หน้าแรก การเมือง รัฐบาลยืนยัน ...

รัฐบาลยืนยัน ไม่มีการเรียกประชุมรัฐสภา ประกาศสงครามกับกัมพูชา อัดเขมรจงใจสร้างเฟคนิวส์

22.08.25 | 15:57 น.

‘รัฐบาล’ ยืนยัน ไม่มีเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อประกาศสงคราม ขออย่าหลงเชื่อข่าวเท็จบิดเบือน วอน ‘กัมพูชา’ ยึดข้อตกลง ต้องไม่ปล่อยเฟคนิวส์ กระทบสันติภาพในภูมิภาค

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 22 สิงหาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและคณะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) กล่าวว่า ตามที่มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอจากเพจ Bong Ah Run ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจากสื่อท้องถิ่นในกัมพูชา ระบุว่า ประเทศไทยจะมีการประชุมรัฐสภาเพื่อประกาศภาวะสงครามกับกัมพูชานั้น รัฐบาลขอยืนยันว่า “ไม่เป็นความจริง” เป็นการจงใจสร้าง “เฟคนิวส์” ข่าวเท็จบิดเบือนข้อมูลอย่างร้ายแรง โดยหวังสร้างความเข้าใจผิดต่อประชาชนและประชาคมโลก

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลยืนยันว่าประเทศไทยไม่มีการเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อประกาศสงครามกับประเทศใดๆ หรือกับประเทศกัมพูชา และไม่มีการดำเนินการใดๆ ที่จะนำไปสู่ภาวะสงคราม อีกทั้งการประชุมรัฐภาของไทยเป็นไปตามปกติตามสมัยประชุมที่จะมีการประชุม สมาชิกวุฒิสภาทุกวันจันทร์และอังคาร ส่วนสภาผู้แทนราษฎรจะประชุมในวันพุธและพฤหัสในทุกสัปดาห์ การกล่าวหาว่าไทยไม่ต้องการสันติภาพหรือจะโจมตีกัมพูชาเป็นการป้ายสีที่บิดเบือนอย่างเลวร้าย และอาจสร้างผลเสียหายต่อการแก้ไขความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ และไทยยึดมั่นในหลักการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีผ่านกลไกทวิภาคีทุกมิติ

นายจิรายุกล่าวว่า ทั้งนี้ ประเทศไทยมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาชายแดนอย่างสร้างสรรค์ และพร้อมเข้าร่วมการประชุมในทุกเวทีความร่วมมือ รวมถึงการผลักดันการเก็บกู้ทุ่นระเบิดตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง โดยคาดหวังให้ฝ่ายกัมพูชาเข้าร่วมการหารือด้วยความจริงใจเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเป็นการยั่วยุที่สร้างความตึงเครียดต่อการเดินหน้าไปสู่สันติภาพ ระหว่างทั้งสองประเทศและในภูมิภาค

“รัฐบาลขอความร่วมมือจากประชาชนอย่าหลงเชื่อ แชร์ หรือส่งต่อข้อมูลที่ไม่ได้รับการตรวจสอบ หากพบข้อมูลที่น่าสงสัยขอให้ตรวจสอบกับหน่วยงานรัฐหรือช่องทางราชการที่เกี่ยวข้องก่อนเผยแพร่ เนื่องจากการบิดเบือนข่าวสารจะเป็นอันตรายต่อประชาชน โดยประเทศไทยยังคงยึดมั่นสันติวิธีและความร่วมมือ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในภูมิภาค อีกทั้งหน่วยงานราชการได้ตรวจสอบอย่างต่อเนื่องและได้ดำเนินคดีกับผู้จงใจสร้างข่าวเท็จ และนำไปเผยแพร่ต่อ เป็นจำนวนมากแล้ว” นายจิรายุกล่าว

Advertisement