หน้าแรก การเมือง รบ.ดึงงบ 5 กอ...

รบ.ดึงงบ 5 กองทุนเยียวยาปชช. เหตุปะทะชายแดน ให้แบงก์-ประกันภัย ดูแลปั๊มน้ำมันถูกโจมตี

31.07.25 | 22:23 น.

รัฐบาล ใช้ 5 กองทุน เร่งเยียวยา ปชช.จากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ส่วนปั๊ม ปตท. จ.ศรีษะเกษ ที่ถูกจรวดยิง ประสานลดขั้นตอน ให้ ธ.กรุงไทย ช่วยดูแลภาระหนี้

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงมาตรการและแนวทางดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สู้รบตามแนวชายแดนไทยกัมพูชา ทั้งผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและผู้เสียชีวิต จากกองทุนต่างๆ ว่า มีดังนี้ 1.กองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี กรณีเสียชีวิต รายละ 1 ล้านบาท กรณีทุพพลภาพ รายละ 7 แสนบาท กรณีบาดเจ็บสาหัส รายละ 2 แสนบาท กรณีบาดเจ็บมาก รายละ 1 แสนบาท กรณีบาดเจ็บเล็กน้อย รายละ 5 หมื่นบาท

2.กองทุนยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม

3.เงินเยียวยาจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

4.เงินเยียวยาจากกระทรวงมหาดไทย (ปภ)

Advertisement

5.การช่วยเหลือจากหน่วยงานตามสิทธิที่เกี่ยวข้องอื่นๆอาทิ กระทรวงพลังงาน กระทรวงแรงงาน เป็นต้น

นายจิรายุกล่าวต่อว่า ส่วนกรณีความคืบหน้าสถานีบริการน้ำมัน ปตท.บ้านผือ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ที่ได้รับความเสียหายจากกัมพูชายิงจรวด BM-21 ตกในพื้นที่ นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้ประสานให้การช่วยเหลือผู้ประกอบการแล้ว ในด้านภาระหนี้ของผู้ประกอบการธนาคารกรุงไทยได้เข้าไปพูดคุยช่วยเหลือเยียวยาในเรื่องการลดดอกเบี้ย หรือการยกเว้นดอกเบี้ยด้วยแล้วกับเจ้าของปั๊ม และมีการดูแลการประกันภัยอาคารและที่เกี่ยวข้องกับบริษัทประกันที่ได้ประกันไว้กับทิพยประกันภัย และกรุงเทพประกันภัย

นายจิรายุกล่าวอีกว่า รวมทั้งกรมธุรกิจพลังงานและพาณิชย์จังหวัด เจ้าหน้าที่ช่างตวงวัด เข้าตรวจสอบระบบหัวจ่ายน้ำมันที่เสียหายจากสะเก็ดระเบิด ขณะที่แรงงานจังหวัด แจ้งสิทธิติดตามการชดเชยสำหรับลูกจ้างผู้ประกอบการปั๊มน้ำมันและลูกจ้างของผู้เช่าร้านค้าในปั๊มน้ำมันด้วยแล้ว ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2568

“สำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบและผู้ประสบภัยจังหวัดศรีสะเกษ ได้แจ้งสิทธิการเยียวยาตามสิทธิ์ที่เกี่ยวข้องแล้ว ด้านผู้ที่เสียชีวิตจำนวน 8 ราย ได้ส่งเรื่องขอรับการช่วยเหลือจากกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ จังหวัดมีพื้นที่ได้รับผลกระทบรวม 39 ตำบล 498 หมู่บ้าน มีราษฎรได้รับความเดือดร้อนจำนวน 113,771 ครัวเรือน รวมประชาชน 303,586 คน” นายจิรายุกล่าว

นายจิรายุกล่าวว่า ล่าสุดกรมบัญชีกลางยังได้อนุมัติขยายวงเงินทดรองราชการในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน กรณีภัยอันเนื่องมาจากการกระทำของกองกำลังจากนอกประเทศ เป็นจังหวัดละ 100 ล้านบาท ใน 7 จังหวัด (จ.สระแก้ว จ.จันทบุรี จ.ตราด จ.สุรินทร์ จ.ศรีสะเกษ จ.บุรีรัมย์ และ จ.อุบลราชธานี) และขยายวงเงินทดรองราชการในอำนาจอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย วาตภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม) จำนวน 6 จังหวัด ดังนี้ 1.จ.น่าน 2.จ.เชียงราย 3.จ.พะเยา 4.จ.ลำปาง 5.จ.เชียงใหม่ 6.จ.แพร่