หน้าแรก การเมือง เครือข่ายแรงง...

เครือข่ายแรงงาน ร้องกมธ. ขอให้ใช้การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมแบบทางตรง 1 คน 1 สิทธิ

25.08.25 | 16:03 น.

‘เครือข่ายแรงงาน’ ร้อง ‘กมธ.แรงงานวุฒิสภา’ ขอให้คงไว้ซึ่งการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมแบบทางตรง 1 คน 1 สิทธิ ด้าน ‘ชินโชติ’ ชี้ทั้ง 4 สูตร เป็นเพียงความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนแปลงวิธีการเลือกตั้งเท่านั้น ยันไร้ปัญหา กก.ประกันสังคมชุดปัจจุบัน

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ที่รัฐสภา นายชินโชติ แสงสังข์ ส.ว. ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การแรงงาน วุฒิสภา และประธานคณะอนุ กมธ.ด้านการประกันสังคมวุฒิสภา รับหนังสือจากนายเซีย จำปาทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน เพื่อขอให้คงไว้ซึ่งการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมแบบทางตรง 1 คน 1 สิทธิ

นายเซียกล่าวว่า สืบเนื่องจากมีกระแสข่าวรายงานผลการดำเนินงานของคณะอนุ กมธ.ด้านการประกันสังคม ที่ได้พิจารณาหลักเกณฑ์วิธีการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายประกันตน เป็นกรรมการในคณะ กมธ.ประกันสังคม 4 หลักเกณฑ์ใหม่ คือสูตรที่ 1 ให้ผู้ใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกผู้แทนได้เพียง 1 คน จากผู้สมัครทั้งหมด (เดิมเลือกได้ 7 คน) สูตรที่ 2 ให้เลือกตั้งผู้แทน 200 คน ก่อน จากนั้นให้ผู้แทน 200 คน เลือกกันเอง (คล้ายกับแบบ ส.ว.) สูตรที่ 3 ให้เลือกตั้งผู้แทนระดับจังหวัดก่อน แล้วให้เลือกกันเองระดับประเทศ และสูตรที่ 4 เลือกตั้งระดับจังหวัด แล้วให้ผู้แทนระดับจังหวัดเลือกกันเอง เป็นกรรมการกลางและให้กรรมการกลางแต่งตั้งคณะกรรมการเลือกตั้งมาออกแบบการเลือกตั้งอีกครั้ง

นายเซียกล่าวว่า แม้นายชินโชติได้ให้สัมภาษณ์ว่าไม่ได้มีเจตนาล้มเลือกตั้งประกันสังคม โดยให้เหตุผลเพิ่มเติมว่าเป็นการประหยัดงบประมาณและการปลอดจากอิทธิพลทางการเมือง ทั้งที่นายชินโชติก็เคยเป็นผู้ลงสมัครเลือกตั้งกรรมการประกันสังคมฝ่ายผู้ประกันตนในปี 2566 และเคยดำรงตำแหน่งกรรมการประกันสังคมในอดีต จึงปฏิเสธข้อเท็จจริงไม่ได้ว่าข้อเสนอ ซึ่งมีที่มาจากกลไกของวุฒิสภานับเป็นการใช้อำนาจทางการเมืองลักษณะหนึ่ง ไม่ต่างจากการเสนอแก้ไขกติกาการเลือกตั้งผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองโดยทั่วไปที่ต้องพึ่งพาการถกเถียงทางการเมืองเป็นเรื่องปกติ

Advertisement

นายเซียกล่าวต่อว่า นับแต่การรณรงค์กฎหมายประกันสังคมในอดีตมาจนถึงปัจจุบัน ผู้ใช้แรงงานหลายภาคส่วนได้ต่อสู้อย่างเข้มข้นเพื่อให้ผู้ใช้แรงงานได้มีอำนาจทางการเมือง ซึ่งเป็นเครื่องมือการสร้างสิทธิแรงาน อาทิ เงินบำนาญชราภาพ เงินชดเชยกรณีว่างงาน เงินสงเคราะห์บุตร รวมถึงสิทธิในการเลือกตั้งกรรมการประกันสังคม ซึ่งเคยถูกแช่แข็งจากการยึดอำนาจโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เป็นเวลานานถึง 10 ปี ส่งผลให้รัฐบาลค้างจ่ายกองทุนประกันสังคมสูงถึง 6 หมื่นล้านบาท ก่อความเสียหายทั้งในด้านการเสียโอกาสการลงทุนและการจ่ายสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน อีกทั้งยังเปิดช่องให้มีการใช้เงินกองทุนอย่างไม่เหมาะสม อาทิ การลงทุนในตึกสกายไนน์

