หน้าแรก การเมือง สภาฯประชุมลับ...

สภาฯประชุมลับ ส.ส.รัฐบาล-ฝ่ายค้าน จับมือถกเข้ม 7 ญัตติด่วน เหตุปะทะไทย-กัมพูชา

24.07.25 | 15:08 น.

รัฐบาล-ฝ่ายค้าน จับมือเสนอ 7 ญัตติด่วนด้วยวาจา ถก ลับ ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา“สส.” ห่วงประชาชนได้รับผลกระทบ จี้รัฐบาลเร่งอพยพ -กำหนดมาตรการดูแลชีวิต-ทรัพย์สิน ด้าน“กัณวีร์” ซัดการต่างประเทศไทยช้า จี้ให้ปรับ หวั่นไม่ทันเกมเขมร ส่วน “โรม” เสนอ “รักษาการนายกฯ-วันนอร์” ยกหูหา”ประธานอาเซียน” ทำความเข้าใจไม่ตกหลุมพลางกัมพูชา ทำไทยตกเป็นจำเลยนานาชาติ

เมื่อเวลา 12.20 น.วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม ได้กลับมาประชุมอีกครั้ง หลังพักการประชุมไปประะมาณ 30 นาที โดย นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ชี้แจงว่า จากการหารือของวิปทั้ง 2 ฝ่าย ทุกพรรคการเมืองเห็นตรงกันถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอย่างเร่งด่วน จากเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ทุกพรรคมีความห่วงใยสถานการณ์บ้านเมือง จึงมีมติว่า จะเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาต่อสภาฯ เรื่องปัญหาชายแดน โดยทุกพรรคจะเสนอในลักษณะเปิดเผยไปก่อน และหลังจากนั้นถ้ามีการอภิปรายสนับสนุนในแต่ละญัตติ ขอให้มีประชุมลับ เนื่องจากทุกพรรคเห็นว่าเป็นสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อน อาจกระทบระหว่างสองประเทศ ทำให้เกิดปัญหาขยายความรุนแรงขึ้นไป

ขณะที่ นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัทสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน อภิปรายสนับสนุนว่า ได้ตกลงกันว่า จำนวนญัตติที่เสนอฝั่งรัฐบาล 3 ญัตติ ฝ่ายค้าน 3 ญัตติ ส่วนในการอภิปรายเห็นตรงกันว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน จึงขอให้มีการประชุมลับ

ทั้งนี้ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง กล่าวว่า เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน การประชุมในบางช่วงจะเป็นการประชุมลับ จึงให้ทางคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขึ้นไปบนบัลลังก์ เพื่อรับฟังและรับประเด็นจากสมาชิกที่นำเสนอต่อครม.ในการที่จะนำไปปฏิบัติแก้ไขต่อไป โดย นายวันมูหะมัดนอร์ ได้อนุญาตให้รัฐมนตรีอยู่ในช่วงประชุมลับได้ เพื่อตอบข้อซักถาม

จากนั้น เป็นการเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา ทั้งหมด 7 ญัตติ คือ นายธเนศ เครือรัตน์ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย เสนอญัตติให้สภาฯ พิจารณาปัญหาขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา และได้ร้องขอให้การอภิปรายของส.ส. นั้น ให้ระวังเพื่อไม่เป็นเหตุให้เกิดความขัดแย้งระหว่างผู้นำของ 2 ประเทศ ทั้งนี้ปัญหาขัดแย้ง พื้นที่ จ.สุรินทร์ จ.อุบลราชธานี และจ.ศรีสะเกษ

Advertisement

ด้าน นายวิทยา แก้วภราดัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ เสนอญัตติให้ สภาฯ พิจารณาเสนอแนะแนวทางต่อรัฐบาล ต่อปัญหาพิพาทชายแดน ไทย-กัมพูชา ลุกลามไปสู่สงคราม ประชาชนเดือดร้อนและกระทบอธิปไตยของชาติ โดยขอให้รัฐบาลช่วยเหลือประชาชนอพยพออกจากพื้นที่ โดยสนับสนุนงบประมาณเพื่อปกป้องชีวิตคนไทย ขณะเดียวกันในสิ่งที่จำเป็นในตอนนี้คือ ตั้งรมว.กลาโหม ทั้งนี้เรามีคนที่เป็นรักษาการนายกฯ และรมช.กลาโหม เขารู้ว่าเราอ่อนแอ ตนขอให้รัฐบาลปรับเรื่องดังกล่าว

ขณะที่ นายวุฒิพงษ์ นามบุตร ส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ เสนอญัตติให้สภาฯ พิจารณาศึกษามาตรการการดูแลความปลอดภัยสูงสุดให้กับประชาชน หลังจากเหตุการณ์ยิงปะทะ ตามแนวชายแดน ที่จ.อุบลราชธานี และหลายจังหวัด มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ฝ่ายตรงข้ามไม่ปฏิบัติตามหลักสากล ทำให้เกิดอลหม่านกับการอพยพ จึงขอเสนอแนะไปยังรัฐบาลว่า ขอให้พิจารณาเพิ่มงบประมาณให้กับจังหวัดแนวชายแดนเพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการดูแลประชาชนในพื้นที่ รวมถึงต้องพิจารณาถึงมาตรการเยียวยาโดยเร่งด่วน นอกจากนั้นต้องพิจารณาตอบโต้ขั้นสูงสุด ขอให้ F16 ลาดตระเวนบ่อยครั้งเพื่อไม่ให้เกิดการรุกล้ำอธิปไตยไทย

