หน้าแรก การเมือง ภูมิธรรม หารื...

ภูมิธรรม หารือ 31 บ.ยักษ์ใหญ่ระดับโลก ‘เซมิคอนดักเตอร์-อีวี-ดาต้าเซ็นเตอร์’ ชูเชื่อมั่นลงทุนไทย

6.08.25 | 22:57 น.

ภูมิธรรม หารือ 31 บ.ยักษ์ใหญ่ระดับโลก ‘เซมิคอนดักเตอร์-อีวี-ดาต้าเซ็นเตอร์’ ชูเชื่อมั่นลงทุนไทย

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกฯ เป็นประธานการหารือนักลงทุนระดับสูง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อการลงทุนในประเทศไทย ในงาน Prime Minister Meets Investors: Confidence in Thailands Future Prime Ministers Dialogue with Global Investors โดยมีนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ผู้บริหารบริษัทชั้นนำกว่า 31 บริษัท จาก 4 อุตสาหกรรมสำคัญ ได้แก่ เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์, ยานยนต์ไฟฟ้า, ศูนย์ข้อมูล (Data Center) และอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio Circular Green Economy) ร่วมหารือ

นายภูมิธรรมกล่าวในการแถลงผลการหารือว่า รัฐบาลไทยเชิญผู้บริหารระดับสูงจาก 31 บริษัทชั้นนำระดับโลก ในอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ ได้แก่ เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง แผงวงจรพิมพ์ (PCB) ยานยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ ดิจิทัล และอุตสาหกรรมอาหารและเทคโนโลยีชีวภาพ ทุกบริษัทลงทุนและขยายการลงทุนขนาดใหญ่ในไทยช่วง 2 ปีที่ผ่านมา คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 5.5 แสนล้านบาท มีการจ้างงานรวมกว่า 53,000 ตำแหน่ง เพื่อแลกเปลี่ยน และสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุน และการดำเนินธุรกิจในไทย โดยเฉพาะช่วงเวลาสำคัญ หลังจากรัฐบาลสหรัฐขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากไทยในอัตรา 19%

นายภูมิธรรมกล่าวอีกว่า หลังการหารือกับนักลงทุนทั้ง 31 บริษัท ตนจะเป็นประธานลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา บีโอไอ และบริษัทผู้ผลิตแผงวงจรพิมพ์ (PCB) ชั้นนำระดับโลก 6 ราย ในจำนวนนี้มีกลุ่มบริษัท PCB ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกร่วมลงนามด้วย มีเงินลงทุนรวมกว่า 51,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนากำลังคนด้านอาชีวศึกษาให้ตอบโจทย์อุตสาหกรรม ความร่วมมือนี้จะก่อให้เกิดการจ้างงานทันที 1,880 อัตรา และรวมกันไม่น้อยกว่า 3,000 อัตรา ภายใน 5 ปี เกิดการพัฒนาหลักสูตรร่วมกันระหว่างสถานศึกษาอาชีวะ และภาคอุตสาหกรรม

“ความร่วมมือนี้จะเป็นหนึ่งในตัวอย่างสำคัญสะท้อนให้เห็นว่า นอกจากโครงการลงทุนขนาดใหญ่จะสร้างเม็ดเงินเข้าสู่ประเทศ ยังเกิดการยกระดับพัฒนาบุคลากรไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเรียนระดับอาชีวะ จะยกระดับทักษะให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมใช้เทคโนโลยีระดับโลก ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว การลงทุนจากบริษัทระดับโลกเหล่านี้ จะช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจไทยเติบโต สร้างรายได้หมุนเวียนภายในประเทศหลายแสนล้านบาทต่อปี ช่วยต่อยอดไปยังภาคเกษตรกรรม การศึกษา และธุรกิจท้องถิ่นในพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรม” นายภูมิธรรมกล่าว

นายนฤตม์ กล่าวว่า การพบปะผู้บริหาร 30 บริษัท จากสหรัฐ สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน ไต้หวัน และสิงคโปร์ ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย 4 สาขาหลัก ได้แก่ 1.เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เช่น Infineon, Analog Devices, Sony Technology, Haier, Foxsemicon 2.ยานยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ เช่น Changan, BYD, Sunwoda, Continental 3.ดิจิทัล เช่น Google, Tiktok และ 4.อุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพและอาหาร เช่น Mead Johnson, Nestle เป็นต้น ในการหารือ นายภูมิธรรมได้ใช้เวที PM Meets Investors เน้นย้ำต่อกลุ่มนักลงทุน ว่ารัฐบาลไทยพร้อมเดินหน้าเชิงรุก มุ่งเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาสในการยกระดับความแข็งแกร่งของระบบนิเวศทางธุรกิจในประเทศ ผ่านมาตรการ และกลไกสนับสนุนต่างๆ

Advertisement

นายอู๋ เสี่ยวคัง รองประธานบริหาร บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซาท์อีส เอเชีย กล่าวว่า ยังคงเชื่อมั่นในอนาคตของไทย บทบาทสำคัญ
ในฐานะศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาค ฉางอานยังคงมุ่งมั่นดำเนินงานตามโรดแมปจัดตั้งศูนย์วิศวกรรมระดับภูมิภาค (Regional Adaptive Engineering Center) มีเป้าหมายดึงดูดบุคลากรระดับโลกเข้ามาพัฒนาขีดความสามารถด้านเทคนิคในไทยอย่างยั่งยืน

น.ส.ซู แอน ลิม ผู้อำนวยการฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์และนโยบายสาธารณะ Google Cloud APAC กล่าวว่า กลุ่มอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์เชื่อมั่นในศักยภาพของไทย พร้อมทำงานร่วมกับรัฐบาลไทย นอกจากนี้ที่ผ่านมาบริษัทได้พัฒนาคนไทยด้านดิจิทัลและ AI กว่า 3.6 ล้านคน เพื่อยกระดับการพัฒนาระบบนิเวศด้านดิจิทัลอย่างจริงจัง เนื่องจากพลังงานสะอาดมีความสำคัญต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์อย่างมาก บริษัทจึงขอให้รัฐบาลไทยพิจารณาให้การสนับสนุนต่อไป
//////////////////////////