⦁…กระชั้นเข้ามาทุกที บทสรุป “ดีลพิเศษ” ที่นำ “ทักษิณ ชินวัตร” กลับแผ่นดินแม่ เพื่อภารกิจกอบกู้วิกฤตประเทศ ยังเหลือมนต์ขลังอยู่หรือไม่ ชัดเจนว่าคำตอบอยู่ที่ “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร จะกลับมานั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี นำพรรคเพื่อไทยที่พิสูจน์แล้วว่าโหดหิน เกินกว่าจะ “สนุกสนานกับเพื่อนฝูงประสาเจน Y” ที่ “เฉิดฉายด้วยความมั่นใจลมๆ แล้งๆ ไปวันๆ”มรสุมใหญ่รอบนี้น่าจะเป็นบทเรียนระดับ “เปลี่ยนชีวิต และวิธีคิดในการทำงาน” หากหวนคืนมาได้
⦁…เช่นเดียวกับตัว “ทักษิณ” เองที่ชะตากรรมแขวนบนเส้นด้ายไม่ต่างกัน ต้น “กันยายน” ได้รู้กันว่า “พลังของศัตรูการเมือง” ที่ชัดเจนว่าพร้อมแสดงอิทธิฤทธิ์ ร่วมกันถล่มอยู่ทั่วทุกหัวระแหง จะแรงถึงขนาด “ส่งเข้าไปนอนในคุก” ได้หรือไม่ ทั้งหมดทั้งสิ้นไม่ใช่แค่คำตอบต่อ “ตระกูลชินวัตร” แต่จะเป็นดัชนีชี้แนวโน้มทางการเมืองในภาพรวม ซึ่งมีการพูดถึงว่าอาจจะต้อง “ออกแบบใหม่” กันทั้งหมด
⦁…แม้ภาพรวมๆ จะดูเงียบๆ แต่วงในรับรู้ว่าเป็นแค่เกม “ใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหว” ผู้ชายชื่อ ทักษิณ ชินวัตร ยังเหมือนเดิม คือ “สู้สุดฤทธิ์” เพียงวัยและประสบการณ์ที่เคี่ยวกรำมากขึ้น ทำให้การวางเกมไปในทาง “ลุ่มลึก” ในการกำหนดทางหนีทีไล่ กระซิบกันมาว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น “ทักษิณ” จะไม่เลือกทิ้ง “แผ่นดินเกิด” อีก
⦁…ทั้งที่ทุกคนทุกฝ่าย เชื่อว่าเลือกตั้งครั้งหน้าที่จะมาอันดับ 1 คือ “พรรคประชาชน” ทว่าการให้ความสำคัญน้อยกว่าที่ควรจะเป็น เพราะความเชื่อที่ซ้อนเข้ามายังอยู่ที่ “ไม่มีพลังได้รับอนุญาตให้ครองอำนาจรัฐ” ด้วยเหตุนี้ “โครงสร้างอำนาจการเมือง” ที่ผสมผสานซับซ้อน “พันลึก” จึงน่าจะเลือกกระจายการสนับสนุนไปให้ “พรรคที่มีโอกาสในอำนาจมากกว่า” และนี่เองน่าจะเป็นที่มาของการปะทะระหว่าง “เพื่อไทย” กับ “ภูมิใจไทย” เพื่อเป็นทางเลือกเหนือกว่าในสายตาของ “พลังหนุน”
⦁…แม้จะสู่สถานการณ์ถอยร่นมาตั้งรับเป็นหลัก แต่พิสูจน์แล้วว่า เนวิน ชิดชอบ ยัง “โก๋แก่มันทุกเม็ด” ยืนต้านได้ทุกหมัด “ซัดกลับได้ทุกกระบวนท่า” ทั้ง “ภาพของความองอาจกล้าหาญพร้อมสู่-เกมทั้งในและนอกสภา-งานมวลชนที่หนักแน่น-การใช้กลไกกฎหมายที่แหลมคม” ท้าทายทุกหยาดหยดการต่อบุกทะลวงของ ทักษิณ ชินวัตร ไม่ว่าจะเป็น “เขากระโดง” หรือ “ฮั้ว ส.ว.”
⦁…ว่าไปโดยกระแสทั้ง “เขากระโดง” และ “ฮั้ว ส.ว.” วัดกันที่ความถูกต้องเหมาะควร แทบไม่เหลือช่องให้มีทางออก ผู้คนส่วนใหญ่สรุปกันไปแล้วว่า“จะปล่อยให้บ้านเมืองเคลื่อนไปอย่างนี้ไม่ได้” แต่การขับเคลื่อนของ “ภูมิใจไทย” ภายใต้ความนิ่ง และไม่ยอมจำนนง่าย ทำไปทำมา “เพื่อไทย”ที่โหมกำลังบุกกลับทำอะไรไม่ได้ จึงเป็นเรื่องน่าสนใจยิ่งว่า “ตอนจบจะเป็นอย่างไร” เพราะจะเป็นคำตอบด้วยว่า “นักการเมืองสายอิงอำนาจ” จะเลือกยืนกับใคร ท่ามกลางการจัดการกับ “องค์กรอิสระ” ซึ่งเป็นที่เกรงใจของ “นักการเมืองทุกระดับ” แบบไม่ปิดบังอำพรางเจตนารมณ์ของ “ส.ว.สีน้ำเงิน”
⦁…แม้จะช่วยให้กำลังใจกันด้วยการแสดงออกในทางปริ่มปลื้มที่สามารถต่อรอง “ภาษีทรัมป์” ที่ได้ที่ร้อยละ 19 แต่ความเป็นจริงทางเศรษฐกิจที่ดัชนีชี้การเติบโต ดิ่งหัวลงเกือบทั้งหมด ภายใต้การเมืองที่ “รัฐบาล” ทำได้แค่มะงุมมะงาหรา เพราะ “โครงสร้างอำนาจ” จำกัดบทบาทให้เดินหน้า “นโยบายที่พอขายฝัน” ได้ยาก ความพยายามฝ่าด่าน “แช่แข็งประเทศ” จะสำเร็จหรือไม่ มีคนบอกให้รอดู “ผู้ว่าการแบงก์ชาติ” คนใหม่ ว่าที่สุดแล้วกล้าจะทำในทางที่ได้ดั่งใจรัฐบาลแค่ไหน