ส่วน นางปทิดา ตันติรัตนานนท์ ส.ส.สุรินทร์ พรรคภูมิใจไทย เสนอญัตติให้สภาฯ พิจารณาศึกษาปัญหาเหตุการณ์ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา และแนวทางช่วยเหลือประชาชนตามแนวชายแดนและการลดความรุนแรงของปัญหาชายแดนเพื่อเสนอแนะต่อรัฐบาล พร้อมอภิปรายว่า ขอให้รัฐบาลสนับสนุนการปฏิบัติการของทหาร และเร่งอพยพประชาชนไปยังศูนย์อพยพโดยเร็ว เบื้องต้นคาดว่า จะมีผู้อพยพหลักหมื่นคน รัฐบาลต้องคำนึงถึงการสนับสนุน และช่วยเหลือในการดำรงชีวิต รวมถึงการดูแลทรัพย์สินของประชาชนด้วย

ด้าน นายกัณวีร์ สืบแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม เสนอญัตติด่วนด้วยวาจาให้สภาฯ พิจารณาปัญหา ชายแดนไทย-กัมพูชาในมุมมองการต่างประเทศ พร้อมอภิปรายว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นไปตามที่กัมพูชาหวังไว้ และต้องการ โดยผู้นำกัมพูชาทำหนังสือถึงคณะมนตรีแห่งสหประชาชาติ เพื่อให้แทรกแซงเรื่องที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ตนมองว่าการต่างประเทศของไทยต้องเร่งพิจารณาและปฏิบัติการด้านการฑูตในระยะยาวไว้ด้วย รวมไปถึงต้องคำถึงแผนสถาปนาความสัมพันธ์หากการเมืองกัมพูชาผ่านการเลือกตั้งและได้ผู้นำคนเดิม

ขณะที่ นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เสนอญัตติให้สภาฯ พิจารณาศึกษาแนวทางการรับมือความขัดแย้งไทย-กัมพูชา นำไปสู่ภาวะการรบ ส่งผลต่อความมั่นคงของประเทศและประชาชนไทย พร้อมอภิปราย ว่า แผนอพยพประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ ปัญหาที่ต้องทำเฉพาะหน้าคือให้ประชาชนของไทยได้รับผลกระทบน้อยที่สุด นอกจากนั้นต้องพัฒนาประสิทธิภาพของการแจ้งเตือนไปยังประชาชนในสถานการณ์ที่คาดไม่ถึงให้มีความพร้อม และมีประเด็นที่ไทยทำได้ คือ การเชิญทูตทหารลงพื้นที่เพื่อให้เห็นต่อการก้าวร้าวของกัมพูชา

“รักษาการนายกฯ ต้องยกหูถึงประธานอาเซียน รวมถึงประธานสภาฯ ต้องช่วยสื่อสารไปยังประธานอาเซียน คือ มาเลเซีย เพื่อให้มิตรประเทศเข้าใจสถานการณ์ไม่ตกหลุมพรางของกัมพูชาที่สร้างเรื่องว่าถูกรังแก นอกจากนั้นกระทรวงการต่างประเทศต้องเร่งยื่นเรื่องไปยังยูเอ็นเอสซี เพราะเป้าหมายของกัมพูชาคือ กลุ่มเปราะบาง โรงพยาบาล หากกัมพูชายื่นก่อน ไทยอาจตกเป็นจำเลยของนานาชาติ ควรต้องทำให้นานาประเทศเห็นเหมือนที่ไทยเห็น” นายรังสิมันต์ อภิปราย

นายรังสิมันต์ อภิปรายต่อว่า ในการประชุมกมธ.ความมั่นคงฯ มีข้อมูลว่า กัมพูชาตั้งฐานไว้ที่ปราสาทต่างๆ ที่ถูกขึ้นเป็นมรดกโลก หากกองทัพไทยดำเนินการใดที่มีผลกระทบ กัมพูชาจะใช้โอกาสพาไทยขึ้นศาลโลก แม้ว่าผลการตัดสินจะออกมาเป็นอย่างไรก็ตาม กัมพูชาปรารถนาอย่างเดียวคือ ลากไทยขึ้นสู่ศาลโลก

ส่วน นายสะถิระ เผือกประพันธ์ ส.ส.ชลบุรี พรรคกล้าธรรม เสนอญัตติให้สภาฯ พิจารณาการป้องกันและหาทางออกเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเศรษฐกิจ สังคมและความปลอดภัยของประชาชนต่อปัญหาชายแดน พร้อมขอให้รัฐบาลพิจารณามาตรการส่งออกสินค้าต่างๆ เพื่อไม่ให้เกษตรกรได้รับผลกระทบ

หลังผู้เสนอญัตติอภิปรายเสร็จสิ้น จากนั้นเปิดให้สมาชิกอภิปรายแสดงความคิดเห็นโดยเป็นเรื่องประชุมลับ เนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เป็นเรื่องความมั่นคง และเรื่องระหว่างประเทศ และขอให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องออกนอกห้องประชุม ไม่ให้บันทึกภาพ หรือเสียง เพื่อถ่ายทอดการประชุมลับออกไปยังบุคคลภายนอก ส่วนรัฐมนตรีที่ไม่ได้เป็น ส.ส.ได้อนุญาตให้ร่วมการประชุมได้