‘บิ๊กเล็ก’ ยันมีความจริงใจคุยเรื่องหยุดยิงกับเขมร แต่ต้องเป็นไปตามกลไกรัฐ และฟังเสียงประชาชน 

27.07.25 | 11:05 น.

‘บิ๊กเล็ก’ ลั่น ฟังเสียงประชาชนทั้งประเทศ ปมหยุดยิงหรือไม่ ระบุ ให้คำตอบ ‘ทรัมป์’ เลยไม่ได้ เหตุไทยปกครองระบอบปชต. ไม่ใช่ 1-2 คนแบบกัมพูชา โยน กต. ดำเนินการเรื่องฟ้อง “ฮุน เซน” ต่อไอซีซี ลั่นถ้าจริงใจต้องหยุดยิงสักระยะ แต่ตอนนี้ไม่เชื่อ รับกังวลอาวุธวิถึไกล โอดกลาโหมถูกตัดงบมาตลอด วอนปชช.เห็นใจให้ซื้ออาวุธ

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 27 กรกฎาคม ที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุม ศบ.ทก. ถึงกรณีนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา พูดคุยกับนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกฯ ให้หยุดยิง แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการหยุดยิงแต่อย่างใด ว่า ฝ่ายรัฐบาลไทยต้องฟังเสียงประชาชน เรามีกลไก มีรัฐบาล ไม่สามารถที่จะตอบได้ในทันที โดยระหว่างนายภูมิธรรมพูดคุยกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ตน เลขาธิการนายกฯ รมว.ต่างประเทศ เลขา สมช. อยู่ในวงพูดคุยด้วย ทางเราได้บอกไปว่ารับดำเนินการ แต่ขอให้เป็นไปตามกลไกและกระบวนการ

“เพราะประเทศไทยปกครองระบอบประชาธิปไตย เราฟังเสียงประชาชน มีกลไกรัฐบาล แตกต่างจากทางกัมพูชาที่ปกครองโดยคนสองคนหรือสามคน เขาจึงสามารถตอบได้ทันทีว่าเยสหรือโน แต่ของเราต้องหารือในรัฐบาลก่อน ไม่สามารถที่จะตอบได้เพียงแค่คนสองคนหรือสามคน ต้องมีคณะพูดคุย คณะเจรจา ที่สำคัญต้องฟังเสียงประชาชนด้วย” พล.อ.ณัฐพลกล่าว

พล.อ.ณัฐพลกล่าวต่อว่า อยากเรียนให้ประชาชนทราบว่า ศบ.ทก.คือกลไกของรัฐบาล และดูอยู่ตลอดโดยผ่านกลไกของ ศบ.ทก. ไม่ใช่ว่าตนนั่งอยู่หัวโต๊ะแล้วกลายเป็นกลไกของกองทัพ ศบ.ทก.เป็นกลไกของรัฐบาล แต่ตนอยู่ในกลไกของกลาโหมด้วย เพื่อเป็นตัวเชื่อมระหว่างกองทัพกับรัฐบาล ตนอยู่ทั้งสองวง จะทราบข้อมูลทั้งสองทาง เวลาประชุมกับรัฐบาลจะมีข้อมูลของกองทัพไปรายงาน ปัจจุบันรัฐบาลมีเพียงนโยบายเดียวคือ ปกป้องอธิปไตย และพร้อมสนับสนุนกองทัพเต็มที่ ประเทศไทยมีกลไกของรัฐบาล การดำเนินการต้องดำเนินการแบบเป็นทางการ ไม่ใช่การดำเนินการแบบส่วนตัวที่มีเพียงคน 2-3 คน ยืนยันว่าเรื่องนี้จะไม่นาน เพราะสังคมโลกดูเราอยู่ว่าเรามีความจริงใจหรือไม่ ยืนยันกับประชาชนว่าเรามีความจริงใจที่จะพูดคุยเพื่อจะหยุดยิง แต่ขอใช้กลไกรัฐบาลหารือให้รอบคอบก่อนและฟังเสียงประชาชนด้วย

Advertisement

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ พูดคุยกับกัมพูชาแล้ว แต่กัมพูชาไม่มีการหยุดยิง พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า พี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนคงเห็นแล้วว่าเขามีความจริงใจหรือไม่ ถ้าตนเป็นส่วนหนึ่งในซีกของกองทัพก็ไม่สบายใจตรงนี้ว่าเขาจะมีความจริงใจอย่างไร นี่เป็นครั้งที่ 2 ที่เขายิงก่อน ครั้งแรกคือวางกับระเบิด เป็นสิ่งที่เราไม่สบายใจ ย้ำว่าเรามีความจริงใจแน่นอนที่จะหยุดยิง เพราะรู้ถึงผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชน 4 จังหวัดชายแดน และ 3 จังหวัดตอนใต้ เราไม่คิดว่ารัฐบาลกัมพูชาจะไม่ปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ อนุสัญญาเจนีวา อนุสัญญาออตตาวา และขาดหลักมนุษยธรรม เราไม่เคยคิดว่า ในปี 2025 ยังมีกองทัพประเทศในโลกปฏิบัติการลักษณะนี้ ยืนยันทุกคนไม่ต้องกังวล รัฐบาลจะดำเนินการด้วยความรอบคอบ

