DSIเร่งรัดเอกสารวุฒิสภา ปม 200 ส.ว.แต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญ-ที่ปรึกษา-ผู้ช่วย ใช้สอบสวนขยายผลเส้นทางการเงินส่อโยงขบวนการจัดฮั้ว ส.ว.
เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม จากกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 กรณีความผิดฐานฟอกเงินของบุคคล หรือคณะบุคคล ที่เกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) รวมถึงผู้ที่เป็นสมาชิกอั้งยี่และผู้สนับสนุน หรือคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน ส.ว. ได้สืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อพิจารณาพฤติกรรมกลุ่มบุคคลที่ปกปิดวิธีการดำเนินการและความมุ่งหมาย เพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมายในการเลือก ส.ว. และจากการสืบสวนเส้นทางการเงินบุคคลเกี่ยวข้องในขบวนการจัดฮั้ว ยังพบความผิดปกติของนิติกรรมทางการเงินในช่วงเวลาสำคัญ ทั้งก่อนการเลือก ส.ว. ระหว่างการเลือก และหลังเสร็จสิ้นการเลือก ส.ว.
คณะพนักงานสอบสวน จึงทยอยออกหมายเรียกพยานสอบปากคำรวมกว่า 100 ราย และได้มีการประสานหนังสือไปยังวุฒิสภาเพื่อขอเอกสารเกี่ยวกับแต่งตั้งบุคคลใกล้ชิด ส.ว. อาทิ ผู้ช่วย ผู้เชี่ยวชาญ และที่ปรึกษาประจำตัว ส.ว. เนื่องด้วยปรากฏเรื่องเส้นทางการเงิน ถูกโอนกลับไปที่คณะบุคคลบางกลุ่มในขบวนการจัดฮั้ว จึงต้องตรวจสอบสาเหตุที่มาของการแต่งตั้ง เพื่อเตรียมออกหมายเรียกพยานลอตสุดท้ายมาสอบสวนปากคำ
โดยมีรายงานความเคลื่อนไหวของคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 กรณีความผิดฐานฟอกเงินของบุคคลหรือคณะบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) รวมถึงผู้ที่เป็นสมาชิกอั้งยี่และผู้สนับสนุน หรือคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน ส.ว. เปิดเผยว่า ปัจจุบันครบระยะเวลา 2 สัปดาห์ ภายหลังจากที่ดีเอสไอได้ประสานหนังสือไปยังวุฒิสภา ตั้งแต่ห้วงวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา เพื่อขอเอกสารเกี่ยวกับการแต่งตั้งกลุ่มผู้ช่วย ผู้เชี่ยวชาญ และที่ปรึกษาประจำตัวสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ทั้ง 200 ราย เนื่องด้วยจากรายงานการสืบสวนสอบสวนและพยานหลักฐานเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน พบว่ามีเส้นทางการเงินของคนใกล้ชิด ส.ว. เหล่านี้ไปเชื่อมโยงกับกลุ่มคณะบุคคลที่อยู่ในขบวนการจัดฮั้วระดับประเทศ จึงต้องประสานเอกสารจากวุฒิสภา โดยเฉพาะรายชื่อและการกรอกประวัติส่วนตัว เพื่อนำมาตรวจสอบถึงที่มาที่ไป ก่อนพิจารณาเชิญมาสอบสวนปากคำในฐานะพยานเพื่อชี้แจงเรื่องเส้นทางการเงิน แต่ในปัจจุบันนี้ดีเอสไอยังไม่ได้รับเอกสารจากวุฒิสภาครบถ้วน โดยพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้มีการประสานเร่งติดตามผลการขอเอกสารอย่างต่อเนื่อง และสอบถามถึงข้อติดขัดดังกล่าว
คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยอีกว่า สำหรับพฤติการณ์ที่พบความผิดปกติเรื่องเส้นทางการเงินของคณะทำงานคนใกล้ชิด ส.ว. อาทิ คณะทำงานจะได้รับเงินเดือน 15,000 บาท บางรายกลับโอนยอดเงินดังกล่าวให้กลุ่มบุคคลภายนอกหมดทุกบาททุกสตางค์ ขณะที่บางรายอาจมีติดบัญชีไว้บ้าง จำนวน 1,000-2,000 บาท แต่โดยส่วนใหญ่จากการสืบสวนพบว่า มีทั้งโอนตรงเข้าบัญชีและเอาเงินสดไปให้ ซึ่งมีความต่อเนื่องมาตลอด ตั้งแต่ก่อนเลือก ส.ว. และหลังเสร็จสิ้นการเลือก ส.ว.ไปแล้ว
ส่วนในการประสานขอเอกสารของดีเอสไอ เกี่ยวกับการกรอกประวัติส่วนตัวของบรรดาผู้ช่วย ผู้เชี่ยวชาญ และที่ปรึกษาของ ส.ว. ทั้ง 200 ราย เพื่อไปใช้ประกอบการสอบสวนในคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว.นั้น สมาชิกวุฒิสภาเล็งเห็นว่าจะต้องมีการนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมของสมาชิกวุฒิสภาก่อนเพื่อขอมติการยินยอมในการให้หน่วยงานอื่นเข้าถึงข้อมูล เพื่อเป็นการป้องกันการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลตาม พ.ร.บ.พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือ PDPA

