‘อิ๊งค์’ ลา ครม.ใกล้ช่วงศาลนัด จับตา! ครม.ถกวาระลับ ‘กห.’ ปมชายแดนไทย-กัมพูชา ลุ้นตั้งปลัดดีอี-โยกย้าย ขรก. ขึ้นเงินเดือน ผอ.สำนักพุทธ-ขยับเพดานเงินเดือนนิคมอุตสาหกรรม
เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีรัฐมนตรีแจ้งลาประชุม ครม. ได้แก่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.วัฒนธรรม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งเป็นที่สังเกตว่า น.ส.แพทองทาได้ลาการประชุม ครม.ใกล้กับช่วงเวลาที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนพยานบุคคลเพิ่มเติม ในวันที่ 21 ส.ค.นี้
สำหรับวาระการประชุมที่น่าสนใจที่คาดว่าจะเสนอเข้าสู่การพิจารณา อาทิ กระทรวงกลาโหม เสนอวาระลับ ขอรับความเห็นชอบการชดเชย (Offset Policy) การนำเข้ายุทโธปกรณ์ตามโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตีทดแทนของกองทัพอากาศ หลังอนุมัติโครงการซื้อเครื่องบินขับไล่จากกริพเพน จากประเทศสวีเดน ไปก่อนหน้านี้แล้ว
ด้านสำนักนายกรัฐมนตรี เสนอวาระการติดตามการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับเรื่องสถานการณ์ปะทะกันตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา
ขณะที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เสนอการปรับอัตราเงินประจำตำแหน่งของตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
คณะกรรมการ ป.ป.ช. เสนอข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันการทุจริตในการจัดงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรณีศึกษาการจัดงานประเพณี
กระทรวงการคลัง เสนอร่างพระราชบัญญัติสถาบันค้ำประกันเครดิตแห่งชาติ, ร่างกฎหมายตามมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการซื้องานศิลปะและมาตรการภาษี เพื่อสนับสนุนผู้สร้างสรรค์งานศิลปะ และเสนอการออกพันธบัตรเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ของสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน)
กระทรวงพลังงาน เสนอการโอนสิทธิตามสัญญาแบ่งปันผลผลิตเลขที่ 1/2562/1 แปลงสำรวจ ในทะเลอ่าวไทยหมายเลข G1/61, เสนอโครงการพัฒนาระบบส่งไฟฟ้าบริเวณจังหวัดน่าน แพร่ และอุตรดิตถ์ เพื่อรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (โครงการ NPUP)
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอขออนุมัติโครงการสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องผู้ประกอบการประมง ระยะที่ 3 และขอความเห็นชอบโครงการขอใช้เงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร และขออนุมัติจัดสรรเงินจากกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร โครงการรับซื้อน้ำนมดิบเพื่อการผลิต ขององค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย
กระทรวงอุตสาหกรรม เสนอขอความเห็นชอบให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ปรับขยายเพดานอัตราเงินเดือนขั้นสูงสุด ตามบัญชีโครงสร้างอัตราเงินเดือนระบบ 53 ขั้น
ด้านกระทรวงมหาดไทย เสนอร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจำพวก เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ เป็นการปรับรูปแบบการตรวจลงตราสำหรับคนต่างด้าวซึ่งเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักร เพื่อปฏิบัติหน้าที่ ณ สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทย
นอกจากนั้น ยังจับตาวาระการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการที่คาดว่าจะเสนอ ครม.พิจารณา อาทิ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เสนอแต่งตั้งโยกย้ายนายพชร อนันตศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กระทรวงการคลัง ไปดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงดีอีคนใหม่ ต่อจากนายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ที่จะเกษียณอายุราชการ ในสิ้นเดือน ก.ย.นี้
ขณะที่กระทรวงมหาดไทย เสนอแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการกระทรวงมหาดไทย รวมถึงการต่ออายุราชการให้กับนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ออกไปอีก 1 ปี

