หน้าแรก การเมือง เท้ง เยี่ยมชา...

เท้ง เยี่ยมชาวสุรินทร์-รพ.พนมดงรัก ผู้ว่าเผยยังทำลายระเบิดชายแดนไม่ได้ หวั่นฝั่งตรงข้ามจะคิดว่ายิงกันอีก

18.08.25 | 17:32 น.

เท้ง เยี่ยมชาวสุรินทร์-รพ.พนมดงรัก ผู้ว่าเผยยังเก็บกู้ทำลายระเบิดชายแดนไม่ได้ หวั่นฝั่งตรงข้ามจะคิดว่ายิงกันอีก ป้าเดือด ลุกจับไมค์ ซัดส.ส.ตอนเดือดร้อนไม่เห็นหน้า แต่ตอนหาเสียงมาทุกวัน

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่โรงพยาบาลพนมดงรัก เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดที่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีของกัมพูชาเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา

โดยมีนายชำนาญ ชื่นตา ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลพนมดงรักบรรยายสถานการณ์ให้ฟัง และพาไปดูความเสียหายจากแรงระเบิดที่กัมพูชายิงเข้าใส่โรงพยาบาล

จุดแรกเป็นอาคารภูมิพัฒน์ ซึ่งเป็นศูนย์ฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด และผู้ป่วยจิตเวช ถูกระเบิดตกใส่บริเวณหลังคาจนพังเสียหาย กระจกแตก ขณะที่อาคารข้างกันถูกสะเก็ดระเบิดจนผนังเป็นรู

เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลพนมดงรัก เล่าว่า ขณะที่เกิดเหตุเป็นเวลาประมาณ 08.45 น. เริ่มมีการโจมตีจากกัมพูชา ระหว่างนั้นทั้งเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล และผู้ป่วยต้องอพยพไปที่หลุมหลบภัยในโรงพยาบาล ซึ่งอยู่ในหลุมหลบภัยด้วยกัน 139 คน นานกว่า 5 ชั่วโมง

Advertisement

จากนั้นได้พาไปดูความเสียหายภายในอาคารหอพักพยาบาล ซึ่งมีระเบิดถูกยิงเข้ามาตกใส่ด้านหลัง แรงระเบิด และสะเก็ดระเบิด ทำให้กระจกภายในห้องพักแตกกระจัดกระจายเต็มพื้น มีรอยร้าว และรอยปูนแตก ข้าวของในห้องพังเสียหาย แต่จังหวะที่เกิดเหตุ เป็นช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่ออกไปทำงานจึงไม่มีผู้บาดเจ็บ

และจุดสุดท้ายเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลพนมดงรัก พาไปดูหลุมหลบภัยของโรงพยาบาล ที่อยู่บริเวณด้านหน้า และหลุมหลบภัยที่เอกชนเป็นผู้สร้างให้หลังจากเกิดเหตุปะทะ

โดยนายชำนาญ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ระบุว่า ระเบิดที่อยู่ตามแนวชายแดนทั้งหมด ส่วนใหญ่ยังไม่สามารถเข้าไปเก็บกู้ได้ เนื่องจากอยู่ติดกับแนวชายแดน เวลาที่เก็บกู้จะทำให้เกิดเสียงดัง อาจทำให้ชาวบ้านตกใจ รวมถึงฝ่ายกัมพูชาจะคิดว่า เกิดเหตุความขัดแย้งอีกรอบ

จากนั้นนายณัฐพงษ์ เดินทางมาที่หมู่บ้านเกษตรสมบูรณ์ ตำบลตาเมียง อำเภอพนมดงรัก เพื่อดูความเสียหายของบ้านเรือนประชาชน ที่ถูกกัมพูชายิงระเบิดตกใส่หลังคาทะลุหลังคา ลงมากลางบ้าน ซึ่งโชคดีที่เจ้าของบ้านไม่ได้อยู่อาศัยในช่วงที่เกิดเหตุ ทำให้ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ โดยบ้านทั้งหลังพังมากกว่า 70% เศษกระจก และฝ้าถล่มไม่สามารถอยู่อาศัยได้

ก่อนที่จะมารับฟังความคิดเห็นประชาชน ในพื้นที่โดยชาวบ้านได้มีการสอบถามในหลายเรื่อง ทั้งการเยียวยาทรัพย์สินที่เสียหาย เช่น โอ่งน้ำ ที่นอน หนอนมุ้ง นอกจากนี้ ยังมีชาวบ้านอีกราย เป็นคุณป้าในพื้นที่ กล่าวอย่างดุเดือด สอบถามว่า ส.ส. ในพื้นที่ไปอยู่ตรงไหน อยากให้มาช่วยให้แรงใจ ตอนมาหาคะแนนมาทุกวัน แต่เมื่อเวลาทุกข์ยาก เหตุใดจึงไม่มาดูแลกันบ้าง ซึ่งเราไม่ได้อยากได้อะไร ยังพอมีอยู่มีกิน เหตุใดจึงไม่เคยถามกันบ้างว่าพวกเรากลัวหรือไม่ และไปอยู่ที่ไหนกันบ้าง