‘บิ๊กตู่’แนะ ปชช.ใช้ถนนมีสติ เผยยอดเสียชีวิตน้อยกว่าปี’59 ขอช่วยลบสถิติอุบัติเหตุทางถนนอันดับ 2 โลก

เมื่อวันที่ 17 เมษายน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันที่ 17 เมษายน เป็นวันสุดท้ายของเทศกาลสงกรานต์ที่มีวันหยุดยาวติดต่อกันถึง 5 วัน ทำให้มีปริมาณรถยนต์บนท้องถนนทั้งสายหลักสายรองทั่วประเทศจำนวนมากที่มุ่งหน้าเดินทางกลับกรุงเทพฯ ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ขอให้ประชาชนขับขี่รถอย่างมีสติ ไม่ประมาท ทั้งรถยนต์ส่วนตัวและรถโดยสารสาธารณะ พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ใช้ความพยายามร่วมกันในการกวดขันวินัยจราจรและอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ขับขี่เพื่อให้ถึงที่หมายอย่างปลอดภัย

พล.ท.สรรเสริญกล่าวต่อว่า ทั้งนี้ สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา อันดับ 1 คือ ขับรถเร็วเกินกำหนด รองลงมาคือ คนหรือรถตัดหน้ากระชั้นชิด และเมาสุรา โดยรถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด ตามมาด้วยรถยนต์ส่วนบุคคล และรถปิกอัพบรรทุก 4 ล้อ อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้เสียชีวิตเมื่อเทียบกับปี 2559 ลดลงเกือบร้อยละ 20 ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของประชาชน รวมทั้งมาตรการและการรณรงค์ของรัฐ เช่น ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร และดื่มไม่ขับ จับยึดรถ เป็นต้น

“นายกฯฝากขอบคุณประชาชนที่ให้ความร่วมมือและเข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ และสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสรุปประมวลผลข้อมูลการป้องกันและลดอุบัติเหตุบนท้องถนนในภาพรวม เพื่อชี้แจงให้ประชาชนทราบอย่างจริงจังว่า อะไรคือสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุและควรปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อต้องเดินทาง โดยยกระดับให้เป็นเรื่องสำคัญของประเทศที่ต้องเร่งแก้ไข เพราะประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนคือหัวใจสำคัญของการแก้ปัญหา ถึงแม้ภาครัฐจะมีมาตรการใดๆ ออกมาก็ตาม แต่หากผู้ขับขี่ละเลยไม่ให้ความสำคัญก็ยากที่จะสำเร็จ นำไปสู่ความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น จึงอยากให้ทุกฝ่ายหันมาใส่ใจและผนึกกำลังกันสร้างมิติใหม่ของสังคม เพื่อลดอุบัติเหตุและความสูญเสีย ลบสถิติการเป็นประเทศที่เกิดอุบัติเหตุทางถนนมากที่สุดอันดับ 2 ของโลกให้ได้ด้วยความร่วมมือของทุกคน” พล.ท.สรรเสริญกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon