‘เดชอิศม์’ ซัดกลับ ‘ศุภชัย’ ยังใช่นักกฎหมายอยู่หรือไม่ หลัง พาดพิงญาติมีคดีบุกรุกโบราณสถาน ถามกลับ หากพ่อคุณติดคุกต้องรับโทษด้วยหรือไม่ ชี้รออธิบดีกรมที่ดินคนใหม่ เพิกถอนสิทธิ์เขากระโดง ย้ำ นโยบาย มท.1 ที่ดินหลวงต้องเป็นของหลวง ยันไม่ยืดเยื้อ ลั่นไม่ได้เปิดศึก พละกำลังสู้ไม่ได้ เป็นรอง 1 ต่อ 100
เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม เวลา 13.35 น. ที่รัฐสภา นายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ นายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย พาดพิงถึงคดีญาติของ นายเดชอิศม์ บุกรุกโบราณสถานหัวเขาแดง จ.สงขลา ว่า ตนอยากถามกลับไปว่านายศุภชัยยังเป็นนักกฎหมายอยู่หรือไม่ เพราะคนที่เป็นนักกฎหมายต้องมีจริยธรรมด้วย และยังเป็นนักการเมืองอยู่หรือไม่ หากยังเป็นควรมองที่ปวงชนชาวไทย อย่าไปมองที่คนใดคนหนึ่ง หรือตระกูลใดตระกูลหนึ่ง นั่นไม่ใช่นักการเมือง
“การที่ญาติพี่น้องไปกระทำความผิด เราต้องไปรับผิดด้วยหรือ พี่ผมไปกระทำความผิด ผมต้องไปรับผิดด้วยหรือ ยกตัวอย่างง่ายๆ หากพ่อของคุณศุภชัย ไปบุกรุกเขากระโดงแล้วโดนศาลตัดสินจำคุก ถามว่าคุณศุภชัยต้องไปรับโทษด้วยไหม ก็ไม่ต้อง ฉะนั้นจึงอยากให้คุณศุภชัยตั้งหลักคิดให้ดี อย่าเอามาปนเปกัน ที่สำคัญวันนี้ญาติผม บุกรุกโบราณสถานไม่ใช่หัวเขาแดง แต่เป็นเขาน้อย ตอนนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างอุทธรณ์และฎีกา จึงไม่แน่ใจว่าการที่คุณศุภชัยมาพูดเป็นการละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ ขอฝากไปถึงคุณศุภชัยว่า เอาอย่างนี้ดีไหม เราขนคนที่เป็นผู้ต้องหาระหว่างเขากระโดง กับเขาน้อย มาที่วัดพระแก้ว มาสาบานร่วมกันว่ายอมรับคำพิพากษาของศาลฎีกา” นายเดชอิศม์กล่าว
นายเดชอิศม์ยังกล่าวว่า ฝ่ายสงขลาตนได้ถามไปแล้วเขายินดีจะมา จึงขอฝากไปถึงนายศุภชัยด้วย ให้ขนผู้ต้องหาเขากระโดงมาด้วย ค่ารถตนออกให้ก็ได้
เมื่อถามถึงกรณีเขากระโดงขั้นตอนของการพิจารณาเป็นอย่างไร นายเดชอิศม์กล่าวว่า เป็นอำนาจของอธิบดีกรมที่ดินที่ต้องเพิกถอน น่าจะต้องรออธิบดีฯคนใหม่มาเพิกถอนโฉนดที่ดิน ซึ่งทาง รมว.มหาดไทยได้ให้นโยบายไว้ชัดเจน ว่าที่ดินหลวงต้องเป็นของหลวงเท่านั้นทุกตารางนิ้ว เพราะฉะนั้นต้องทำให้เร็วที่สุด และต้องทำทั่วประเทศไม่ใช่ที่นี่ที่เดียว ขอย้ำว่าที่ดินของหลวงต้องเอากลับมาเป็นของหลวงให้หมดและต้องไม่ยืดเยื้อกว่านี้ ประชาชนทั้งประเทศรอคอยมานาน
สำหรับเรื่องค่าชดเชยและเยียวยาชาวบ้านที่อยู่บริเวณเขากระโดงนั้น นายเดชอิศม์กล่าวว่า ก็ต้องไปดูเรื่องความผิด แต่เท่าที่ดูไม่เหมือนเรื่องที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์มีการทำมาเป็นทอดๆ แต่เขากระโดงมีทอดเดียวคือคนที่บุกรุกและมาทำโฉนดเลย การที่จะฟ้องเอาผิดไม่รู้จะฟ้องเอาผิดกับใคร ส่วนถ้ามีการขายต่อเจ้าที่ 2 และ 3 ไปก็ต้องดูว่าความผิดตกอยู่ที่ใคร ส่วนที่ที่มีการก่อสร้างก็ถือว่าเป็นการบุกรุก
ผู้สื่อข่าวถามถึงที่ของการรถไฟซึ่งถูกสร้างเป็นสนามแข่งรถนั้น นายเดชอิศม์กล่าวว่า กรมที่ดินมีหน้าที่เอากลับไปให้การรถไฟ ส่วนหลังจากนั้นก็เป็นเรื่องของการรถไฟว่าจะทำอย่างไร
เมื่อถามถึงกรณีที่ชาวบุรีรัมย์จะรวมตัวกัน เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมเรื่องเขากระโดง นายเดชอิศม์กล่าวว่า ยังไม่ทราบ เพราะเป็นเรื่องที่เขาต้องไปว่ากัน ส่วนตนถือว่าหมดหน้าที่แล้ว เพราะจากนี้เป็นหน้าที่ของอธิบดีกรมที่ดินเพิกถอนเป็นคนเซ็นเพิกถอน
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่ามีการมองว่าที่มาทำเรื่องนี้เป็นการเปิดศึกกับฝ่ายตรงข้าม นายเดชอิศม์กล่าวว่า ไม่มี ตนจะไปเปิดศึกทำไม ตนตัวน้อยมาก สู้พละกำลังเขาไม่ได้เลย เป็นรอง 20 ถึง 30 ต่อ 1 หรือ 100 ต่อ 1 ตนไม่อยากสู้รบกับใครเลย แต่ต้องทำหน้าที่แต่ต้องทำหน้าที่ ณ วันนี้ให้ดีที่สุด

