เช้าตรู่วันนี้ ทหารทหารเขมร เปิดฉากยิงทหารไทย พื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร พร้อมจะเข้ายึดเนิน 469 โดยใช้อาวุธหนักระดมยิงใส่ทหารไทยโต้เดือดที่ช่องบก
เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานถึงสถานการณ์สู้รบชายแดนไทยกัมพูชา ซึ่งวันนี้เข้าสู่วันที่ 2 ในเวลา 04.30 น. ทหารกัมพูชาได้เปิดฉากยิงทหารไทยอย่างดุเดือดรอบพื้นที่โดยรอบปราสาทพระวิหาร
ทางทหารไทยได้ตรวจพบกำลังพลของทหารกัมพูชาประชิดตลอดแนวชายแดนพื้นที่กษัตริย์ศึก ซึ่งเป็นเขตรับผิดชอบของกองพันทหารราบที่ 21
ต่อมาบริเวณพื้นที่กงจักร กรมทหารราบเฉพาะกิจ กองทัพภาคที่ 2 ได้ทำการยิงฉากจากฝ่ายแนวของทหารไทย เพื่อเป็นการตอบโต้ หลังจากทหารกัมพูชาได้ใช้อาวุธหนักยิงเข้าใส่
จากนั้นเวลา 04.50 น. หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 26 ตรวจพบยานพาหนะ คาดว่าเป็นรถถังของฝ่ายกัมพูชา จอดเรียงหน้ากระดานจำนวน 6 คัน บริเวณพิกัด 5298887609 ตรงข้ามช่องปลดต่าง
เวลา 04:54 น. บริเวณพื้นที่กษัตริย์ศึกทหารไทยและทหารกัมพูชาประจำหน้าแนวยังไม่มีการปะทะ
เวลา 05.30 น. บริเวณพื้นที่ซูรูป่ากล้วย ทหารกัมพูชาเปิดฉากยิง โดยรถถังเบา scorpion ของไทย ได้ยิงสนับสนุน บริเวณข้างปราสาทตาเมือนธม
เวลา 05.25 น. บริเวณช่องบกใช้อาวุธยิงสนับสนุน
เวลา 05.35 น. พื้นที่กษัตริย์ศึก ฝั่งไทยได้ขอการยิงสนับสนุนปืนใหญ่ ยิงลงหลังเนินโนเนม และยิงทำลายที่ตั้งรถถังพื้นที่ตรงข้ามช่องบก
เวลา 05.50 น. กำลังฝ่ายไทยเริ่มเข้าตีภูมะเขือ
เวลา 06.29 น. ทหารกัมพูชาใช้กำลังเข้ายึดเนิน 469 โดยใช้ปืนใหญ่และปืนค. ทางทิศใต้บริเวณช่องบก ระดมยิงใส่ฝ่ายไทย บริเวณเนิน 408
โดยใช้ BM – 21 จากอำเภอจอมกระสาน ระดมยิงไปทางซัมแตก โดยฝ่ายทหารไทยตอบโต้ด้วยปืนใหญ่ขนาด 155 มิลลิเมตร สนับสนุนการต่อต้านปืนใหญ่
ขณะที่ เพจ Army Military Force แจ้งว่า มีรายงานล่าสุดว่าปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง M758 ATMG ขนาดลำกล้อง 155 มม. 52 คาลิเบอร์ ได้เข้าพื้นที่เพื่อยิงสนับสนุน กำหนดเป้าหมายและทำลายระบบยิงจรวดหลายลำกล้อง BM-21 (MLRS) ของกัมพูชา ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอจอมกระสานต์ ประเทศกัมพูชา

อนึ่ง ปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง M758 ATMG 155 mm. มีระยะยิงไกลสุด มากกว่า 40 กิโลเมตร อัตราการยิง 6 นัดต่อนาที ผลิตในประเทศไทย โดยศูนย์อุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร (ศอพท.) กระทรวงกลาโหม ร่วมกับบริษัท Elbit Systems ของอิสราเอล ได้ดำเนินการผลิตปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง M758 ATMG
โดยมีการบูรณาการระบบปืนใหญ่อัตตาจร ATMOS ของ Elbit เข้ากับรถยนต์บรรทุก Tatra 6×6 ขนาด 10 ตันจากสาธารณรัฐเช็ก การผลิตดังกล่าวถือเป็นความสำเร็จที่สำคัญของกองทัพไทยในด้านการพึ่งพาตนเองด้านยุทโธปกรณ์จากการขยายสายการผลิตอย่างต่อเนื่อง

