หน้าแรก การเมือง รอมฎอน ชงตัดง...

รอมฎอน ชงตัดงบเก็บ DNA ชายแดนใต้ ชี้วิธีมีปัญหา ฉะ ศอ.บต. ตั้งงบพิธีฮัจญ์สูงเกิน คาใจวิธีคัดคน

15.08.25 | 15:36 น.

รอมฎอน ชงตัดงบเก็บDNAชายแดนใต้ ชี้วิธีมีปัญหา คนไม่สมัครใจ ส่วน ศอ.บต. ตั้งค่าหัวไปพิธีฮัจญ์สูงเกิน แถมมีข้อครหาเลือกผู้ใกล้ชิดนักการเมือง-ขรก.

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 15 สิงหาคม ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณา พ.ร.บ.งบฯ 69 วาระ 2- 3 ในมาตรา 27 สัดส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต้ (ศอ.บต.)
นายรอมฎอน ปันจอร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) อภิปรายว่า ตนขอพูดถึงงบประมาณของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และงบของ ศอ.บต. เรื่องแรกคือ ดีเอ็นเอ งบประมาณจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติตั้งมา 9.2 ล้านบาท ขอตัดงบประมาณในโครงการจัดทำข้อมูลสารพันธุกรรม แก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งการจัดเก็บตอนนี้มีฐานข้อมูลอยู่ 267,464 ตัวอย่าง และมียอดในการจัดเก็บ 830 ตัวอย่างต่อเดือน ซึ่งปีนี้ต้องเก็บถึง 10,000 ราย ทั้งหมดนี้คือแผนที่วางไว้ แต่ในทางปฏิบัติเมื่อเดือนมิถุนายน พบว่าหลายปีที่ผ่านมามีเรื่องร้องเรียนแบบนี้คือการจัดเก็บแบบเหมือนจะไม่สมัครใจ เพราะมีการทำให้การจัดเก็บผู้ที่ถูกจัดเก็บมองว่าเป็นบุคคลกลุ่มเสี่ยง ถูกจับตา บางกรณีมีการเก็บข้างถนน ก่อให้เกิดความไม่น่าเชื่อถือของฐานข้อมูลนี้ เพราะตามกฏหมายป.วิอาญา อนุญาตให้เจ้าหน้าที่สามารถจัดเก็บเฉพาะผู้ต้องสงสัย หรือผู้เสียหาย หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องเท่านั้น สิ่งที่เจ้าหน้าที่ทำก็คาบเส้นคาบดอก เพราะฉะนั้น การกระทำข้อมูลกระบวนการของมันอาจจะทำให้ฐานข้อมูลของเรา ไม่มีความน่าเชื่อถือและจะทำลายความไว้วางใจของประชาชน

“ถ้ายังมีกระบวนการในการจัดเก็บที่มีปัญหาอย่างนี้ การจัดทำฐานข้อมูลอาจจะมีปัญหาต่อไป เพราะฉะนั้น เจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อย ก็จะสะท้อนกลับ ผมว่าถ้ามีหลักเกณฑ์ที่แน่นอนถูกต้องตามกฎหมาย น่าจะดีกว่า เพราะฉะนั้น จึงขอให้ตัดไปก่อนสำหรับปีนี้“ นายรอมฎอน กล่าว

นายรอมฎอน กล่าวถึงเรื่องกำลังพล ซึ่งมีงบประมาณสำหรับเบี้ยเลี้ยง ที่พัก และพาหนะของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่คล้ายกันกับของ กอ.รมน. โดยเมื่อไปดูจริง ๆ แล้วจะพบว่ามียอดถึง 925 ล้านบาท เปรียบเทียบกันแล้วของกอ.รมน. ตั้งอยู่ที่ 3,412 ล้านบาท และให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นค่าใช้จ่ายของกองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนใต้ 343 ล้านบาท แต่ตำรวจก็ตั้งงบประมาณ 925 ล้านบาท เมื่อถามไปมาก็มีการสับหว่างกัน ประเด็นเรื่องเหตุสงบ งบไม่มา ชาวบ้านกังขามาก ถ้าเป็นไปได้ ต้องขอทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ชี้แจงแจกรายละเอียดเกี่ยวกับงบกำลังพล ให้มันกระจ่างมากกว่านี้ เพื่อเป็นหลักประกันว่าเงินภาษีของเราจะไปถึงผู้ปฏิบัติงานจริงในพื้นที่จะไม่มีการยักยอกและเล่นแร่ แปรธาตุใด ๆ ทั้งสิ้น และเราสามารถตัดงบประมาณส่วนนี้ได้เพื่อให้ใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ

