ภูมิใจไทย ผิดหวัง ‘วันนอร์’ รับปิดประชุมหลังได้ ‘รอง ปธ.สภาฯ คนที่ 1’ ตั้งแต่บ่ายสาม จนทำให้ไม่ได้สะท้อนปัญหา ปชช.ชายแดน พ้อ เสียงเบาน้อยไปหน่อยไม่ถึงตัว รมต.
เมื่อเวลา 15.40 น. วันที่ 7 สิงหาคม ที่รัฐสภา พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นำโดยนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง แถลงกรณีประธานสภาผู้แทนราษฎรสั่งปิดการประชุมภายหลังวาระการเลือกรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ว่า ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ปิดประชุมไปก่อน ซึ่งพวกตนเตรียมตัวกันมาตั้งแต่เช้า โดยเฉพาะสมาชิกที่อยู่บริเวณจังหวัดชายแดนที่ได้รับผลกระทบในหลายจังหวัด และอยู่หน้างานจริงๆ รวมถึงสัมผัสกับประชาชนตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ พวกตนตั้งใจรวบรวมเอาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนมาสะท้อนปัญหาสู่ผู้บริหารในสภาฯ

นายกรวีร์ กล่าวต่อว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตนยังดีใจที่เห็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย มาตอบกระทู้ถามสดเรื่องการแก้ไขปัญหาการปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา สืบเนื่องกับเมื่อวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา ตนในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การปกครอง สภาผู้แทนราษฎร ได้รับทราบข้อเท็จจริงที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ในรื่องการเบิกจ่ายเงินงบประมาณของรัฐบาล ทั้งที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รัฐมนตรีท่านนี้ก็ได้มาตอบกระทู้สดและมีการโฟนอินไปหาผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี โดยได้รับการยืนยันว่า สามารถเบิกเงินได้ แต่เมื่อความจริงปรากฏคือมีการเบิกได้ 55,000 บาทเท่านั้น
“พวกผมรู้ปัญหานี้และตั้งใจสะท้อนปัญหา พวกผมบอกกับรัฐมนตรีตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว น่าเสียดายที่เสียงของพวกเราดังเบาน้อยไปหน่อย อาจไม่ถึงตัวรัฐมนตรี และอาจคิดว่าเป็นเรื่องเพ้อเจ้อว่าทุกสิ่งที่พวกเราพูดนั้น เป็นประเด็นด้านการเมืองที่จะมาโจมตีรัฐบาล ซึ่งไม่ใช่” นายกรวีร์ กล่าว

นายกรวีร์ กล่าวต่อว่า ยังมีจังหวัดอื่นที่มีปัญหาในการดูแลประชาชนอีก จึงคิดว่าเวทีสภาฯ ควรเป็นปากเป็นเสียงให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ตนกล้าพูดว่า ไม่มี ส.ส.ที่ไหนที่จะรู้ดีไปกว่าพวกตนที่ยืนตรงนี้ เพราะเราขลุกในพื้นที่ตั้งแต่วันแรกถึงวันนี้ เราเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่า หากมีโอกาสในการเสนอญัตติด่วนนำเอาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนนำเสนอสู่รัฐบาล เพื่อให้เวลาที่เหลือนี้ รัฐบาลจะนำไปแก้ไขอย่างเร่งด่วน ไม่ใช่แก้ไขที่ปลายเหตุด้วยการไปย้ายผู้ว่าฯ อุบลราชธานี แต่เมื่อพบปัญหา ตนคิดว่ารัฐมนตรีในกำกับกระทรวงที่ดูแล เมื่อรู้ปัญหาแล้วก็ควรเอาปัญหาไปแก้ไขให้กับประชาชนโดยด่วน
นายกรวีร์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ก็ยังมีเรื่องของบทเรียน ที่พวกเราคิดว่า นี่เป็นบททดสอบแรก ที่จะทดสอบความสามารถของรัฐบาล ในการรับมือกับภัยพิบัติ หรือวิกฤตการณ์ต่างๆ ของประเทศ เพราะอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ก็มีการคาดการณ์ว่าจะมีฝนใหญ่ และอาจเจอปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากเหมือนทุกปี ในการรับมือกับวิกฤตประเทศ ตนคิดว่ารัฐบาลควรใช้บทเรียนตรงนี้ทบทวน เพื่อวางมาตรการต่างๆ ในการใช้จ่ายงบประมาณกรณีฉุกเฉิน รวมถึงการปรับปรุงวิธีการทำงาน เพื่อสร้างสถานที่ ทั้งการอพยพ และการดูแลประชาชนอย่างเต็มที่
“รู้สึกผิดหวังที่ ส.ส.เราเตรียมกันไว้ ทั้งที่ผมก็มีการลุกขึ้นเสนอ ก่อนที่จะมีการลงมติเลือกรองประธานสภาฯ คนที่หนึ่งเสียอีก เราเสียเวลาไปอีกสัปดาห์ สัปดาห์ต่อไปก็ไม่รู้ว่า ความเดือดร้อนของประชาชนจะเป็นอย่างไร พวกเราจึงอยากใช้โอกาสนี้ หากประธานสภา ปิดตอน 19.00-20.00 น. ก็เข้าใจได้ แต่ปิดตอนบ่ายสามโมงกว่า เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ยากจริงๆ เสียดายโอกาสตรงนี้ ที่จะได้นำเสนอข้อเท็จจริงสู่คณะรัฐมนตรีต่อไป” นายกรวีร์ กล่าว