นายเซียกล่าวว่า ดังนั้น การเลือกตั้งที่ไม่มุ่งเน้นการสะท้อนเสียงจากผู้ประกันตนอย่างตรงไปตรงมาก็อาจมิใช่การประหยัดงบเลือกตั้งครั้งละ 68 ล้านบาท หรือการช่วยลดการแทรกแซงทางการเมือง แต่เป็นการลดทอนอำนาจประชาธิปไตยของผู้ประกันตนในการเลือกผู้แทนของตนเองมาบริหารกองทุนสวัสดิการที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ

“เครือข่ายจึงขอคัดค้านข้อเสนอการเลือกตั้งประกันสังคมทางอ้อม ซึ่งจะกีดกันผู้ประกันตนออกจากอำนาจทางการเมือง และขอส่งเสริมการใช้อำนาจทางการเมืองของคนส่วนใหญ่ในทุกระดับของสังคมไทยด้วยความยึดมั่นในหลักการประชาธิปไตย” นายเซียกล่าว

ด้านนายชินโชติกล่าวว่า ในประเด็นการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมเกิดขึ้นจากการที่คณะอนุ กมธ.เห็นว่าผู้ประกันตนที่มีสิทธิเลือกตั้งมีจำนวนกว่า 24-25 ล้านคน แต่กลับมีผู้มาใช้สิทธิเพียง 158,000 คน ซึ่งถือว่าน้อยมาก จึงเป็นเหตุให้คณะอนุ กมธ.เสนอแนวทางพัฒนาให้การเลือกตั้งมีความครอบคลุมกับผู้ประกันตนมากยิ่งขึ้น ซึ่งทั้ง 4 สูตรที่ได้นำมาพิจารณาเป็นเพียงความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนแปลงวิธีการเลือกตั้งเท่านั้น คณะอนุ กมธ.ต้องพิจารณาให้ครบทุกรูปแบบที่มีผู้เสนอขึ้นมา

นายชินโชติกล่าวว่า กล่าวคือเมื่อมีการกล่าวถึงวิธีใดๆ แล้ว คณะอนุ กมธ.ก็ต้องนำมาพิจารณา แต่ไม่ได้หมายความว่าวิธีการดังกล่าวจะได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงแรงงาน อีกทั้ง 4 สูตรที่คณะอนุ กมธ.นำเสนอ หากมองในรายละเอียดแล้วจะพบว่า 3 ใน 4 สูตร ยังคงใช้วิธีการเลือกตั้งแบบทางตรงเช่นเดิม เพียงแค่ปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์ให้ผู้ประกันตนสามารถมาลงคะแนนเสียงได้มากขึ้นเท่านั้น เช่น สูตร 4 ที่เสนอให้มีสัปดาห์แห่งการเลือกตั้งระยะเวลา 5-7 วัน ผู้ประกันตนสามารถไปใช้สิทธิได้ที่หน่วยงานของกระทรวงแรงงานในทุกจังหวัด ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกันตนมากยิ่งขึ้น

นายชินโชติกล่าวต่อว่า ขอยืนยันว่าไม่ได้มีประเด็นใดๆ กับคณะกรรมการประกันสังคมชุดปัจจุบัน และให้การชื่นชมการทำงานของผู้แทนที่ได้รับเลือกเข้าไปทำหน้าที่ในครั้งนี้ที่มีผลงานที่เป็นประโยชน์จำนวนมาก อาทิ การคำนวณเงินชราภาพ แต่การพิจารณาของคณะอนุ กมธ.ต้องเป็นไปตามประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในด้านการประกันสังคม ทั้งนี้ ตามข้อห่วงใยของพี่น้องผู้ประกันตนก็เป็นสิ่งที่ตนและคณะ กมธ.การแรงงาน วุฒิสภา รวมไปถึงคณะอนุ กมธ.ด้านการประกันสังคม ให้ความสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด และจะนำประเด็นที่ได้รับในวันนี้เข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุ กมธ. เพื่อเสนอต่อคณะ กมธ.ให้ความเห็นชอบ และเสนอแนะให้กระทรวงแรงงานพิจารณา หากกระทรวงแรงงานเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบด้วยก็ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของกระทรวงแรงงาน คณะ กมธ. หรือคณะอนุ กมธ.ไม่มีอำนาจเข้าไปแทรกแซงการดำเนินการของกระทรวงแรงงานแต่อย่างใด