หน้าแรก การเมือง รัฐบาลอนุมัติ...

รัฐบาลอนุมัติงบแล้ว 145 ล้าน เยียวยาเหตุปะทะชายแดนไทย-เขมร ขออย่าเชื่อเฟคนิวส์ดิสเครดิต

20.08.25 | 14:21 น.

‘ศศิกานต์’ แจงรัฐบาล โดยทุกกระทรวง ร่วมมือกันเต็มกำลัง ปกป้องอธิปไตย และดูแลความปลอดภัยประชาชน เตือนอย่าเชื่อเฟคนิวส์ ดิสเครดิต

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 20 สิงหาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดในการปกป้องอธิปไตยดูแลความมั่นคงและเยียวยากับผู้ได้รับผลกระทบทุกท่าน

ประเด็นแรกเป็นประเด็นเกี่ยวกับสิ่งที่ดำเนินการเสร็จไปแล้ว 4 ประการ

1.การปกป้องอธิปไตยของประเทศ กระทรวงการต่างประเทศได้มีการเคลื่อนไหวบนเวทีต่างประเทศ ซึ่งรวมถึงในเวทีองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ ในขณะเดียวกันกระทรวงกลาโหมและกองทัพไทยได้วางกำลังดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดน รวมทั้งควบคุมจุดผ่านแดนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

2.การดูแลความมั่นคงและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน กระทรวงมหาดไทยได้มีการเสริมกำลังและดูแลพื้นที่ส่วนหลัง ในขณะที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้มีการทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงเพื่อตรวจสอบเส้นทางและยุทธวิธีในพื้นที่รวมถึงการจัดหาวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็น

Advertisement

ทั้งนี้ ในเรื่องการศึกษากระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ก็ได้มีการปรับรูปแบบการเรียนการสอนให้กับนักเรียน รวมถึงการจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ ส่วนกระทรวง พม.ได้ตั้งศูนย์ประสานงานการบริการกลุ่มเปราะบางพร้อมจัดหาอุปกรณ์จำเป็นแก่ผู้สูงอายุผู้พิการและผู้ป่วยติดเตียง

3.การเยียวยาเจ้าหน้าที่รัฐและผู้ได้รับผลกระทบทุกท่านประชุมพรจ่ายเงินสงเคราะห์แก่ผู้ได้รับผลกระทบทุกท่าน ในขณะที่กระทรวงมหาดไทยก็ได้อนุมัติเงินทดลองราชการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติรวมแล้วกว่า 145 ล้านบาท

4.มาตรการการช่วยเหลือทางเศรษฐกิจ กระทรวงพาณิชย์ได้มีการเพิ่มช่องทางทางการตลาดและการค้าชายแดนเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

และมีที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ 4 เรื่อง ได้แก่ การดำเนินคดีตามกฎหมายระหว่างประเทศต่อผู้ที่กระทำความผิด เก็บกู้วัตถุระเบิดและตรวจสอบการใช้โดยที่ผิดปกติ รวมถึงกำหนดพื้นที่ปลอดภัยสำหรับรองรับการเคลื่อนย้ายของประชาชนเมื่อมั่นใจแล้วว่าพื้นที่ปลอดภัย 100% โดยหน่วยงานด้านความมั่นคงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและเก็บวัตถุระเบิดอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ เพื่อป้องกันอันตราย พร้อมบังคับใช้กฎหมายต่อผู้กระทำผิดกรณีที่ใช้โดรน หรือฝ่าฝืนข้อห้ามทางที่ราชการได้ประกาศไว้ โดยเราจะมีการประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่องทั้งนี้ก็เพื่ออำนวยความสะดวกอำนวยความปลอดภัยในการเคลื่อนย้ายประชาชนไปยังพื้นที่ปลอดภัย

ส่วนสถานการณ์รายงานสถานการณ์ล่าสุดจากกระทรวงมหาดไทยตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีประชาชนได้รับผลกระทบแล้ว 7 จังหวัด 45 อำเภอ 336 ตำบล 4081 หมู่บ้านรวม 262,551 ครัวเรือน กระทบประชาชนประมาณ 779,000 คน บ้านเรือนได้รับความเสียหาย 705 หลัง ซ่อมแซมแล้วเสร็จประมาณ 331 หลัง คิดเป็นร้อยละ 46.9

ในด้านงบประมาณเพื่อจัดเพื่อการช่วยเหลือฉุกเฉิน ขณะนี้รัฐบาลได้อนุมัติการใช้จ่ายเงินทดลองราชการไว้ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วรวม 201 ล้านบาท ครอบคลุมค่าอาหาร ค่าที่พักพิง ค่าซ่อมที่อยู่อาศัย ค่ารักษาพยาบาล และการจัดการศพ โดยจังหวัดที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดได้แก่บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ และจังหวัดสุรินทร์ ส่วนการเยียวยาผู้ประสบภัยมีการดำเนินมีการดำเนินการแล้วรวม 17,675,559 บาท

นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีการสนับสนุนสิ่งของบรรเทาทุกข์รวมกว่า 2,000,000 หน่วย โดยจะเป็นอาหารกล่องน้ำดื่มถุงยังชีพเครื่องนุ่งห่มเครื่องจักรกลสาธารณภัยเช่นรถกู้ภัยรสผลิตน้ำดื่มและรสประกอบอาหาร ลงพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน

“ขอเรียนแจ้งให้ทราบว่าภารกิจการดูแลประชาชนคนไทยทุกคนในทุกๆ สถานการณ์ รวมถึงสถานการณ์เร่งด่วนในครั้งนี้ เป็นความรับผิดชอบหลักของกระทรวงแต่ละกระทรวง ซึ่งรัฐบาลจัดให้มีการดำเนินการในทันที โดยประเด็นต่างๆ ของแต่ละกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ไทย-กัมพูชาในครั้งนี้จะถูกนำมาหารือในที่ประชุมสภาเพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกันในภาพรวมต่อไป รัฐบาลขอยืนยันว่าขณะนี้ทุกหน่วยงานได้ร่วมมือกันทำงานอย่างเต็มกำลัง เรามีเป้าหมายสูงสุดคือการปกป้องอธิปไตยของประเทศและดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทย

ขณะนี้ขบวนการเฟคนิวส์ จะมีการบิดเบือนข้อมูลแล้วก็คอยดิสเครดิตการทำงานของรัฐบาล ขอให้พี่น้องประชาชนทุกคนได้มั่นใจว่ารัฐบาลได้มุ่งมั่นแก้ไขปัญหาในทุกๆ มิติ และจะรายงานความคืบหน้าให้ประชาชนคนไทยทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจว่าประเทศไทยและประชาชนทุกคนจากก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้ด้วยกันอย่างปลอดภัยและมั่นคง” น.ส.ศศิกานต์ระบุ