นายรอมฎอน อภิปรายต่อถึงงบของ ศอ.บต. กิจกรรมส่งเสริมคนดีมีคุณธรรมในจังหวัดชายแดนใต้ ไปประกอบพิธีฮัจญ์ ที่ซาอุดิอาระเบีย 100 คนต่อปี ซึ่งเป็นมีการตั้งงบมา 30.8 ล้านบาท ตกหัวละ 300,000 บาท ซึ่งถ้าดูราคาตลาดแล้วจะตกอยู่ที่คนละประมาณ 250,000 บาท ถือว่าสูงมาก ซึ่งก็มีการชี้แจงจากเจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ประชาชนคาใจคือ การคัดคนได้อย่างไร ตนเองยังไม่แน่ใจว่าเรามีนโยบายของรัฐที่อุดหนุนให้คนไปทำพิธีกรรมทางศาสนานี้ ควรจะเป็นแบบนั้นหรือไม่ ในขณะที่รัฐมีผู้คนที่มีความแตกต่างทางศาสนามากมาย แต่ถึงอย่างไรก็ตาม เหตุผลที่พอจะมีน้ำหนัก คือการช่วยเหลือเยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบ หรือแม้กระทั่งกลุ่มของผู้ที่ถูกละเมิดจากเจ้าหน้าที่รัฐ กลุ่มคนเปราะบาง กลุ่มคนเหล่านี้พอเข้าใจได้ที่จะได้รับการเยียวยาจิตใจให้โอกาสไปเดินทางไปประกอบพิธีทางศาสนา แต่ในจำนวนนี้กว่า 35%

Advertisement

ดังนั้น ต้องตั้งคำถามว่าเราจำเป็นต้องใช้เงินของพี่น้องประชาชน และคนทั้งประเทศไปสนับสนุนหรือไม่ อย่างกลุ่มผู้นำศาสนา ผู้กระทำคุณประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นกรอบที่กว้างมาก หรือแม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ ศอ.บต. เองคน 30 กว่าคนนี้ เราสามารถตัดงบประมาณได้ เพื่อที่จะทำให้การคัดกรองคนมีประสิทธิภาพมากขึ้น และนำคนที่ควรจะได้รับการดูแลเยียวยาเดินทางไปน่าจะดีกว่า เพราะเรามีข้อครหาว่า 35 คนนี้ มาจากกลุ่มคนที่อาจจะใกล้ชิดผู้มีอำนาจใกล้ชิดพรรคการเมือง หรือข้าราชการ ทำให้เกิดการตั้งคำถามว่าไม่แฟร์ และขณะเดียวกันก็มีงบที่ไปสังเวชนียสถาน ที่อินเดียและเนปาล 200 คนตั้งงบประมาณไว้ 16 ล้านบาท

ดังนั้น ในปีนี้ ตัดงบประมาณได้อย่างน้อยที่สุด 10 ล้านบาท และในปีถัดไปหากจะมีการปรับปรุงต้องหาวิธีการการคัดเลือกคนที่ให้ความเป็นธรรมมากขึ้น และมุ่งเป้าไปที่กลุ่มคนเปราะบาง และได้รับผลกระทบจากความไม่สงบ มากไปกว่านั้นสิ่งบทบาทของ ศอ.บต. ที่ควรจะทำคือการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจให้กับประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่าย