ศาลเลื่อนไต่สวนคดีเจ๊แมว ฟ้องอนุทินข้อหาหมิ่นประมาท เหตุทนายฝ่ายจำเลยไม่มาศาล เจ้าตัวยืนยันไม่มีการยอมความจะสู้จนถึงที่สุดอย่างแน่นอน
เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลไต่สวนมูลฟ้องคดี อ.1418/2568 ที่ นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท อดีต ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) และอดีตผู้สมัคร ส.ว.เป็นโจทก์ฟ้อง นายอนุทิน ชาญวีรกูล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาจากการที่นายอนุทินกล่าวหานางกุสุมาลวตีว่าเป็นคนกักขฬะ
นางกุสมาลวตีกล่าวว่า วันนี้ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องคดีที่ตนเป็นโจทก์ฟ้องนายอนุทินในข้อหาหมิ่นประมาทจากการกล่าวหาตนว่าเป็นคนกักขฬะ แต่ปรากฏว่าในวันนี้นายอนุทินไม่มา รวมทั้งทนายส่วนตัวด้วย โดยได้ขอเลื่อนการไต่สวน ตนจึงคัดค้านว่าในเมื่อหมายได้ออกมานานแล้ว ช่วงวันที่ 14 ก.ค และจะพยายามนัดให้ตรงกับอีกคดีเพื่อไม่ให้เสียเวลาของทนายความ ซึ่งฝ่ายนั้นก็ทราบดีอยู่แล้ว แต่ตนไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงมาขอเลื่อนการไต่สวน แต่เนื่องจากทางศาลเห็นว่าเสียเวลาของศาล และตนก็ได้เตรียมพยานหลักฐานเอาไว้แล้ว ศาลจึงให้ตนเบิกความก่อน โดยตนได้เบิกความเรียบร้อยแล้ว ซึ่งตนมองว่าเข้าองค์ประกอบความผิดในการหมิ่นประมาท และศาลจะนัดไต่สวนมูลฟ้องของจำเลยในวันที่ 8 ก.ย.2568 ถ้าหากไม่มาอีกเท่ากับว่าฝ่ายนั้นไม่เข้ามาเบิกความ

นางกุสุมาลวตีกล่าวอีกว่า ไม่เข้าใจว่าทำไมฝ่ายนายอนุทินถึงตั้งทนายความส่วนตัวในวันที่ศาลนัดไต่สวน และก่อนหน้านี้ในคดีที่พรรคภูมิใจไทยเป็นโจทก์ฟ้องตน ก็ไม่มาเบิกความ แต่ส่งทนายความส่วนตัวมา จึงทำให้ตนแปลกใจว่าทำไมนายอนุทินไม่เห็นถึงความสำคัญของกระบวนการยุติธรรม แต่ตนมองว่าศาลจะให้ความยุติธรรม จึงได้ให้ตนขึ้นเบิกความก่อน และตนมั่นใจว่าเรื่องนี้จะต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแพ้อย่างแน่นอน และตนจะสู้ให้ถึงที่สุด
เมื่อถามว่าทางจำเลยได้มีการขอไกล่เกลี่ยหรือยอมความไหม นางกุสุมาลวตีกล่าวว่า คดีที่พรรคภูมิใจไทยเป็นฝ่ายฟ้องตน ทางฝ่ายนั้นเป็นโจทก์ แต่ไม่มีผู้ที่เกี่ยวข้องมาเบิกความ ซึ่งถ้าหากพรรคเป็นผู้ฟ้องจะต้องมีกรรมการบริหารพรรค หัวหน้าพรรค และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาเบิกความ ซึ่งศาลก็ไม่ยอมให้เบิกความ โดยหลังจากนั้นทนายความฝั่งนั้นได้มาขอไกล่เกลี่ยกับทนายของตน ตนจึงไม่เข้าใจว่าทำไมพรรคเป็นโจทก์ หรือ 229 ผู้ต้องหาคดีฮั้วเลือกตั้ง ส.ว.ถูกคณะกรรมการการเลือกตั้งชี้มูลว่ามีความผิดแล้ว เหลือแค่การส่งศาล ส่วนคดีต่อไปคือฟอกเงิน ก็จะต้องโดนลงโทษเหมือนกัน “คุณอย่าคิดว่าคุณใหญ่มาจากไหน เพราะใหญ่แค่ไหนก็สู้กระบวนการยุติธรรมไม่ได้” ตนมองว่าการตั้งทนายขึ้นมาไม่สมเหตุสมผลกับคนที่เคยเป็นรองนายกรัฐมนตรีที่จะต้องมีการบริหารจัดการที่ดีกว่านี้ ตนจึงไม่ยอมไกล่เกลี่ยอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะให้ใครมาเจรจา ที่ผ่านมาฝ่ายนั้นอาจจะชนะคดีคู่ขัดแย้งมาหลายราย แต่ไม่ใช่กับตนและตนจะสู้ถึงที่สุดอย่างแน่นอน


