‘พล.อ.ณัฐพล’ ระบายปมชายแดนไทย-กัมพูชา ปัดรัฐทำงานช้า แต่ต้องทำตามขั้นตอน ระบุกรณีทุ่นระเบิดเป็นของใหม่ เก็บหลักฐานเพียงพอแล้ว รอฟ้อง กก.ออตตาวา ธ.ค.นี้
เมื่อเวลา 09.15 น. วันที่ 21 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) ให้สัมภาษณ์ก่อนเป็นประธานประชุม ศบ.ทก. ถึงกรณีทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดระหว่างลาดตระเวนรักษาความสงบในพื้นที่ช่องบกว่า อยากให้สื่อเข้าใจว่าการทำงานของภาครัฐต้องทำตามขั้นตอน เพราะหากพูดอะไรไปก่อนตามความคิดหรือความเชื่อ และหากมีเหตุผลว่าไม่ใช่ ทีหลังต่อไปสื่อจะไม่เชื่อคำพูดตน จึงขอความเห็นใจจากเรื่องนี้
พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า ดูตามโซเชียลในช่วงเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา มีสื่อหลายสำนัก หลายนักวิชาการด่าว่าทำงานช้า ไม่ทันใจเท่ากับ สมเด็จฯฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา หรือ ฮุน มาเนต นายกฯกัมพูชา อยากบอกว่าทั้งฮุน เซน และฮุน มาเนต โพสต์ทางโซเชียล ถ้าไม่ใช่เขาลบออกได้ แต่เราจะทำตัวแบบนั้นไม่ได้ ถ้าทำอย่างนั้นเราจะศีลเสมอกัน ซึ่งระหว่างที่ตนปฏิบัติหน้าที่ การพูดอะไรแต่ละครั้งจะต้องใช่หรือถูกมากที่สุด อาจจะผิดพลาดได้แต่ต้องน้อยที่สุด นั่นคือสิ่งที่พยายามยึดถืออยู่
พล.อ.ณัฐพลกล่าวต่อว่า สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯและ รมว.วัฒนธรรม ได้ลงพื้นที่เมื่อวันที่ 18 ก.ค. เพราะมีความห่วงใย และได้สั่งการให้กองทัพภาคที่ 2 โดยกองกำลังสุรนารีเข้าสำรวจเพิ่มเติมเพื่อจะต้องตอบคำถามให้ได้ว่าเพราะอะไรถึงบอกว่าใหม่ ถ้าบอกว่าในพื้นที่นี้กวาดล้างแล้ว ฉะนั้น ที่เจอน่าจะเป็นของใหม่ เหตุผลที่เราจะต้องตอบให้ได้คือเราเจอในพื้นที่อื่นอีกหรือไม่ นอกจากลูกนั้นมีลูกอื่นอีกหรือไม่ และที่วางคืออะไร ไทยมีใช้หรือไม่ หรือมีใช้เฉพาะกัมพูชา เลยสั่งให้สำรวจ
พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า การสำรวจตรวจค้นทุ่นระเบิดไม่ใช่การหาของในสนามหญ้า ต้องค่อยเป็นค่อยไป ถ้าเราไปเร่งรัดมาก ถ้าเจ้าหน้าที่ตรวจค้นเกิดประสบอุบัติเหตุอีก ตนจะถูกตำหนิอีกว่าเรื่องแบบนี้ทำไมเร่งรัด จึงอยากให้รีบ แต่ต้องรอบคอบ และเห็นแก่ความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ โดยจากการสั่งการไป ตนขอเวลาสัก 3 วันได้หรือไม่ เพราะสังคมอยากทราบ ซึ่งเขาสามารถจบภารกิจได้ภายใน 3 วัน ตรวจค้นได้อีก 2 จุด เพิ่มอีก 7-8 ทุ่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนต้องการ เมื่อทราบว่ามีจุดอื่นๆ ที่วางไว้อีก ได้ทราบชนิดของทุ่นระเบิดด้วยว่าเป็น PMN-2 ซึ่งเราไม่เคยมีใช้ เราไม่เคยใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลแบบ PMN-2 ที่เป็นของรัสเซีย จึงเป็นสิ่งยืนยันว่าที่วางระเบิดเป็นของประเทศอื่น ไม่ใช่ของเราแน่นอน
พล.อ.ณัฐพลกล่าวอีกว่า อีกประการหนึ่ง เราต้องตอบสังคมโลกให้ได้ว่าที่มาวางคือของใหม่ มีวิธีดู 2 อย่างคือ 1.จุดที่วาง ถ้าใหม่ การกลบร่องรอยจะเป็นของใหม่ แต่หากเป็นของเก่า หญ้าหรือวัชพืชจะขึ้นมาเลย แต่จุดที่เราตรวจพบเป็นลักษณะเอาเศษวัชพืช เศษใบไม้มาวางคลุมไว้ และ 2.ทุ่นระเบิดที่เราตรวจพบ ถ้าทุ่นเก่า ส่วนที่เป็นโลหะจะเป็นสนิม ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจพบและกู้ขึ้นมาพบว่าส่วนที่เป็นโลหะยังวาวอยู่ ดังนั้น ถ้าเราทำงานอย่างนี้จะไม่มีใครมาเถียงเราได้ และสามารถชี้แจงได้ โดยเมื่อวันเสาร์ที่ 19 ก.ค. ภารกิจขั้นต้นได้จบลงแล้ว แต่ยังตรวจค้นต่อไป แค่นี้หลักฐานเราก็เพียงพอแล้ว
