ทหารรวบ’ศรีสุวรรณ’หลังตามหาหมุดคณะราษฏร ด้านพรรคอธิปไตยปวงชนชาวไทยบอกข้อความหมุดใหม่สื่อเบื้องสูง แนะปรับเปลี่ยนใช้ที่อื่น
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 18 เมษายน ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานสำนักปลัดนายกรัฐมนตรี (ฝั่ง ก.พ.) นายณพลเดช มณีลังกา โฆษกพรรคอธิปไตยปวงชนชาวไทย เพื่อชาติ กษัตริย์ (ปชก.) พร้อมกับตัวแทนกว่า 10 คน ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนหมุดคณะราษฎร โดยใช้ข้อความที่มีความหมายสื่อถึงสถาบันเบื้องสูงบนพื้นถนนว่า ไม่เห็นด้วยกับการใช้ข้อความในหมุดอันใหม่ ที่มีข้อความสื่อความหมายถึงสถาบันเบื้องสูง แต่กลับติดตั้งบนพื้นถนนซึ่งเป็นที่ต่ำ มีรถและคนสัญจรเหยียบย่ำตลอดเวลา ถือเป็นการกระทำอันไม่สมควร และลบหลู่ต่อสถาบันหลักของชาติ จึงได้ขอเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาถึงความเหมาะสมเพื่อปรับเปลี่ยนภายใน 7 วัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นเมื่อเวลา 10.40 น. ตามที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ระบุกับสื่อมวลชนจะเดินทางมายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ติดตามหาหมุดคณะราษฎรบริเวณลานพระบรมรูปที่หายไปก่อนหน้านี้ แต่ปรากฏว่าถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารจากกรมทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ ประมาณ 6-7 นาย ควบคุมตัวจากศูนย์บริการประชาชนไปยังกองบัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ โดยหนึ่งในผู้ที่อยู่เหตุการณ์ระหว่างนายศรีสุวรรณถูกคุมตัวได้เล่าว่า เมื่อนายศรีสุวรรณ มาถึงศูนย์บริการประชาชน ก็มีเจ้าหน้าที่ทหารมาเชิญตัวขึ้นรถตู้ที่จอดอยู่บริเวณด้านหลังศูนย์บริการประชาชน เพื่อไปยังกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ซึ่งตนเองจึงตัดสินใจขอขึ้นรถตู้คันดังกล่าวไปด้วย และเมื่อขับรถออกไประยะหนึ่งทหารได้เชิญตนและคนติดตามนายศรีสุวรรณอีกคนหนึ่งลงจากรถโดยให้เงินคนละ 100 บาท เพื่อเป็นค่ารถเดินทางกลับ โดยระหว่างในการถูกเชิญตัวนายศรีสุวรรณ ไม่ได้มีการพูดอะไร แต่มีสีหน้ากังวล และยอมทำตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่แต่โดยดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเอกสารที่นายศรีสุวรรณจะยื่นถึงนายกฯ นั้น มีเนื้อหาสรุปว่า การเปลี่ยนหมุดดังกล่าวอาจเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายอาญา ฐานปลอมแปลงเอกสารราชการ จึงขอให้นายกฯสั่งตรวจสอบว่าบุคคลหรือหน่วยงานใดที่เข้าไปเปลี่ยนแปลง และสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำหมุดเดิม หรือสร้างใหม่ในรูปแบบและข้อความเดิม กลับไปไว้ที่เดิม หากไม่ดำเนินการใดๆ ตามคำร้องนี้ สมาคมขอใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ เพื่อปกป้องหลักฐานทางประวัติศาสตร์ต่อไป

