หน้าแรก การเมือง เปิดร่าง กม.พ...

เปิดร่าง กม.พรรคการเมือง ค่าสมาชิกปีละร้อย ไม่จ่าย 2 ปีพ้นสภาพ จ่าย 2 พันเป็นตลอดชีพ

16.04.17 | 10:32 น.
แฟ้มภาพ

‘มีชัย’เผย เกณฑ์ส่ง ส.ส. พรรคใหม่ ทำง่ายกว่าพรรคเก่า เปิดร่าง กม.พรรคการเมืองวางขั้นต่ำค่าสมาชิกปีละร้อย ไม่จ่าย 2 ปีติดพ้นสภาพ ผุดแบบตลอดชีพจ่าย 2 พัน ยึดเป้าเดิม 1 ปี 5 พัน 4 ปี หมื่น ให้ คกก.สรรหาเคาะคนก่อนลง ส.ส.

เมื่อวันที่ 16 เมษายน นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ที่ กรธ.ต้องส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาในวันที่ 18 เมษายนนี้ว่า กรธ.ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากร่างเดิมเท่าไหร่ เพียงแต่ว่า กรธ.ปรับให้พรรคใหม่กับพรรคเก่ามีความทัดเทียมกันคือ พรรคเก่าเราก็บอกว่าถ้ายังทำเรื่องตามที่กำหนดไม่เสร็จ ก็ห้ามส่งผู้สมัคร แต่พรรคใหม่ไม่ต้องทำ เพราะยังไม่ถึงเกณฑ์ที่จะต้องทำในการส่งผู้สมัครได้ และถ้าต้องมาทำแบบพรรคเก่าก็ถือว่าไม่ทัดเทียมกัน ตรงนี้จะเป็นการไม่ให้เกิดความได้เปรียบหรือเสียเปรียบกันระหว่างพรรคการเมืองเก่ากับพรรคการเมืองใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ที่ กรธ.พิจารณาปรับปรุงล่าสุด เมื่อวันที่ 3 เมษายน มีทั้งสิ้น 10 หมวด และบทเฉพาะกาล รวม 142 มาตรา มีสาระสำคัญดังนี้ มาตรา 14 ข้อบังคับพรรคต้องไม่มีลักษณะต่อไปนี้ (4) ครอบงำหรือเป็นอุปสรรคต่อการทำหน้าที่โดยอิสระของ ส.ส. มาตรา 15 ข้อบังคับพรรคต้องอย่างน้อยต้องมีรายการดังต่อไปนี้ (15) รายได้ของพรรคการเมือง และอัตราค่าธรรมเนียมและค่าบำรุงพรรคการเมือง ต้องเรียกเก็บจากสมาชิกไม่น้อยกว่าปีละ 100 บาท หรืออาจเก็บแบบตลอดชีพได้ แต่ไม่เกิน 2,000 บาท มาตรา 27 สมาชิกภาพสมาชิกสิ้นสุดเมื่อ (3) ไม่ชำระค่าบำรุงสมาชิก 2 ปีติดต่อกัน

มาตรา 33 ภายใน 1 ปี นับจากนายทะเบียนรับจดทะเบียน พรรคการเมืองต้องดำเนินการดังนี้ (1) ให้มีสมาชิกไม่น้อยกว่า 5,000 คน และต้องเพิ่มสมาชิกให้มีจำนวนไม่น้อยกว่า 10,000 คนภายใน 4 ปี (2) จัดให้มีสาขาพรรคการเมืองในแต่ละภาคและจังหวัดตามที่ กกต.กำหนดอย่างน้อยภาคละ 1 สาขา และแต่ละสาขาต้องมีสมาชิกที่มีภูมิลำเนาในเขตพื้นที่สาขานั้นตั้งแต่ 500 คนขึ้นไป มาตรา 35 จังหวัดที่ไม่ได้เป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ หรือสาขาพรรค หากมีสมาชิกที่มีภูมิลำเนาในจังหวัดเกิน 100 คน ให้พรรคการเมืองแต่งตั้งสมาชิกในจังหวัดนั้น 1 คน หรือคน ให้เป็นตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด

มาตรา 47 ให้พรรคการเมืองที่จะส่งผู้สมัครฯ ส.ส.แบบแบ่งเขต รับฟังความเห็นจากสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด มาตรา 49 ในการเลือกตั้งทั่วไป การส่งผู้สมัครฯ ส.ส.ทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ ให้เป็นหน้าที่และอำนาจของ คณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง มาตรา 51 การกำหนดนโยบายของพรรคที่ใช้ในการโฆษณา ให้คำนึงถึงความเห็นของสาขาพรรค และตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด และอย่างน้อยต้องมีรายการต่อไปนี้ (1) วงเงินที่ต้องใช้ และที่มาของเงินที่จะใช้ในการดำเนินการ (2) ความคุ้มค่าและประโยชน์ในการดำเนินนโยบาย (3) ผลกระทบและความเสี่ยงในการดำเนินนโยบาย

