วันนอร์ ชี้ ทุกคนมีสิทธิเสนอชื่อ ผู้ชิงรอง ปธ.สภา คนที่ 1 ได้-นฤมล โวย ถ้าพรรคร่วมไม่คุยเรื่องนี้มีปัญหาแน่ โยน มติ กธ.หากจะเสนอชื่อแข่ง
เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 5 สิงหาคม ที่รัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการบรรจุระเบียบวาระเลือกรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ว่า ได้มีการบรรจุระเบียบวาระไว้ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 7 สิงหาคม เรียบร้อยแล้ว ซึ่งอยู่ในระเบียบวาระอื่นๆ ต้องให้ทางสภาขอเลื่อนระเบียบวาระขึ้นมาเพื่อพิจารณาก่อน เพราะมีความจำเป็นที่จะต้องมีรองประธานสภาผู้แทนราษฎรอีกหนึ่งคน เนื่องจากวันที่ 13-15 สิงหาคมนั้น จะมีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 วาระ 2 และ 3 ซึ่งอาจต้องมีการพิจารณาทั้งกลางวันและกลางคืน ประธานสองคนอาจไม่ทัน จึงอยากให้มีการพิจารณาเลือกในวันที่ 7 สิงหาคม
นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวต่อว่า ส่วนจะเลือกใครนั้น ตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับของสภา เป็นอำนาจหน้าที่ของสมาชิกทุกคนที่จะเสนอได้ และคนได้เสียงข้างมากก็จะเป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 โดยพรรคการเมืองต่างๆ อาจจะไปคุยกันก่อนได้ จึงต้องรอดูว่าจะเป็นอย่างไร
เมื่อถามว่า ในส่วนของการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ มีการจัดสรรเวลาไว้แล้วหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า ตามที่พูดคุยและมีการประสานภายใน ยังไม่ได้มีการพูดคุยอย่างเป็นทางการนั้น เมื่อมีหนังสือชัดเจนรัฐบาลต้องส่งเอกสารมาให้สมาชิกที่จะอภิปรายวาระ 2 และ 3 ได้แล้ว ส่วนจะใช้เวลาเท่าไหร่นั้น ต้องให้คณะกรรมการประสานงานในสภาผู้แทนราษฎร (วิป) ทั้งฝ่ายค้าน รัฐบาล และตัวแทนของรัฐบาล ไปพูดคุยกันเพื่อกำหนดโดยประมาณ เพราะการพิจารณาในวาระ 2 เราไม่สามารถทราบได้ชัดเจนว่าจะต้องใช้เวลาเท่าไหร่ เพราะขึ้นอยู่กับสมาชิกที่สงวนคำแปรญัตติทั้งกรรมาธิการและ ส.ส.
นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวต่อว่า หากมีความประสงค์ที่จะอภิปรายเยอะ ก็ต้องใช้เวลาเยอะ แต่ปีที่แล้วหากตนจำไม่ผิดก็เป็น 3 วัน แต่จะมีการพิจารณาในช่วงกลางคืนด้วย บางครั้งอาจจะถึงเวลา 02.00 น. ก็มี ฉะนั้น ต้องให้วิปทั้งสองฝ่ายและรัฐบาลไปพูดคุยกัน
เมื่อถามว่า มีแนวโน้มที่จะลากยาวไปถึงวันที่ 16 สิงหาคมหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า ไม่อาจทราบได้ แต่ต้องมีการประสานกันก่อน และระหว่างที่มีการพิจารณาตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม วิปทั้งสองฝ่ายก็จะมีการประสานกันเป็นระยะๆ เพื่อให้การอภิปรายเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่เสียเวลามากจนเกินไป เพราะบางมาตราอาจมีผู้ที่ประสงค์จะอภิปรายเป็นจำนวนมาก ซึ่งเขาอาจจะประสานกันได้ว่าจะให้ใครเป็นผู้อภิปราย หากเป็นพรรคเดียวกัน
