หน้าแรก การเมือง บิ๊กเล็ก สั่ง...

บิ๊กเล็ก สั่งหน่วยงานสังกัดกห. งดช่วยเหลือกัมพูชาจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น พร้อมยกระดับรักษาความปลอดภัย

30.07.25 | 14:42 น.

บิ๊กเล็ก สั่งหน่วยงานสังกัดกห. งดช่วยเหลือกัมพูชาจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น พร้อมยกระดับรักษาความปลอดภัย เร่งรัดช่วยเหลืออุทกภัย

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการประชุมสภากลาโหม ร่วมกับผู้บัญชาการเหล่าทัพในวันนี้ ว่า เป็นการประชุมนัดแรก หลังเกิดสถานการณ์ปะทะบริเวณชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชา ซึ่งได้เน้นย้ำและสั่งการในที่ประชุมหลายเรื่อง เช่น การเตรียมการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568 โดยเน้นย้ำให้ทุกหน่วยในสังกัดกระทรวงกลาโหม จัดกิจกรรมอย่างสมพระเกียรติ

พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า นอกจากนี้ ได้ขอบคุณกำลังพลจากทุกเหล่าทัพ รวมถึงทหารพราน และตำรวจตระเวนชายแดนทุกนาย ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ เข้มแข็ง และอดทน ในการรักษาอธิปไตยของชาติ และการป้องกันประเทศ จากสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณแนวชายแดนไทยกัมพูชาในห้วงเวลาที่ผ่านมา รวมทั้งได้แสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้งต่อการจากไปของวีรชนทุกนาย และขอสดุดีไว้ทั้งเกียรติคุณของท่าน ที่ได้อุทิศชีวิตและเลือดเนื้อ เพื่อปกป้องเอกราชของชาติ ทั้งนี้ เป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยทั้งทหาร ทหารพราน และตำรวจตระเวนชายแดนที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ชายแดนไทยกัมพูชาขณะนี้

ทั้งนี้ พล.อ.ณัฐพลได้แจ้งหน่วยต่างๆ เพื่อเร่งรัดในการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ และพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ พร้อมย้ำว่า แม้ในปัจจุบันกองทัพจะให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาบริเวณชายแดนไทยกัมพูชา แต่ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เราก็ไม่ได้ละเลย หน่วยที่ไม่ได้ติดภารกิจในด้านชายแดนไทยกัมพูชา ก็ขอให้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเต็มขีดความสามารถ

นอกจากนั้น ได้เน้นย้ำ ให้เข้มงวดมาตรการรักษาความปลอดภัย ในการคัดกรองผู้ที่เดินทางเข้าออกหน่วยงานต่างๆ และการดูแลรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ เน้นย้ำว่าให้ยกระดับขึ้นมาในช่วงนี้

Advertisement

พล.อ.ณัฐพลกล่าวอีกว่า ได้มอบนโยบายเพิ่มเติมว่าในขณะนี้ให้ระงับความร่วมมือทางทหารกับกัมพูชา จนกว่าสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างทั้งสองประเทศจะดีขึ้น เนื่องจากยังมีโครงการแลกเปลี่ยนด้านการศึกษากันอยู่ รวมทั้งได้สั่งการให้สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม โดยเฉพาะ สำนักนโยบายและแผน และกรมพระธรรมนูญ สนับสนุนความช่วยเหลือด้านกฎหมายให้กับกองบัญชาการกองทัพไทย ในการปฏิบัติภารกิจดังกล่าว