้องจริงจังและเต็มที่เพื่อนำผลมาสรุป ไม่ใช่หมดแล้วหมดเลย เพราะพวกนี้ยังมีรากเหง้าฟื้นมาได้เอง ดังนั้น ต้องเอาให้จบ

ขอฝากประชาชนว่าเป็นคนสำคัญที่สุดที่จะสามารถตรวจสอบยาเสพติดว่าการแก้ปัญหายาเสพติดเป็นผักชีโรยหน้า หรือที่ไหนทำดีแล้วขอให้บอกมา ผมปวารณาตัวจะทำเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญและทำให้ดีที่สุด ถึงจะไม่จบลงได้ง่ายแต่จะลดน้อยลงได้และพัฒนาไปถึงหยุดการกระทำที่ทำให้เกิดปัญหากับสังคมไทย ขณะที่ข้าราชการ มท.และกระทรวงอื่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องเอาจริง เราจะไปทุกที่ไปดู ถ้าเราสั่งการอย่างเข้มข้นแล้วยังกล้าฝ่าฝืนจะทำให้เห็นว่ากลไกของข้าราชการมีความเข้มข้นที่จะดำเนินการอย่างไร หากมองปัญหาและใช้กลไกในมือของตัวเองอย่างเข้มข้น เหมาะสม ถูกต้อง ไม่เป็นเครื่องมือให้อบายมุขและปัญหาเหล่านี้ขยายตัว ก็จะแก้ปัญหาได้และจะสร้างรายได้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เป็นรูปธรรมได้ มีงานทำโดยไม่ต้องไปหมกมุ่นกับยาเสพติด