หน้าแรก การเมือง นฤมล จ่อดัน ป...

นฤมล จ่อดัน ประวัติศาสตร์ เป็นวิชาเอกสอบเข้ามัธยม ให้เด็กรู้จักรากเหง้าระบอบประชาธิปไตย

18.08.25 | 13:04 น.

‘นฤมล’ จ่อดัน วิชาประวัติศาสตร์เป็นวิชาเอก สอบเข้าเรียนต่อ ม.1/ม.4 ให้เด็กรู้จักรากเหง้าระบอบประชาธิปไตย

มื่อวันที่ 18 สิงหาคม ที่โรงเรียนพะเยาวิทยาคม จ.พะเยา นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดศธ. ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) พร้อมด้วย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) เยี่ยมชมกิจกรรมตามหลักสูตรของโรงเรียนบ้านทุ่งหลวง ตลอดจนเยี่ยมชม Best Practice โรงเรียนสังกัด สพม.พะเยา จำนวน 18 โรงเรียน  และโครงงานวิทยาศาสตร์ระดับชาติ ของโรงเรียนพะเยาพิทยาคม

โดยนางนฤมล กล่าวว่า ตนอยากพูดคุยปัญหากับครูและนักเรียน เพื่อต้องการให้สะท้อนปัญหาการศึกษาด้านต่างๆ เพื่อให้การทำงานของ ศธ.เป็นการสะท้อนปัญหาจากระดับล่างขึ้นบน เนื่องจากตนไม่เคยเป็นครูสอนในโรงเรียนและไม่เคยเป็นผู้บริหารโรงเรียน อีกทั้งไม่เคยทำงานใน ศธ.มาก่อนจึงไม่ควรจะมาบอกว่านโยบายการศึกษาของ ศธ.จะต้องเป็นอย่างไรด้วยความต้องการของตนเอง ดังนั้นจึงต้องมาฟังนโยบายจากครูและผู้บริหารโรงเรียนที่สะท้อนกลับมายังฝ่ายบริหาร จากนั้นถึงจะมากำหนดเป็นนโยบายได้ ทั้งนี้ ในการกำหนดนโยบายการศึกษา ก็มีหลายเรื่องที่ผู้ใหญ่ในบ้านในเมืองฝากมาให้ขับเคลื่อน โดยเฉพาะในเรื่องของวิชาประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้รับโจทย์ดังกล่าวไปแล้วและก็ได้มีการดำเนินการขับเคลื่อนอยู่ในขณะนี้

Advertisement

“ทั้งนี้ดิฉันอยากกำหนดให้วิชาประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมืองเป็นวิชาเอก ที่ต้องใช้ในการสอบคัดเลือกเข้าเรียนต่อ เช่นเดียวกับวิชาอื่นๆ เช่น วิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เป็นต้น ดังนั้นวิชาประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมืองจะต้องไม่ใช่ วิชาที่ใช้สอบเพื่อเลื่อนชั้น หรือจบภาคการศึกษาเท่านั้น แต่จะต้องใช้ วิชาประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง ในการสอบเข้าเรียนต่อ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1และ มัธยมศึกษาปีที่4 ด้วย เพื่อให้เด็กเห็นถึงความสำคัญของประวัติศาสตร์ชาติไทยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพราะประวัติศาสตร์ไทยไม่เหมือนกับชาติใดในโลกจึงอยากให้เด็กได้รู้จักรากเหง้าของระบอบประชาธิปไตยและประวัติศาศาสตร์เชิงลึกแบบถูกต้อง ส่วนจะเริ่มใช้ในการสอบเข้าเรียนต่อในปีใดนั้น ขอหารือกับสพฐ.เพื่อดูระยะเวลาและความพร้อมของแต่ละโรงเรียนก่อน”นางนฤมล กล่าว

นางนฤมล กล่าวต่อว่า ส่วนการลดภาระครู เป็นอีกนโยบายที่ตนฝากให้ผู้บริหารศธ.ร่วมขับเคลื่อน เพราะครูและบุคลากรทางการศึกษาจะต้องมีคุณภาพชีวิตที่มีความสุข ไม่ว่าจะเป็นการปรับอัตรากำลังครูเกินเกณฑ์ มาเป็นสายสนับสนุน ซึ่งที่ผ่านมามีการดำเนินการจัดสรร ให้กลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัยไปแล้ว กว่า 600 อัตรา และภายในเดือนสิงหาคมนี้จะได้อัตรากำลังดังกล่าวเพิ่มมากอีก 1,800 อัตรา ขณะเดียวกับ ยังเร่งขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหนี้ครู ซึ่งจากข้อมูลพบว่าครูมีหนี้ 1.4 ล้านล้านบาท ถือเป็นก้อนใหญ่ของหนี้ครัวเรือนประเทศ ดังนั้นที่ผ่านมาจึงมีแนวทางตั้งสหกรณ์กลางของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ขึ้น แต่แนวทางดังกล่าวเป็นเพียงแผนแก้หนี้ครูที่ไม่ได้มีความยั่งยืน จึงต้องมีการสร้างรายได้เพิ่มเติมให้แก่ครูด้วย ซึ่งก็จะเกี่ยวข้องกับ การข้อมีและเลื่อนวิทยฐานะ เพื่อให้ครูมีรายเพิ่ม มีขวัญกำลังใจในการทำงานมากขึ้น โดย สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) อยู่ระหวั่งปรับแก้หลักเกณฑ์ เช่น การทำวิทยฐานะครูแยกเฉพาะตามกลุ่มสายงาน หรือ เปิดโอกาสให้นำผลงานเชิงจักษ์ กลับมาใช้ในการขอมีและเลื่อนวิทยฐานะได้ เป็นต้น