ด้าน นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรม กล่าวก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการเสนอชื่อบุคคลดำรงตำแหน่งรองประธานสภาคนที่ 1 ว่า ในส่วนของพรรคกล้าธรรมมีคนที่พร้อมจะเสนอชื่อตั้งแต่ครั้งที่แล้ว และแสดงเจตจำนงมาตลอด เราคุยกันมาตลอดว่าไม่อยากพูดเรื่องนี้ออกสื่อ เพราะปัญหาของประเทศยังเยอะอยู่ ทั้งสถานการณ์ชายแดน น้ำท่วมภาคเหนือ ที่ยังฟื้นฟูไม่จบ รวมถึงปัญหาเศรษฐกิจ จึงไม่อยากให้ประชาชนรู้สึกว่ามาแย่งตำแหน่งอะไรในขณะที่ชาวบ้านยังเดือดร้อน
นางนฤมลกล่าวว่า ส่วนที่ นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร ในฐานะเลขาธิการพรรค ต้องออกมาพูดเรื่องนี้ เพราะไม่มีการพูดคุยกันในสภา เราเห็นว่าไม่ถูกต้อง เรื่องนี้เป็นกิจการของสภาควรต้องหารือกันในสภา โดยพรรคร่วมรัฐบาลต้องมาคุยกันและตกลงว่าจะเป็นอย่างไร โดยไม่จำเป็นต้องมาทวงตำแหน่งออกสื่อ
แต่เมื่อไม่มีการพูดคุยโดยเลือกที่จะไม่คุย ก็จะเกิดปัญหาในการทำงานร่วมกันในสภาแน่นอน
ผู้สื่อข่าวถามว่า การเลือกรองประธานสภาครั้งที่แล้ว พรรคกล้าธรรมพร้อม แต่ในขณะที่พรรคเพื่อไทยยืนยันว่าเป็นโควต้าของพรรค ครั้งนี้จะทำอย่างไร นางนฤมลกล่าวว่า ตรงนั้นเราได้ไปคุยและก็ยอม แต่พอครั้งนี้ก็ไม่คุยก็จะเป็นปัญหาในการทำงาน และจะมีปัญหาหลายอย่าง อีกทั้ง ส.ส.ก็จะไม่พอใจว่าไม่ได้รับการปรึกษาพูดคุยกัน ทั้งที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ที่ต้องคุยกัน
เมื่อถามว่า ถ้าพรรคเพื่อไทย มีมติของเขา พรรคกล้าธรรมจะยอมหลีกทางหรือไม่ นางนฤมลกล่าวว่า เป็นเรื่องของพรรคเขา แต่ยืนยันว่าต้องมาคุยกันถ้าไม่คุยก็เป็นปัญหาแน่นอน เมื่อถามย้ำว่า หากเพื่อไทยไม่คุย กล้าธรรมจะเสนอชื่อแข่งหรือไม่ นางนฤมลกล่าวว่า ต้องให้เป็นมติของพรรคกล้าธรรมพิจารณา
ส่วนที่มีข้อสังเกตว่า เก้าอี้รองประธานสภาไม่ใช่โควต้าของพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่เป็นตำแหน่งที่ต้องทำงานโดยรวมในสภา นางนฤมลกล่าวว่า ใช่ จึงต้องคุยกันว่าใครเหมาะสม หากข้อตกลงร่วมกันเป็นอย่างไรเราก็พร้อม เพราะพรรคกล้าธรรม ทำไม่เคยเกเร แต่เมื่อเลือกจะไม่คุยก็จะมีปัญหา
เมื่อถามว่าในสถานการณ์เสียงปริ่มน้ำ เสียงของพรรคกล้าธรรมถือว่ามีความสำคัญใช่หรือไม่ นางนฤมลกล่าวว่า เราไม่ได้ขู่อย่างนั้น แต่ย้ำว่าถ้าไม่ได้หารือจะมีปัญหาทำงานร่วมกันในสภา และเรื่องนี้สามารถคุยกันได้เพราะเจอกันทุกสัปดาห์ในสภา
เมื่อถามย้ำว่า พรรคเพื่อไทยก็ไม่ได้หารือใช่หรือไม่ นางนฤมลกล่าวว่า เท่าที่ทราบก็ไม่ได้หารือกัน ย้ำว่าเรื่องนี้ทางวิปต้องไปหารือกัน เมื่อตำแหน่งว่างลง

