ลิซ่า ฟาด แลนด์บริดจ์ คือฝันที่สร้างบนกระดาษไม่คุ้มค่า เชื่อหากเดินหน้าต่อเป็นต้นทุนต่อยอดให้นายทุน
เมื่อเวลา 13.20 น. วันที่ 14 สิงหาคม ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณางบประมาณประจำปี 2569 น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) อภิปรายมาตรา 15 กระทรวงคมนาคม ว่า ในส่วนของงบสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่ง (สนข.)ในโครงการศึกษาคัดเลือกเอกชนลงทุนโครงการเชื่อมอ่าวไทย-อันดามัน หรือแลนด์บริดจ์ งบประมาณ 15.4 ล้านบาท โครงการนี้เป็นงบผูกพันตั้งแต่ปี 2567 ปรับลดไม่ได้ แต่เมื่อดูเอกสารจากสนข.ชัดเจนว่า โครงการนี้ไม่บรรลุ วัตถุประสงค์แม้แต่ข้อเดียว ที่บอกว่าเพื่อจัดทำเอกสารและสัญญาคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการฯ พร้อมจัดทำรายงานผลกระทบภาพรวมและร่างกฎหมายจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้
น.ส.ภคมนกล่าวว่า หากย้อนดูข้อเท็จจริงเราจะพบว่าภาพฝันนี้ไม่ได้ถูกสร้างบนความจริงทางเศรษฐกิจเลย แต่ถูกสร้างบนกระดาษและประชาสัมพันธ์ซ้ำๆ ในขณะที่รายงานการศึกษาของหน่วยงานรัฐหลายหน่วยงานก็ยืนยันว่าโครงการแลนด์บริดจ์ไม่คุ้มค่า แม้แต่รายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ก็ให้ความชัดเจนเรื่องความคุ้มค่าในการลงทุนไม่ได้ ขณะเดียวกันที่ผ่านมานายกฯ 2 คนเดินทางไปโรดโชว์ต่างประเทศ บอกได้อย่างเดียวว่านักลงทุนสนใจ แต่ไม่มีอย่างอื่น
น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า การสร้างโครงการนี้มีการละเลยศึกษาผลกระทบ หรือไม่ประชาชนมีส่วนร่วม ซึ่งสภาพความเป็นจริงกับวัตถุประสงค์ของโครงการไปคนละทาง ยังไม่นับว่ารัฐบาลกำลังเร่งวางหมากใหญ่ และมีอำนาจมากกว่า นั่นคือร่างกฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้หรือSEC ถ้ากฎหมายนี้ลุล่วงจะครอบคลุมทั้งแลนด์บริดจ์ โครงการก่อสร้างพื้นฐานอื่นๆในภาคใต้ เป็นกลไกลรวบอำนาจ หร้อมตั้งกรรมการพิเศษ และยกเว้นกฎหมายอย่างน้อย 16 ฉบับ เห็นอย่างนี้แล้ว SEC ไม่ใช่เครื่องมือการพัฒนา แต่คือเครื่องมือการตัดตอนและตัดเสียงทักท้วง ปิดประตูการมีส่วนร่วมของประชาชน
“ขอถามตรงๆว่า วันนี้ SEC หรือแลนด์บริดจ์ มีหลักฐานเชิงประจักษ์ยืนยันความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจแล้วหรือไม่ เผยแพร่ผลการศึกษาต่อสาธารณะ รับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนแล้วหรือยัง และถ้าความคุ้มค่าทางสิ่งแวดล้อมยังไม่ชัด แล้วรัฐบาลยังจะดันทุรังเดินหน้าต่ออีกหรือ เพราะเรามีบทเรียนจากเศรษฐกิจภาคตะวันออก( EEC) พิสูจน์แล้วสิ่งที่โฆษณากับความเป็นจริงแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง อย่างไรก็ตามดิฉันไม่ได้จะขวางการพัฒนาในภาคใต้ เพราะดิฉันเป็นคนใต้ ก็อยากเห็นการพัฒนา แต่การพัฒนาไม่ว่าภาคไหนๆ ท่านต้องมองเห็นโอกาสของประชาชนอย่างเท่าเทียมกัน อย่าใช้คนในพื้นที่เป็นเพียงต้นทุนเพื่อต่อยอดให้กับนายทุนที่เข้ามาลงทุนในพื้นที่ เพราะถ้ารัฐบาลยังมองว่า SEC คือโอกาสแต่เลือกใช้วิธีการเหมือน EEC ก็ผิดตั้งแต่คิด วันนี้เงิน15 ล้านบาทที่เตรียมศึกษาไม่มีทางเกิดขึ้นจริงเลย จะเกาให้หนังถลอกทั้งตัวก็ไม่หายคัน เพราะปัญหาโครงการแลนด์บริดจ์ไม่คุ้มค่าแก่การลงทุน”น.ส.ภคมน กล่าว

