ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ยกคำร้องคดีที่ กกต.ยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งและสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ ‘รัชนี พลซื่อ’ อดีตนายก อบจ.ร้อยเอ็ด และ ส.ส.ร้อยเอ็ด ถูกกล่าวหาทำผิดกฎหมายเลือกตั้งเมื่อครั้งลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ปมมอบเงินสนับสนุนชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน 10,000 บาท
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 8 สิงหาคม ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 จ.ขอนแก่น นัดฟังคำพิพากษาในคดีเลือกตั้งหมายเลขดำที่ ลต/อบจ 1/2567 คดีหมายเลขแดงที่ 2391/2567 ระหว่าง คณะกรรมการการเลือกตั้ง ในฐานะผู้ร้อง กับ นางรัชนี พลซื่อ ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคกล้าธรรม ในฐานะผู้คัดค้าน โดยผลคำตัดสินศาลได้มีคำพิพากษายกคำร้อง โดยในรายละเอียดของคำพิพากษาทั้งหมดจะมีการประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของศาลอุทธรณ์ภาค 4 อีกครั้ง
สำหรับคดีนี้เริ่มต้นมาจากเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่คำวินิจฉัย กกต. เมื่อวันที่ 18 มี.ค.67 ที่มีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาค เพื่อสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง (ใบดำ) หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง (ใบแดง) ของนางรัชนี พลซื่อ ส.ส.ร้อยเอ็ด เขต 3 พรรคพลังประชารัฐ (ในขณะนั้น) จากเหตุเมื่อครั้งลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ปี 2565 กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น 2562 มาตรา 108 วรรคสอง พร้อมดำเนินคดีอาญากับนางรัชนี นายเอกภาพ พลชื่อ อดีต ส.ส. ซึ่งเป็นสามี และนายเอกรัฐ พลชื่อ บุตรชาย ที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ตาม พ.ร.บ.สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น 2562 มาตรา 65 (2) ประกอบมาตรา 126 ด้วย
ต่อมาวันที่ 10 ส.ค.65 ซึ่งตรงกับวันกำนันผู้ใหญ่บ้าน ช่วงเวลา 10.00-13.00 น. พยานรวม 17 ปาก ให้ถ้อยคำยืนยันว่านางรัชนี นายเอกภาพ นายเอกรัฐ เดินทางไปร่วมกิจกรรมดังกล่าว ที่จัดขึ้นใน 7 อำเภอของจังหวัดร้อยเอ็ด คือ อ.เชียงขวัญ อ.ธวัชบุรี อ.ทุ่งเขาหลวง อ.โพธิ์ชัย อ.โพนทอง อ.หนองพอก และ อ.เมยวดี บุคคลทั้งสามได้มอบเงินสนับสนุนการจัดกิจกรรมให้แก่ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน อำเภอละ 10,000 บาท และขณะร่วมงานนางรัชนีได้กล่าวผ่านเครื่องขยายเสียงว่าจะลงสมัครนายก อบจ.ร้อยเอ็ด แทนนายเอกภาพ สามีที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง และขอฝากตนเองในการเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ที่จะมีขึ้นด้วย
ส่วนนายเอกภาพก็ได้พูดถึงการถูกเพิกถอนสิทธิและขอเสียงสนับสนุนให้นางรัชนีได้เป็นนายก อบจ. วันที่ 22 ส.ค.65 นางรัชนีก็ได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง และในวันที่ 25 ก.ย.65 ได้รับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ซึ่งตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น 2562 มาตรา 64 (4) ที่เป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งกำหนดว่า ในกรณีมีการสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ ให้ผู้สมัครหาเสียงเลือกตั้งได้ตั้งแต่วันที่มีคำสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่จนถึงเวลา 18.00 น. ของวันก่อนวันเลือกตั้ง บทบัญญัติดังกล่าวจึงมีผลบังคับนับตั้งแต่วันที่ 5 ส.ค.65 ซึ่งเป็นวันที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำพิพากษาสั่งให้มีการเลือกตั้งนายก อบจ.ร้อยเอ็ดใหม่ แทนนายเอกภาพ
จากข้อเท็จจริงดังกล่าวจึงมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า การที่นางรัชนี นายเอกภาพ และนายเอกรัฐ ได้ให้เงินแก่ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน ที่จัดงานวันกำนันผู้ใหญ่บ้านขึ้นที่ จ.ร้อยเอ็ด เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่นางรัชนี จึงเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น 2562 มาตรา 65 (2) เป็นเหตุให้ผลการเลือกตั้งนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับนางรัชนี เกิดจากการเลือกตั้งที่มิได้เป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม ตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 มาตรา 108 วรรคสอง จึงเป็นที่มาของคดีที่เกิดขึ้น ก่อนที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 จะพิพากษายกคำร้อง ในวันนี้

