หน้าแรก การเมือง ช่อ หวัง บุ๋ม...

ช่อ หวัง บุ๋ม ปนัดดา บอกประชาคมโลก ไทยยึดหลักการ-ไม่รุกก่อน หากเขมรละเมิด ต้องฟ้องทันที

8.08.25 | 16:42 น.

‘ช่อ พรรณิการ์’ ขอมอบภารกิจจักรวาลให้ ‘บุ๋ม ปนัดดา’ สื่อสารกับประชาคมโลก อย่าเพียงแค่ตอบโต้ ‘มาลี’ ชี้ ต้องทำให้เห็น ‘ไทย’ ไม่ใช่ฝ่ายรุกราน แต่รักษาสันติภาพ เชื่อ ความสามารถ ‘ปนัดดา’ มีมากกว่าจ้อคนเขมร มองสถานการณ์กำลังคลี่คลาย ทีมมอนิเตอร์ต้องทำงาน หาก ‘กัมพูชา’ ไม่รักษาข้อตกลง ต้องฟ้องทันที

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกคณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์กับถึงกรณีที่ศูนย์บริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) เปิดตัว น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี อดีตนางสาวไทยปี 2543 ว่า ผลของการประชุม GBC ที่เกิดขึ้น ที่ทั้งไทยและกัมพูชาได้ตกลงร่วมกัน ข้อที่สำคัญมากเกี่ยวกับการสื่อสารคือทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะไม่มีการใส่ร้ายป้ายสีกันด้วยข้อมูลข่าวปลอมหรือ ปฏิบัติการทางจิตวิทยาหรือยั่วยุให้เกิดความรุนแรง ทำให้ความสัมพันธ์ทั้งสองประเทศย่ำแย่ลง ดังนั้น การที่ ศบ.ทก.ตั้งโฆษกคนใหม่ โดยพยายามบอกว่าเอา น.ส.ปนัดดา มาชนกับ พล.ท.มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ตนคิดว่า น.ส.ปนัดดา สามารถทำได้มากกว่านั้นมาก ด้วยบุคลิก ความสามารถด้านภาษา หรืออะไรก็ตาม ตนคิดว่าเป็นภารกิจของจักรวาลก็ได้

“เราจะต้องทำให้เห็นว่าสื่อสารของเรา ไม่ใช่สื่อสารเพื่อตอบโต้กลับมาลีหรือกัมพูชา สิ่งที่ดิฉันหวังจะเห็นจากคุณบุ๋มคือคุณบุ๋มเป็นผู้สื่อสารกับประชาคมโลก นานาอารยประเทศที่เขากำลังจับตามองอยู่ว่าความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชาจะคลี่คลายไปสู่ทิศทางใด ซึ่งทุกฝ่ายก็หวังสันติภาพ ดิฉันคิดว่าภารกิจจักรวาลของคุณบุ๋มก็คือทำให้ประชาคมโลกได้เห็นว่าไทยเป็นประเทศที่ยึดหลักการ ยึดหลักสันติภาพ และเป็นประเทศที่ไม่ไปรุกรานใครก่อน มีวุฒิภาวะ ใช้เหตุผล ไม่ใช้เฟคนิวส์ ซึ่งดิฉันเชื่อว่าคุณบุ๋มทำได้ จะเป็นประโยชน์กับประเทศไทยมหาศาล เพราะปัจจุบันนี้ที่เรากำลังต่อสู้อยู่ เราต่อสู้เพื่อสร้างการยอมรับให้ประชาคมโลก ให้นานาประเทศเชื่อว่าเราเป็นฝ่ายที่ถูกต้อง ไม่ได้ไปรุกรานหรือรังแกประเทศที่อ่อนแอกว่า” น.ส.พรรณิการ์กล่าว

เมื่อถามว่าฝ่ายกองเชียร์อาจจะหวังให้มีการตอบโต้ จะต้องลดความร้อนแรงหรือไม่ น.ส.พรรณิการ์กล่าวว่า สถานการณ์ ณ วันนี้เป็นสถานการณ์ที่คลี่คลายไปในทิศทางที่ดีแล้ว แน่นอนว่าการปะทะสงบนิ่งมาเป็นสัปดาห์แล้ว เหลือแต่ให้สถานการณ์มั่นคงพอพี่น้องประชาชนสามารถกลับบ้านได้ ก็จะเข้าสู่สถานการณ์ที่เกือบจะเป็นปกติ ที่เหลือก็เป็นการจัดการด้านชายแดน เป็นเรื่องของทหารทั้งสองประเทศ เพราะฉะนั้นโดยสถานการณ์ที่กำลังคลี่คลายลงไปแบบนี้แล้ว ตนคิดว่าการสื่อสารของ น.ส.ปนัดดา คงเป็นเรื่องของช่วยให้เกิดความเข้าใจอันดี และที่สำคัญคือให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่าเมื่อสถานการณ์คลี่คลายแล้วพวกเขาจะกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะคืนความปกติสุขในทุกระดับให้กับประชาชนชายแดน ซึ่งเกือบ 200,000 คนยังไม่ได้กลับบ้าน

เมื่อถามว่าในทางการต่างประเทศ จะต้องจับตาอะไรอีกหรือไม่ ต่อจากนี้ น.ส.พรรณิการ์กล่าวว่า ผลของ GBC เมื่อวานนี้ เห็นได้ชัดเจนว่ามีความพยายามที่จะมีกรอบการเดินหลังจากนี้ไปอย่างเป็นระบบมากๆ สิ่งที่ต้องจับตามองคือการตั้งทีมที่เรียกว่า Interim Observer Team (IOT) หรือคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อสรุปของการประชุมเมื่อวานนี้ ว่า ในระหว่างทีมผู้สังเกตการณ์ตัวจริงจะต้องรอทางมาเลเซียที่เขาเป็นคนกลาง ตั้งทีมที่จะประกอบไปด้วยใครบ้าง แต่ทีมที่จะต้องตั้งขึ้นมาเพื่อดูว่าการหยุดยิงจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ เพราะต้องยอมรับว่าเราเองก็ไม่มั่นใจ ว่ากัมพูชาจะปฏิบัติตามข้อตกลงที่ดูดีมากได้มากน้อยแค่ไหน ทีมมอนิเตอร์จึงมีความสำคัญ จะได้เป็นกระบอกเสียงของความจริงว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งละเมิดการหยุดยิงเป็นฝ่ายไหน เพราะเราเป็นคู่ขัดแย้งกับกัมพูชา ถ้าพูดเองจะน่าเชื่อถือ เพราะประชาคมโลกมองว่าเป็นคู่ขัดแย้งกัน ถ้ากัมพูชาเขาละเมิด ทีมมอนิเตอร์ต้องทำงานทันที ก็จะกลับมาที่โฆษกของเรา อย่าง น.ส.ปนัดดา ก็จะมีส่วนช่วยขยายให้ประชาคมโลกได้เห็นว่า ถ้าละเมิดการหยุดยิงขึ้น ข้อเท็จจริงคืออะไร

Advertisement