เมื่อถามว่า มีนักวิชาการและนักการเมืองเสนอไปฟ้องสมเด็จฯฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ (ไอซีซี) พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า ขอให้เป็นเรื่องกระทรวงการต่างประเทศที่ต้องสนับสนุนและดำเนินการ เพราะกองทัพและ ศบ.ทก.ไม่มีความชำนาญในด้านนี้ แต่เราไม่ได้นิ่งนอนใจ ต้องฟังกระทรวงการต่างประเทศ หากกระทรวงการต่างประเทศให้คำแนะนำอย่างไร ศบ.ทก.และกองทัพจะนำไปปฏิบัติตาม ที่ผ่านมากองทัพยึดหลักกฎหมายระหว่างประเทศและหลักมนุษยธรรม

เมื่อถามว่า ที่ผ่านมากัมพูชาไม่มีอะไรทำให้มั่นใจได้เลยว่าจะทำตามสิ่งที่พูด อะไรจะเป็นสิ่งยืนยันถึงความจริงใจของกัมพูชา พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า ตอนนี้สิ่งที่ด้านการทหารมองถ้าเขาหยุดยิงเป็นเวลาสักระยะ แต่นี่ไม่ใช่ เขาคุยกับประธานาธิบดีทรัมป์เวลาประมาณ 23.00 น. วันที่ 26 ก.ค. แต่พอถึงเวลา 02.00 น. วันที่ 27 ก.ค. เขาก็เริ่มยิง อย่างนี้ทหารมองว่าไม่จริงใจทั้งที่กำลังคุยกันอยู่เรื่องหยุดยิง และจริงๆ แล้ว รมว.ต่างประเทศของไทย ก็จะคุยกับ รมว.ต่างประเทศกัมพูชาในวันนี้ ซึ่งตนได้รายงานกับ รมว.ต่างประเทศไปแล้วว่ากัมพูชาตีเราตลอดแนวอีกแล้ว และสิ่งที่กองทัพเสียใจคือเขาโจมตีที่หมายพลเรือนโดยไม่สนใจเลย เพราะในพื้นที่พลเรือนมีกระสุนปืนใหญ่ตกไปถึง 3 นัด แต่ดีที่กระทรวงมหาดไทยอพยพคนออกไปหมดแล้ว เบื้องต้นจึงไม่ได้รับรายงานการสูญเสีย ทำให้ความไว้วางใจตอนนี้ยังไม่มี และเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาตนได้รายงานนายภูมิธรรมและเลขานายกฯว่าประชาชนที่อพยพมาแล้วฝากให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดูแลทรัพย์สินประชาชนที่ออกจากบ้านเรือน ประชาชนจะได้ไม่กังวล

ต่อข้อถามว่า ทางกัมพูชามีอาวุธยิงระยะใกล้ 100 กว่ากิโลเมตร ถ้ากัมพูชาใช้อาวุธดังกล่าวเรากังวลหรือไม่ พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า กังวล ตนกังวลมาตั้งนานแล้ว พูดบอกประชาชนบอกสื่อมวลชนมาตั้งนานแล้ว เพราะเราทราบในห้วงเวลาที่ผ่านตนไม่อยากพูดประเด็นนี้เดี๋ยวจะถูกตำหนิอีก แต่ในสถานการณ์อย่างนี้ตนต้องบอกความจริงว่าเวลาที่ผ่านมาเราถูกตัดงบประมาณสำหรับซื้ออาวุธ เราจัดซื้อเท่าที่จำเป็น ดังนั้นอาวุธเชิงรุกรานเราไม่ได้ซื้อเอาไว้เน้นไปที่ป้องกันอธิปไตยเท่านั้น แต่ก็มีจำนวนหนึ่งซึ่งไม่มาก แต่ของเขามีถึง 6 ระบบ

“ตรงนี้เป็นสิ่งที่กองทัพคงต้องทบทวนในฐานะที่ผมเป็นรัฐบาลและกองทัพ ผมได้พูดคุยกับรัฐบาลว่าหลังจากนี้คงต้องขอความกรุณาจากประชาชนให้เห็นใจกองทัพ และต้องคุยกับกองทัพเช่นเดียวกันว่าไม่ใช่พอประชาชนเห็นใจแล้วจะจัดหาแบบกอบโกยก็ไม่ได้ต้องเอาเฉพาะที่จำเป็น ขอให้ประชาชนและสื่อมวลชนมั่นใจช่วงที่ผมอยู่ตรงนี้จะไม่ทำให้เกิดอย่างนั้นเป็นอันขาด ถ้าเกิดขึ้นก็ต้องสอบสวนลงโทษผู้กระทำผิดเช่นกัน” พล.อ.ณัฐพลกล่าว