หน้าแรก การเมือง บิ๊กเล็ก ยืนย...

บิ๊กเล็ก ยืนยัน ไม่มีการโทรสั่งห้ามปะทะ บอก มีแต่สั่งให้ปฏิบัติภารกิจให้เต็มที่

2.08.25 | 21:37 น.

 บิ๊กเล็ก“ ยืนยันไม่มีการโทรสั่งห้ามปะทะ บอก มีแต่สั่งให้ปฏิบัติภารกิจให้เต็มที่

เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา (ศบ.ทก.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ อ้างข่าวว่า มีตัวแทนของรัฐบาลโทรศัพท์ไปสั่งการไม่ให้เกิดการปะทะตามแนวชายแดนเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ว่า ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงจาก พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม ถึงกรณีดังกล่าวแล้ว ยืนยันว่าในฐานะ รมช.กลาโหม ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรง ในฐานะผู้อำนวยการ ศบ.ทก. ที่ตัดสินใจในการบริหารสถานการณ์พื้นที่ชายแดน 7 จังหวัด ยืนยันไม่มีการกระทำตามที่บุคคลดังกล่าวได้กล่าวอ้าง และไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องไปสั่งการ ตั้งแต่เกิดกรณีไทย-กัมพูชา ในลักษณะเช่นนี้ ซึ่งฝ่ายความมั่นคง รวมถึงส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงาน ทั้งกองทัพ ทำงานเป็นทีมไทยแลนด์อย่างมีเอกภาพ ในการปฎิบัติภารกิจครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ของชาติไทยอยู่แล้ว

นายจิรายุ กล่าวต่อว่า บุคคลคนนี้ ลงมาเล่นการเมืองเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง คำพูดทุกคำย่อมต้องมีความรับผิดชอบต่อเสถียรภาพของประเทศ แม้จะเคยเป็นทหาร แต่ปัจจุบันผันตัวเองมาทำงานการเมือง การจะพูดอะไรควรเป็นความสัตย์จริงเยี่ยงชายชาติทหาร ไม่น่าจะทำตัวเป็นนักการเมืองรุ่นเก่า ที่เน้นแต่วาทกรรม สร้างประเด็นการเมืองจนไม่สนใจ เสถียรภาพ และความมั่นคงของชาติใช่หรือไม่ จะหาซีนเปิดตัวพรรคการเมืองก็ไม่ควรใช้วิธีการแบบนี้

นายจิรายุ กล่าวว่า ส่วนคำพูดของหัวหน้าพรรคการเมืองคนนี้ ยังมีการขยายผลบิดเบือนให้เกิดความเสียหาย โดยนำคำให้สัมภาษณ์ของนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรี ซึ่งพูดไว้เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2568 หรือเกือบ 3 เดือนที่ผ่านมา ขณะดำรงตำแหน่ง รมว.กลาโหม เรื่องการระวังสถานการณ์ไม่ให้มีความรุนแรง มาปั่นให้เข้าใจว่าเป็นไส้ศึกในเหตุการณ์เมื่อ สัปดาห์ที่แล้วที่มีการปะทะ ซึ่งไม่เกี่ยวกัน เป็นคนละเวลาคนละสถานการณ์

“วันนี้ถือว่าสถานการณ์ชายแดน รัฐบาล โดยกองทัพ ได้ควบคุมสถานการณ์ไว้ได้เป็นที่เรียบร้อย รัฐบาลอยู่ในขั้นตอนของการเยียวยาความสูญเสีย ฟื้นฟูพื้นที่ เฝ้าระวังรักษาอธิปไตยและดูแลความปลอดภัยของประชาชน พร้อมทั้งการนำเสนอเรื่องราวต่างๆ ผ่านไปยังนานาชาติและส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นองค์การสิทธิมนุษยชนของโลกรวมทั้งภาคีต่างๆ ดังนั้นช่วงนี้จึงเป็นช่วงเปราะบางของสังคมไทย ประชาชนต้องรักสามัคคี อย่าปล่อยให้เกมการเมืองประเทศเพื่อนบ้านที่ก่ออาชญากรรมสงครามด้วยการโจมตีฐานที่มั่นและพลเรือนของไทย มีอิทธิพลเหนือเราได้ ที่สำคัญไม่ควรปล่อยให้ใครก็ตามพูดอะไรเอามัน สะใจไปเรื่อยโดยไม่มีข้อเท็จจริง รังแต่จะสร้างความสับสนและความขัดแย้งในสังคม และยิ่งจะเป็นการเข้าทางฝ่ายตรงข้ามในเวทีระดับโลกอีกด้วย ” นายจิรายุ กล่าว

Advertisement