หน้าแรก การเมือง ปชน.ปิดเว็บตา...

ปชน.ปิดเว็บตามคำขอของ ศบ.ทก. ยันไม่เคยเผยแพร่ข้อมูลกระทบความปลอดภัยคนไทย

27.07.25 | 15:15 น.

ปชน.ประกาศปิดเว็บไซต์รายงานเหตุไทย-เขมร ยันไม่เคยเผยแพร่ข้อมูลที่กระทบความปลอดภัยคนไทย

จากกรณีที่นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกรัฐบาลและคณะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) เปิดเผยว่า เลขาธิการ สมช.มีความห่วงใยโดยเฉพาะ จิตอาสา และพรรคการเมือง ที่ให้ความสำคัญกับประชาชนตามแนวชายแดน และอยากช่วยเหลือ นำสิ่งของไปให้ศูนย์พักพิงตามโลเกชั่นต่างๆ ซึ่งถือเป็นอันตรายอย่างยิ่ง จึงขอว่าช่วง 2-3 วันนี้ ซึ่งสถานการณ์ยังไม่นิ่ง อยากให้ปิดเว็บไซต์ต่างๆ ก่อน (อ่านข่าว ‘จิรายุ’ ขอพรรคการเมือง-เอกชน ปิดเว็บแจ้งพิกัดศูนย์ผู้อพยพ ชี้อาจเสี่ยงตกเป็นเป้าโจมตีของเขมร)

ล่าสุด เฟซบุ๊ก พรรคประชาชน – People’s Party ได้แจ้งว่า พรรคประชาชน ยินดีปิดเว็บไซต์ตามคำขอรัฐบาล แต่ยืนยันทุกข้อมูลมาจากหน่วยงานรัฐ ไม่เคยมีการเผยพิกัดศูนย์อพยพ-หลุมหลบภัย หวังรัฐบาลรวมศูนย์การสื่อสารกับประชาชนและประชาคมโลก นำหน้าปฏิบัติการข่าวสารกัมพูชา

พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน เปิดเผยว่า พรรคประชาชนยินดีปิดเว็บไซต์รายงานสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ตามคำร้องขอของ ศบ.ทก. แต่ขอยืนยันว่า

1.เว็บไซต์ของพรรคประชาชน ไม่เคยมีการเผยแพร่ข้อมูลใดที่รัฐบาลมีความกังวลว่าจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนไทย หรือจะถูกรัฐบาลกัมพูชานำไปใช้ในการโจมตีพลเรือนไทย (เช่น พิกัดที่ตั้งของศูนย์อพยพ พิกัดตำบลกระสุนตก รายละเอียดการวางกำลังพลและอาวุธของทหาร)

Advertisement

2.เว็บไซต์ของพรรคประชาชน ได้รวบรวมและเผยแพร่ข้อมูล เฉพาะที่ถูกเผยแพร่โดยหน่วยงานของรัฐ (เช่น พื้นที่อันตรายที่หน่วยงานรัฐสั่งให้ประชาชนอพยพออก ศูนย์รับบริจาคโลหิตทั่วประเทศจากการเผยแพร่ของสภากาชาดไทย) หรือที่ปรากฏต่อสาธารณะอยู่แล้ว (เช่น สถานพยาบาล ตามที่ปรากฏใน Google Maps)

3.เว็บไซต์ของพรรคประชาชน มีเจตนาในการรวบรวมข้อมูลของหลายหน่วยงานรัฐ (เช่น ประกาศของผู้ว่าราชการจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงกองทัพบก) เพื่อให้ประชาชนคนไทยเข้าถึงข้อมูลสำคัญได้โดยสะดวกในเว็บไซต์เดียว โดยในช่วง 3 วันที่ผ่านมา มีประชาชนเข้าใช้บริการเว็บไซต์เกิน 3 ล้านครั้ง

แต่เพื่อให้รัฐบาลมีสมาธิกับภารกิจที่สำคัญในการปกป้องชีวิตประชาชน ทางพรรคประชาชนยินดีให้ความร่วมมือกับรัฐบาล และได้ดำเนินการปิดเว็บไซต์ตามคำขอของรัฐบาลแล้ว โดยเราหวังว่ารัฐบาลจะเร่งหาแนวทางดังต่อไปนี้เพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพของประชาชน

1.เร่งเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารที่รวมศูนย์ รวดเร็ว และแม่นยำ อันจะเป็นการทำให้ประชาชนในพื้นที่เข้าถึงข้อมูลที่สำคัญต่อความปลอดภัยของตนโดยสะดวก ทำให้ประชาชนทั่วประเทศเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง และทำให้ประชาคมโลกรับรู้ถึงข้อเท็จจริงและมีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถานการณ์ความรุนแรง โดยไม่ถูกบิดเบือนจากปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารของรัฐบาลและกองทัพกัมพูชา

2.เร่งให้ทุกจังหวัดและพื้นที่ที่ถูกกระทบ ตั้งศูนย์ประสานงานกลางในระดับพื้นที่ เพื่อทำหน้าที่ในการบริหารจัดการบุคลากรทางการแพทย์และสิ่งของเครื่องใช้ที่ภาคส่วนต่างๆ ส่งมาช่วยเหลือ ให้เพียงพอในช่วงระยะเวลาต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอนว่าจะยืดเยื้อแค่ไหน รวมถึงการสื่อสารกับประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับสถานการณ์ เพื่อให้ประชาชนมีการรับรู้ไปในทิศทางเดียวกัน

3.เร่งดำเนินการให้เกิดการหยุดยิงโดยทุกฝ่ายโดยเร็วที่สุด คู่ขนานกับการรวบรวมข้อมูลหลักฐานและการสื่อสารเกี่ยวกับการโจมตีที่เกิดขึ้น เพื่อนำเสนอให้ประชาคมโลกเห็นว่าไทยคือฝ่ายที่มีความจริงใจในการเดินหน้าสู่การยุติข้อพิพาท และมีปฏิบัติการทางทหารเพื่อป้องกันตนเองจากการรุกรานของกัมพูชาเท่านั้น