กกต.เตรียมเปิดรับสมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เชียงราย 13-17 ส.ค. เตือนเช็กคุณสมบัติให้ดี รู้ไม่มีสิทธิแต่ยังสมัคร เจอโทษหนักเพิกถอนสิทธิ 20 ปี
เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จ.เชียงราย เขตเลือกตั้งที่ 7 แทนตำแหน่งที่ว่าง พ.ศ.2568 โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.จังหวัดเชียงราย เขตเลือกตั้งที่ 7 แทนตำแหน่งที่ว่าง ประกอบด้วย อ.แม่จัน (เฉพาะ ต.จันจว้า และ ต.จันจว้าใต้) อ.เชียงแสน อ.ดอยหลวง อ.เชียงของ (เฉพาะ ต.ครึ่ง ต.ศรีดอนชัย ต.ริมโขง ต.เวียง ต.สถาน และ ต.ห้วยซ้อ) และ อ.เวียงแก่น ในวันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน 2568 ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น.
โดยผู้ประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้ง ยื่นใบสมัครรับเลือกตั้ง พร้อมทั้งหลักฐานได้ตั้งแต่วันพุธที่ 13 สิงหาคม ถึงวันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม เวลา 08.30-16.30 น. ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ทั้งนี้ จะต้องนำหลักฐานประกอบการยื่นใบสมัคร สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน ใบรับรองแพทย์ หนังสือรับรองการส่งผู้สมัครแบบแบ่งเขตเลือกตั้งของหัวหน้าพรรคการเมือง ต้องมีคำรับรองด้วยว่าได้ดำเนินการถูกต้องครบถ้วนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองแล้ว ตามแบบ ส.ส. 4/8
หลักฐานแสดงการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของปีภาษี 2565 ปีภาษี 2566 และปีภาษี 2567 ของผู้สมัคร เว้นแต่เป็นผู้ไม่ได้เสียภาษีเงินได้ ให้ทำหนังสือยืนยันการไม่ได้เสียภาษี พร้อมทั้งสาเหตุแห่งการไม่ได้เสียภาษี ตามแบบ ส.ส. 4/7 รูปถ่ายหน้าตรงไม่สวมหมวกและไม่สวมแว่นตาดำ เงินค่าธรรมเนียมการสมัครคนละ 10,000 บาท เอกสารสรุปย่อประวัติของผู้สมัครรับเลือกตั้ง และสำเนาหลักฐานอื่นที่ผู้สมัครนำมาแสดงตนว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนและไม่มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง
อย่างไรก็ตาม ผู้สมัครรับเลือกตั้งต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนด โดยตามมาตรา 151 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และที่แก้ไขเพิ่มเติม บัญญัติว่าผู้ใดรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส .ได้สมัครรับเลือกตั้งหรือทำหนังสือยินยอมให้พรรค การเมืองเสนอรายชื่อเพื่อสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 20 ปี