Advertisement

มาตรา 85 พรรคการเมืองสิ้นสภาพความเป็นพรรคเมื่อ (1) ไม่แก้ไขข้อบังคับให้ถูกต้อง ตามที่นายทะเบียนแจ้ง กกต.แล้วมีมติให้เพิกถอนข้อบังคับ ก่อนแจ้งมตินั้นต่อพรรคภายใน 7 วัน นับจากมีมติ โดยพรรคต้องแก้ไขให้ครบภายใน 30 วัน นับจากได้รับแจ้ง หากพ้นเวลาแล้ว ไม่แก้ไขหรือแก้ไขไม่ถูกต้อง ให้พรรคการเมืองสิ้นสภาพ ตามมาตรา 17 วรรคสาม ผู้ใดเรียกรับหรือยอมจะรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด จากพรรคการเมืองหรือจากผู้ใดเพื่อสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ตามมาตรา 31 และต้องมีสมาชิกไม่น้อยกว่า 5,000 คน ภายใน 1 ปี และต้องเพิ่มสมาชิกให้มีจำนวนไม่น้อยกว่า 10,000 คนภายใน 4 ปี ต้องจัดให้มีสาขาพรรคการเมืองในแต่ละภาคและจังหวัดตามที่ กกต.กำหนดอย่างน้อยภาคละ 1 สาขา และแต่ละสาขาต้องมีสมาชิกที่มีภูมิลำเนาในเขตพื้นที่สาขานั้นตั้งแต่ 500 คนขึ้นไป ตามมาตรา 33 (2) หากมีสมาชิกพรรคไม่ถึง 5,000 คน ภายใน 1 ปี หรือมีสมาชิกไม่ถึง 10,000 คนภายใน 4 ปี ติดต่อกัน 90 วัน (5) ไม่ส่งคนลงสมัครเลือกตั้ง ส.ส. 2 ครั้งติดต่อกัน หรือ 8 ปีติดต่อกัน

สำหรับบทเฉพาะกาล กำหนดให้พรรคการเมืองดำเนินการดังนี้ (1) แจ้งเปลี่ยนสมาชิกที่ต่างจากทะเบียน ให้นายทะเบียนทราบภายใน 90 วัน (2) พรรคการเมืองเดิม ที่ยังมีสมาชิกไม่ถึง 500 คน ต้องหาสมาชิกให้ครบภายใน 180 วัน (3) จัดให้มีทุนประเดิม 1 ล้านบาท ภายใน 180 วัน นับจากกฎหมายนี้ประกาศใช้ กรณีพรรคที่มีอยู่แล้ว ให้แจ้งนายทะเบียนทราบ (4) ให้สมาชิกพรรคไม่น้อยกว่า 500 คน ชำระค่าบำรุงพรรคภายใน 180 วัน และให้พรรคการเมืองแจ้งหลักฐานต่อ กกต.ภายใน 15 วัน (5) ให้สมาชิกพรรคชำระเงินบำรุงพรรคให้ได้ไม่น้อยกว่า 5 พันคน ภายใน 1 ปี และให้ได้จำนวนไม่น้อยกว่า 1 หมื่นคนภายใน 4 ปี (6) ให้มีการประชุมใหญ่เพื่อแก้ข้อบังคับ และนโยบาย ให้ถูกต้อง และเลือกหัวหน้า กรรมการบริหารพรรค ตามข้อบังคับที่แก้ไข พร้อมทั้งต้องมีหัวหน้าสาขาพรรคการเมืองไม่น้อยกว่า 4 สาขา และมีสมาชิกพรรคที่มีภูมิลำเนาในจังหวัด ไม่น้อยกว่า 3 คน สำหรับจังหวัดที่มีสมาชิก 5 คนขึ้นไป เข้าร่วมประชุม ลงคะแนน ในการแก้ไขข้อบังคับ และเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคด้วย ภายใน 180 วัน (7) ตั้งสาขาพรรค และตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดให้ครบตามที่กำหนด ภายใน 180 วัน นับจากกฎหมายประกาศใช้ กรณีที่มีอยู่แล้ว ให้แจ้งต่อนายทะเบียน
มาตรา 135 ในการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง พรรคใหม่ ที่ขอจดทะเบียนหลังกฎหมายนี้บังคับใช้ และยังไม่มีสาขาพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด ให้คณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคใหม่ ประกอบด้วย กรรมการบริหารพรรคการเมือง 4 คน และตัวแทนสมาชิก 7 คน โดยอย่างน้อยต้องมีตัวแทนสมาชิกในแต่ละภาค
ในกรณีที่มีตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด ต้องให้มาเป็นตัวแทนของสมาชิกดังกล่าวต้องเป็นตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด ส่วนกรณีที่มีตัวแทนพรรคประจำจังหวัดไม่ถึง 7 คน ให้ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดทั้งหมดเป็นสมาชิกด้วย