หน้าแรก การเมือง พริษฐ์ เสียดา...

พริษฐ์ เสียดายรบ.ทำน้อยไป ไม่พยายามใช้กลไกกมธ. จัดความสำคัญงบ’69 รับมือแก้ภาษีทรัมป์

10.08.25 | 15:26 น.

‘พริษฐ์’ ชี้รัฐบาล ‘ทำน้อยไป’ ในการจัดลำดับความสำคัญงบ’69 ใหม่ผ่านกลไก กมธ. เพื่อเตรียมรับมือปัญหาเศรษฐกิจจากภาษีทรัมป์

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคประชาชน กล่าวถึงร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ ที่มีนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน กมธ. พิจารณาแล้วเสร็จ ทั้งนี้ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้นัดประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิเศษ เพื่อนพิจารณาร่างงบฯ 2569 วาระ 2 และวาระ 3 ระหว่างวันที่ 13-15 สิงหาคมว่า รัฐบาล “ทำน้อยไป” ในการจัดลำดับความสำคัญงบ’69 ใหม่ ผ่านกลไกกรรมาธิการ เพื่อเตรียมรับมือกับปัญหาเศรษฐกิจจากข้อตกลงกับสหรัฐเรื่องภาษีตอบโต้

สัปดาห์หน้า สภาผู้แทนราษฎรจะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2569 ในวาระ 2-3 หลังจากที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.งบ’69) ได้ใช้เวลา 2 เดือนที่ผ่านมาในการตรวจสอบรายละเอียดว่าภาษีประชาชนถูกเสนอให้นำไปใช้กับอะไรบ้าง

  • กมธ.งบฯ หั่นงบปี 69 เกือบ 9 พันล้าน มหาดไทยลดมากสุด โยกให้รถไฟฟ้าสายสีส้ม-ประชุมธนาคารโลกแม้รัฐบาลได้เริ่มจัดสรรงบประมาณ 2569 ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ภาษีตอบโต้จากสหรัฐอเมริกา แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่างบประมาณ 2569 จะเป็นเครื่องมือทางการคลังที่สำคัญของรัฐบาลในการรับมือกับปัญหาเศรษฐกิจที่จะถาโถมเข้ามากับประชาชนทุกภาคส่วน หลังประเทศไทยได้บรรลุข้อตกลงกับสหรัฐเมื่อต้นเดือน

    ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยจากพรรคประชาชน ผมเห็นว่า กมธ.งบ 69 (ซึ่งมีเสียงข้างมากจากตัวแทนรัฐบาล และ ส.ส.รัฐบาล) ได้ “ทำน้อยไป” ในการ “จัดลำดับความสำคัญ” งบประมาณใหม่ เพื่อรับมือกับปัญหาเศรษฐกิจที่จะเกิดจากข้อตกลงกับสหรัฐเรื่องภาษีตอบโต้

    1.ในมุมหนึ่ง กมธ.งบ 69 “ทำน้อยไป” ในการ “ปรับลด” งบประมาณในส่วนที่ไม่จำเป็น-ไม่คุ้มค่า-ไม่เร่งด่วน เพื่อให้รัฐบาลเหลืองบประมาณมากขึ้น ในการนำไปแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้ตรงจุด

    Advertisement

    หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพ :
    – ในขณะที่ กมธ.งบ 64 เคยใช้กลไกกรรมาธิการในการปรับลดงบประมาณไป 31,000+ ล้านบาท เพื่อนำไปจัดสรรใหม่ในการต่อกรกับวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดจากวิกฤตโควิด
    – แต่ กมธ.งบ’69 กลับมีการปรับลดงบประมาณไปเพียง 8,000+ ล้านบาท ในวันที่ต้องเตรียมต่อกรกับวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดจากภาษีตอบโต้สหรัฐ
    – หรือหากเราไปกางดูงบประมาณที่ กมธ.งบ 69 ไม่ได้มีมติปรับลดออกไป เราจะยังเห็นงบประมาณในหลายด้านที่ควรถูกปรับลดลงมาได้ (เช่น อาคารสำนักงานที่หรูหรา-ใหญ่-มากเกินจำเป็น / แพลตฟอร์มที่ซ้ำซ้อนกันของหลายหน่วยงาน / การอบรม-สัมมนาที่ไม่ก่อให้เกิดผลลัพธ์ตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้)

    2. ในอีกมุมหนึ่ง รัฐบาล “ทำน้อยไป” ในการ “เสนอคำของบประมาณใหม่ๆ” เพื่อให้ กมธ.งบ’69 พิจารณาแปรงบประมาณที่ถูกปรับลด ไปสู่รายการที่ตอบโจทย์ประชาชนหลังข้อตกลงกับสหรัฐ

    ตามกฎหมายปัจจุบัน เมื่อ กมธ.งบ’69 มีมติปรับลดงบประมาณมาแล้ว 8,000+ ล้านนบาท กมธ.งบ’69 จะไม่สามารถเสนอขึ้นมาได้เองว่าควรนำงบดังกล่าวไปใช้กับอะไร โดย กมธ.จะทำได้แค่เลือกว่าจะ “แปร” งบดังกล่าวไปให้กับรายการอะไรบ้างที่รัฐบาลทำ “คำขอ” มา :
    – แต่แทนที่รัฐบาลจะทำ “คำขอ” สำหรับรายการใหม่ๆ ที่จะสามารถช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากข้อตกลงภาษีตอบโต้จริง (เช่น การเยียวยาเกษตรกรที่ถูกกระทบจากสินค้าที่ประเทศไทยเปิดตลาดเสรีให้กับสหรัฐฯ การเร่งเปิดตลาดใหม่ให้กับประชาชนที่เคยเพิ่งการส่งออกไปที่สหรัฐ)
    – …”คำขอ” ที่รัฐบาลเสนอเข้ามา กลับมีแต่เพียงรายการเดิมๆ ที่เคยทำไว้ตั้งแต่ก่อนจะเกิดวิกฤตภาษีตอบโต้ และไม่เชื่อมโยงกับปัญหาจากข้อตกลงเรื่องภาษีตอบโต้

    ทั้งหมดนี้จึงเป็นเรื่องน่าเสียดาย ที่รัฐบาลไม่พยายามใช้กลไกกรรมาธิการให้จริงจังมากกว่านี้ ในการจัดลำดับความสำคัญงบ’69 ใหม่ เพื่อใช้ภาษีประชาชนให้คุ้มค่าและตรงจุดกว่านี้ ในการรับมือกับปัญหาเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน

    ในการประชุมสภาสัปดาห์หน้า พวกเราจากพรรคประชาชนจะใช้เวทีการอภิปรายในวาระ 2-3 เพื่อนำเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรและประชาชนได้เห็นถึงงบประมาณในส่วนที่ กมธ.จากพรรคประชาชนพยายามเสนอให้ปรับลดในชั้น กมธ.งบ แต่ยังไม่สำเร็จ