⦁…ยังเป็นกระแสที่สร้างความปลาบปลื้มยินดีกับ “กลุ่มคนที่ไม่นิยมอำนาจที่ยึดโยงกับประชาชนสักเท่าไร” ผลสำรวจ “นิด้าโพล” ที่ออกมาในทาง “สิ้นหวังกับพรรคการเมือง” ทั้ง “รัฐบาลและฝ่ายค้าน” และอาจจะยังมองไม่เห็นว่า “ใครในสายอำนาจนิยมจะมีบารมีพอมาเป็นผู้นำได้” ทำให้การจุดพลุเรียก “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับคืนเก้าอี้ “นายกรัฐมนตรี” เป็นไปอย่างคึกคัก อย่างไรก็ตาม มีคนใน “กลุ่มยึดมั่นในอำนาจประชาชน” ไม่น้อย ที่กวักมือเรียกให้มาเลย ในความหมายว่าเพื่อให้ “จบสนิท” เสียที ท่ามกลางปัญหาชาติที่สร้างและสะสมมา “เรื้อรังยากเยียวยา” มากมาย
⦁…รางวัล “ITA AWARDS 2025” ของ “ป.ป.ช.” ที่ให้คะแนน “คุณธรรมและความโปร่งใส” กับ “สตง.” เป็นอันดับ 1 ถึง 94.64 คะแนน ในรายละเอียดบางเรื่องทะลุ 100 คะแนนเต็ม มี “กกต.” ตามมาเป็นที่ 2 และ “ป.ป.ช.” ที่ 3กลายเป็น “โจ๊ก” ที่ผู้คนฮากันเละ ในพฤติกรรม “อวยไส้แตก แหกไส้ฉีก” กันเองของ “องค์กรอิสระ” ซึ่งที่ผ่านมาผลงานแต่ละเรื่อง มีแต่ทำให้ “ผู้คนนอนไม่หลับ”
⦁…เรื่องราวตรวจสอบหน่วยงานอื่นด้วย “วิธีคิดพิลึกของ สตง.” ขณะที่ “อธิบายอะไรไม่ได้กับการใช้งบประมาณของตัวเอง” ชัดๆ คือแต่ละเรื่องใน “ตึกที่ถล่ม” ส่วน “กกต.” แค่ “เลือกตั้ง ส.ว.” ที่แทบจัดการอะไรไม่ได้เลย จะตอบได้อย่างไรว่า “คุณธรรมและโปร่งใส” ที่ตรงไหน สำหรับ “ป.ป.ช.” ก็เช่นกัน นอกจากคดีที่ “ผู้คนสงสัยว่ามีเป้าหมายทางการเมือง” แล้ว มีเรื่องไหนทำงานได้ทันจะหยุด “ทุจริตคอร์รัปชั่น” ที่นับวันจะบานแทรกในทุกอณูของเนื้องาน “ราชการ” บ้าง ดูน่าอาย เพราะทำให้เป็นประเทศ “สร้างภาพปิดบังความจริง” เสียมากกว่า
⦁…กระชับเข้ามาอีกขั้น แพทองธาร ชินวัตร ตัดสินใจ “ฉลองวันเกิด” ด้วยการเดินหน้าไป “รับการไต่สวนของศาลรัฐธรรมนูญ” วันนี้ 21 ส.ค. ด้วยความมั่นใจสูงว่าจะผ่านกลับมาปฏิบัติงานฐานะ “นายกรัฐมนตรี” ได้ ท่ามกลาง “ขบวนการปล่อยข่าว” บังคับทิศทางคำตัดสิน ที่สร้างความเสียหายต่อ “ศาลรัฐธรรมนูญ” รุนแรงไม่น้อย จนน่าสนใจว่าจะมี “เช็กบิล” หรือไม่ อย่างไร หลังจากนี้
⦁…เดินหน้าไล่ล้าง เครือข่าย “สีน้ำเงิน” ที่วางกำลังไว้แน่นหนาใน “มหาดไทย” ดำเนินไปอย่างเข้มข้น ภูมิธรรม เวชยชัย เด็ดขาดตามที่ได้รับคำสั่ง สะท้อนถึง “เพื่อไทย” เต็มที่แน่นอนในการเลือกตั้งครั้งหน้า ชั่วโมงนี้อาจจะเห็นตกในสภาพตั้งรับอย่างทุลักทุเล แต่นับจากนี้จนกว่าจะเลือกตั้ง ว่าจะเป็นเวลาที่เปิดให้เห็น “เกมรุก” ที่อาจไม่ใช่ “ผลงาน” เพราะด้วยโครงสร้างอำนาจทำให้ “สร้างได้ลำบากยากเย็น” แต่เป็นการยึดครอง “กลไกที่กำหนดชัยชนะ” ที่หวังผลได้ชัดเจนเป็นรูปธรรมกว่า
⦁…เห็นแต่ละเรื่องที่ จิรายุ ห่วงทรัพย์ ถูกกำหนดให้มาสื่อสารในฐานะ “โฆษกรัฐบาล” แล้วน่าเหนื่อยแทน อย่าว่าแต่การตอบโต้กับ “เขมร” ที่จับต้นชนปลายสาระอะไรไม่ได้เลย ล่าสุดการที่ต้องออกมาพูดว่า “เศรษฐกิจประเทศไปได้ดี” โดยอาศัยตัวเลขสภาพัฒน์นั้น ถามจริงๆ ในฐานะนักการเมืองไม่รู้หรือว่า ประชาชนที่ตัวเองคุยว่าใกล้ชิดนั้น ดูการทำมาหากินของตัวเองเมื่อเทียบกับที่รับฟังแล้ว จะต้องทำใจแบบไหน
⦁…เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับ “วงการสงฆ์” จนต้องถือเป็นปีแห่งการ “ชำระล้าง” ที่รุนแรงสุดเท่าที่เคยมีมา และจนถึงวันนี้ ยังขยายการล้างกันต่อไปนั่นก็เรื่องหนึ่ง แต่สิ่งที่อยากให้เกิดขึ้นคือ “หลังจากชำระบาป” ผู้เกี่ยวข้องควรจะติดมาตรการ “สร้างบุญ” แบบ “ขจัดความเลวร้าย สร้างสิ่งที่ดีงามขึ้นทดแทน” ต้องช่วยกันอย่าปล่อยให้เสียโอกาสไปอย่างน่าเสียดาย
⦁…เห็นลีลา “โชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา” กับคำสั่งเจตนา “รับใช้แบบสุดติ่งกระดิ่งทอง” แต่พอถูกเปิดไต๋ออกมา ออกแถลงทำท่า “ทิ้งลูกน้องที่รับคำสั่งเฉย” พอเข้าใจได้ว่า “มันเป็นพฤติกรรมที่ทำให้น่าเขิน” แต่อย่างว่า “เป็นเจ้าเป็นนาย” น่าจะต้อง “ใจกว้างๆ พอให้ยืดอกรับที่ทำไป” ให้ได้หน่อย







