หน้าแรก การเมือง ศาลทหารฎีกายื...

ศาลทหารฎีกายืน รอลงอาญา 2 ปี รุ่นพี่เตรียมทหารธำรงวินัย น้องเมย ชี้จำคุกไม่เกิดประโยชน์

22.07.25 | 10:52 น.

ศาลทหารฎีกายืน รอลงอาญา 2 ปี รุ่นพี่เตรียมทหารธำรงวินัย น้องเมย ชี้จำคุกไม่เกิดประโยชน์

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 22 กรกฎาคม ที่ศาลมณฑลทหารบกที่ 12 จ.ปราจีนบุรี นายพิเชษฐ์และนางสุกัลยา ตัญกาญจน์ พ่อและแม่ของ นายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือ น้องเมย อดีตนักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 ที่เสียชีวิตอย่างปริศนา หลังจากถูกธำรงวินัยโดยรุ่นพี่ทหาร 2 นาย ภายในโรงเรียนเตรียมทหาร เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2560 โดยครอบครัวต่อสู้คดีมานานกว่า 8 ปี และวันนี้ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษาของศาลทหารในชั้นฎีกา

นางสุกัลยากล่าวว่า ผ่านมา 8 ปีที่ตนต่อสู้เพื่อลูก เพราะต้องการให้สังคมเห็นว่าลูกชายไม่ได้ทำผิดระบบเกียรติศักดิ์ เขาไม่ได้โกหก แม้ว่าจะเสียชีวิตแล้ว ซึ่งไม่มีโอกาสได้พูด แต่ยังถูกใส่ร้าย วันนี้จึงขอฟังผลการตัดสินของศาลก่อน หากผลออกมาดีจะช่วยคืนความยุติธรรมให้กับลูกชาย กู้ศักดิ์ศรีให้กับลูกชายด้วย

“ในระยะเวลาของการสู้คดี 8 ปี ยังไม่ได้รับการชดใช้ค่าเสียหายจากกระทรวงกลาโหมและกองทัพไทย ไม่เคยเจรจา อีกฝ่ายไม่เคยให้เกียรติครอบครัวเราเลย การสู้คดีที่ผ่านมาลำพังมาขึ้นศาลทหารก็รู้สึกอยู่คนละชั้นกันแล้ว เพราะว่าศาลทหาร พลเรือนไม่สามารถแต่งตั้งทนายความได้ อัยการจะเป็นผู้ดูแลคดี แต่ขณะที่ฝ่ายจำเลยที่เป็นทหารในกองทัพสามารถตั้งทนายได้ ซึ่งเราไม่สามารถทำอะไรได้เลย” นางสุกัลยากล่าว

ครอบครัวยังติดใจประเด็นอวัยวะบางส่วนของผู้เสียชีวิตที่ยังไม่ได้รับกลับคืนมา เช่น สมอง หัวใจ และกระเพาะอาหาร ซึ่งครอบครัวแจ้งความนายแพทย์ที่ผ่าตัดคนแรก แต่ไม่นำอวัยวะมาคืน โดยตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมตำรวจออกหมายเรียกนายแพทย์คนดังกล่าวถึง 2 ครั้ง แต่ไม่ออกหมายจับ ทั้งที่นายแพทย์คนนี้ไม่ไปพบพนักงานสอบสวน

Advertisement

หลังจากนั้นครอบครัวประสานขออวัยวะจากโรงพยาบาลพระมงกุฎ ก่อนนำไปตรวจดีเอ็นเอที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ และทราบผลจากผู้อำนวยการโรงพยาบาลว่าดีเอ็นเอเข้ากันไม่ได้ ครอบครัวจึงไม่ได้นำอวัยวะกลับ เพราะไม่ทราบว่าเป็นอวัยวะของใคร

นายพิเชษฐ์กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์นี้ รุ่นพี่ทหารคนก่อเหตุได้คลานเข่ามาขอโทษ แต่ก็ไม่ได้มีการพูดคุยหรือรับผิดชอบอะไรเพิ่มเติม นอกจากนี้ ยังทราบว่า 1 ในผู้ก่อเหตุ ขณะนี้ได้รับการติดยศและรับราชการตำรวจแล้วด้วย

ล่าสุดศาลพิพากษายืนตามศาลชั้นอุทธรณ์ จำเลยมีความผิดทำร้ายร่างกาย ทำโทษโดยฝ่าฝืนคำสั่งกลุ่มนักเรียนโรงเรียนเตรียมทหาร ส่วนที่โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยทันทีนั้น ศาลเห็นว่าด้วยอายุจำเลยไม่เคยได้รับโทษ การจะลงโทษจำเลยไปก็ไม่เป็นประโยชน์ ให้จำเลยปรับปรุงตัวรับราชการรับใช้ชาติต่อไปจะเป็นประโยชน์มากกว่า

จึงให้ลงโทษจำคุก 4 เดือน 16 วัน ปรับ 15,000 บาท ให้รอลงอาญา 2 ปี