รมช.กลาโหมกล่าวว่า ถ้านับเหตุการณ์ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค. ที่เกิดเหตุจนถึงวันนี้ 5 วันได้ถึงขนาดนี้ ในประสบการณ์ชีวิตรับราชการของตน ถือว่าเร็วแล้ว ซึ่งการประชุมคณะกรรมการออตตาวาจะมีขึ้นประมาณเดือน พ.ย.-ธ.ค.68 เพราะฉะนั้น การส่งฟ้อง หากส่งฟ้องวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ หรือวันนี้มีค่าเท่ากัน เพราะต้องรอเดือน ธ.ค.68 สู้เราทำสำนวนให้รอบคอบไม่ดีกว่าหรือ นี่คือสิ่งที่ ศบ.ทก.ยึดถืออยู่ เพราะถ้าเราทำสำนวนไปไม่รอบคอบ ศาลไม่รับฟ้อง สำนวนก็ตก หรือทำไปแล้ว กัมพูชาสามารถโต้กลับมาได้ เราก็จะเสียความน่าเชื่อถือไป
รมช.กลาโหมกล่าวด้วยว่า ตรงนี้คือสิ่งที่ตนห่วงใยมากกว่า จึงขอให้เข้าใจหน่วยงานภาครัฐ ไม่ใช่ได้ข่าวมาแล้วจะมาตำหนิหน่วยงานภาครัฐว่าทำไมช้า สื่อได้ข่าวมาแล้วจะตำหนิฮุน เซน ฮุน มาเนต หรือกัมพูชาไปตนไม่ว่า คนไทยทั้งประเทศต้องช่วยกัน แต่ได้ข่าวมาแล้วกลับมาตำหนิภาครัฐ ตรงนี้ที่อยากขอความเห็นใจ เพราะภาครัฐต้องทำงานตามขั้นตอน รัดกุม ถ้าทำแล้วพลาดจะมาตำหนิตนอีกว่าทำไมไม่รอบคอบ
รมช.กลาโหมกล่าวอีกว่า งานของ ศบ.ทก.และกระทรวงกลาโหมไม่ใช่แค่งานเรื่องทุ่นระเบิดเรื่องเดียว เราดูแม้กระทั่งสวัสดิการของน้องทหารที่ได้รับบาดเจ็บหรือพิการว่าจะทำอย่างไร เราคิดอยู่ตลอด ฉะนั้น คนที่รับผิดชอบ ปัญหาจะมาหลายทาง ตอนนี้ตนเองเหมือนหมาวิ่งกัดเห็บที่หางตัวเอง คือพยายามทำให้ดีที่สุด
ผู้สื่อข่าวถามว่า การยื่นฟ้องคณะกรรมการออตตาวา ยื่นในนามรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า เป็นการดำเนินการในนามกระทรวงการต่างประเทศ แต่อยู่ภายใต้การอำนวยการของ ศบ.ทก. หลังจากที่ประชุม ศบ.ทก.เห็นชอบ กระทรวงการต่างประเทศก็จะดำเนินการในการทำหนังสือประท้วง แนวทางที่คุยกันไว้คือ นอกจากทำหนังสือประท้วงไปยังออตตาวาแล้ว เรายังประท้วงไปยังกัมพูชาด้วย ซึ่งรายละเอียดขอยังไม่เปิดเผย
เมื่อถามว่า หากผลการยื่นร้องต่อคณะกรรมการออตตาวาแล้วชนะ ผลที่จะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมคืออะไร พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า ในบทลงโทษนั้นไม่ชัดเจน ต้องขึ้นอยู่กับทางออตตาวา แต่ยืนยันว่าปัจจุบันกัมพูชาผิดอยู่ 2 เรื่องแน่ๆ 1.การวางทุ่นระเบิดใหม่ ซึ่งสมาชิกที่มีพันธะกรณีกับอนุสัญญาออตตาวาจะต้องไม่ทำแบบนี้ 2.ยังมีของใหม่อยู่ในครอบครอง ซึ่งสมาชิกของอนุสัญญาจะต้องทำลายทุ่นระเบิด ไม่ว่าจะทำลายหมดทันที หรือค่อยทำลาย อย่างไรต้องมีขั้นตอนที่ชัดเจนว่าจะทำลายหมดเมื่อไหร่ แต่ถ้ายังทำลายไม่หมด และเอามาใช้ก็ผิดแล้ว ที่จริงแล้วตนไม่อยากจะพูดออกสื่อก่อน พูดไปอาจทำให้ทางกัมพูชารู้ว่าตนคิดอะไรอยู่ แต่ต้องเรียนว่าขณะนี้ตนคงต้องยอม อาจจะเสียเปรียบบ้าง คิดว่าเพื่อความได้เปรียบจะไม่บอกอะไร แต่สังคมเป็นอย่างนี้ สื่อมวลชนต้องทำหน้าที่หาข้อมูลตนก็เห็นใจสื่อ จึงต้องให้ข้อมูล และตนทำงานยากขึ้น จะทำงานง่ายๆ สบายๆ ไม่ได้แล้ว
“พูดเลยว่าเขาผิด 2 เรื่อง และจะส่งข้อมูลไปยังประเทศที่เป็นสปอนเซอร์ของกัมพูชา ที่สนับสนุนเงิน ในพันธกรณีที่เกี่ยวกับออตตาวาว่าสนับสนุนเงินเขาไป ปัจจุบันเขาเป็นแบบนี้ ก็แล้วแต่เขาจะพิจารณา ผมถึงได้บอกว่าการที่จะบอกเขา สำนวนเราต้องแน่น ชัดเจนมีภาพให้เห็น มีหลักฐาน ไม่ใช่เพียงแค่มีคนบอกว่าใหม่ เราเคยกวาดล้างมาแล้ว ก็ไม่น่าจะมีของเก่า หากส่งสำนวนไปแค่นี้ สื่อคิดว่าสำนวนจะตกหรือไม่” พล.อ.ณัฐพลกล่าว

