เสธ.อดีตสมช. ชี้ 2 ทางเลือกกัมพูชา หลัง UNSC ไม่มีมติ แล้วให้อาเซียนคุยกันเอง ฝากถึงฮุนเซน
เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2568 พล.ท.พงศกร รอดชมภู อดีตรองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) อดีตรองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้โพสต์ผ่านแอพพลิเคชั่น X ภายหลังการประชุมฉุกเฉินแบบปิดของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ( UNSC ) เพื่อรับฟังถ้อยแถลงของประเทศคู่กรณีเกี่ยวกับข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาว่า เพื่อความเข้าใจแบบง่ายๆกรณี UNSC คือ
ไทย-กัมพูชา รบกันไม่ใช่เรื่องสำคัญถึงขนาด UNSC ต้องมีการวินิจฉัย หมายถึงคำร้องและคำขอไปศาลยุติธรรมระหว่างประเทศของกัมพูชานั้นตกไปและให้ไปคุยกันเองก็ดี คุยในอาเซียนก็ได้ แต่เป็นละครเท่านั้น
กัมพูชามี 2 ทางเลือก
1. ขยายความขัดแย้งให้บานปลายยิ่งขึ้นเพื่อให้ UNSC จำต้องมีคำวินิจฉัย หรือ
2. พอแล้ว หันไปร้องศาลยุติธรรมระหว่างประเทศฝ่ายเดียวแล้วฉลองชัยชนะว่าไทยไม่กล้าไปภายหลัง
ไทยควรฟ้องเรียกค่าเสียหายและส่งไปศาลอาญาระหว่างประเทศ
เชื่อว่ากัมพูชาจะเลือกทางที่สอง การรบจะจบลงครับ
ป.ล. ถ้ากัมพูชาไม่เลิกก็ต้องกำจัดอาวุธยิงระยะไกลให้หมดโดยไม่ทำให้กัมพูชาสูญเสียชีวิตคนโดยไม่จำเป็น
พล.ท.พงศกร ยังโพสต์ด้วยว่า ถึงตอนนี้เผื่อว่าจะมีการสื่อสารไปยังสมเด็จฮุนเซน
UNSC ไม่ตอบรับคำร้องของกัมพูชา แม้เป้าหมายสุดท้ายที่ต้องการมาถึงแล้วเพียงแต่ไม่สำเร็จตามที่คาดหวัง
ดังนั้นความจำเป็นที่ต้องทำการรบให้เกิดความสูญเสียต่อไปนั้นเป็นสิ่งไร้ประโยชน์
กองทัพของกัมพูชายังไม่เสียหายมากนักในเวลานี้ แต่หากยังยกระดับการรบและการรุกรานอยู่ต่อไป กองทัพกัมพูชาเองที่จะสูญเสียและอาจจะสูญเสียถึงขนาดที่หมดขีดความสามารถในการป้องกันประเทศต่อไปอีกเป็นเวลายาวนาน ซึ่งจะส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลกัมพูชาเอง
เพื่อเห็นแก่ชีวิตของทหารกัมพูชาและฝ่ายไทยด้วย ที่ไม่ควรเป็นศัตรูกัน ควรเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกันมากกว่า หยุดรบเสียเถอะครับ


อ่านข่าวในคอมเมนต์
- ปวิน วิเคราะห์ยิบ เนื้อหา 2 ฝ่าย แถลงที่ UNSC ชี้ข้อได้เปรียบไทย แต่ต้องเร่งหักล้าง ข้อหาผู้รุกราน
- ที่ปรึกษาฮิวแมนไรท์ฯ ยันไม่มีอะไรน่าห่วง หลัง UNSC ไร้มติ แนะไทยใช้ชี้แจงต่อ สิทธิป้องกันตัวเอง

